‘สื่อใต้’ ยังโดนเยี่ยมบ้านทุกเดือน ท้ารัฐจริงใจปม ‘ตากใบ’ ถกในสภาฯ ก่อนสิ้นอายุความ

11.07.24 | 21:42 น.

‘คนทำสื่อแดนใต้’ เผย ยังถูกปรับทัศนคติทุกเดือน เล่าเหตุชาวบ้านฟ้อง จนท.ครั้งแรกในปวศ. ท้ารัฐบาลจริงใจ ไขปม ‘ตากใบ’ ก่อนสิ้นอายุความ

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ร้าน ฌ ฌอเฌอคอฟ ลาดพร้าวซอย 16 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ทนายความ และชาวบ้านตากใบที่ลุกขึ้นมาฟ้องรัฐก่อนที่จะหมดอายุความ ร่วมพูดคุยกับองค์กรสิทธิมนุษยชนในประเด็น “20 ปีตากใบ: ความหวัง ความท้าทาย ในวันที่ชาวบ้านลุกขึ้นมาฟ้องรัฐ ก่อนคดีจะหมดอายุความ

บรรยากาศเวลา 13.00 น. ทนายความและชาวบ้านตากใบ อาทิ นายอูเซ็ง ดอเลาะ ตัวแทนศูนย์ทนายความมุสลิม และชาวตากใบ, นายซาฮารี เจ๊ะหลง หรือ แบร์ แอดมินเพจพ่อบ้านใจกล้า และแบมะ (สงวนชื่อจริง) ร่วมอัพเดตความคืบหน้า ถึงการลุกขึ้นมาทวงถาม “ความจริง ความยุติธรรม และการเยียวยา” พร้อมนับถอยหลังอีกไม่ถึง 3 เดือน (106 วัน) วันที่ 25 ตุลาคมนี้ จะสิ้นอายุความ 20 ปีการไต่สวนมูลฟ้อง (ประชาชนฟ้องเจ้าหน้าที่)

โดยมี นางพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม, นายชนาธิป ตติยการุณวงศ์ นักวิจัยประจำประเทศไทย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมด้วย

นายซาฮารี จากเพจ ‘พ่อบ้านใจกล้า’ ในฐานะสื่อ และตัวแทนภาคประชาสังคมที่ทำงานใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เผยว่า บรรยากาศในพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นตากใบ สมัยนั้น นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายก และ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) ในตอนนั้นคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สื่อก็รายงานยาก ด้วยความซับซ้อนของคดี ถามว่าทำไมชาวบ้านเพิ่งฟ้อง มันเป็นความกลัวของชาวบ้าน ด้วยอำนาจรัฐที่มี พยายามทำให้ประชาชนลืมเรื่องนี้ รัฐไม่รับความผิดพลาดตัวเอง ซ้ำยังกดทับไม่ให้จำได้ การที่ทำสำนวนหาย คือการบกพร่อง ละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งการที่ชาวบ้านฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่เคยมีคดีแบบนี้ มาก่อนใน 3 จังหวัด ต่างจากส่วนกลางที่มีการฟ้องเจ้าหน้าที่บ่อยครั้ง

Advertisement

“เอฟเฟกต์ที่รุนแรง คือปฏิบัติการทางการทหาร การใช้อาวุธ ระเบิด มันคือเอฟเฟกต์ คือผลพวงจากปัญหาการเมืองที่ไม่ได้รับการคลี่คลาย การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจทางการเมือง เป็นปัญหาเรื่อยมา และเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์” นายซาฮารีกล่าว

นายซาฮารียกตัวอย่าง ในปี 2518 ยุคที่ประชาธิปไตยเฟื่องฟู ปัตตานีประท้วง 40 วัน มีคนเรือนแสน ตอนนั้นนายก คือ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช มี พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นั่งหัวโต๊ะพิจารณา

นายซาฮารีเผยว่า ตนเคยทำสารคดี ถูกคุกคาม ถูกเรียกตัวไปสอบที่ค่ายทหาร จนปัจจุบันก็ยังถูกดำเนินคดี หลังทำกิจกรรมด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ แต่ก็ถือว่ารัฐบาลพัฒนาขึ้น จากเรียกไปสอบในค่าย วิสามัญ ก็หันมาใช้กฎหมาย แต่ก็เป็นความรุนแรงเชิงกฎหมาย มากกว่า

“อย่าลืมว่ามันจะ 20 ปีแล้ว เป็นประวัติศาสตร์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยาวนาน ยิ่งกว่า แต่ตอนนี้ 20 ปี ยังมีญาติเหยื่อที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เสียชีวิต มีกฎอัยการศึก และกฏหมาย พ.ร.บ.ความมั่นคงอีก 3 ฉบับ ซ้อนด้วยมาตรา 44 ที่เพิ่งยกเลิกไป มันมีอำนาจพิเศษซ้อนกัน 4 ชั้นอำนาจ มากองอยู่ที่ 3 จังหวัด เอาผิดอะไรเจ้าหน้าที่ไม่ได้เลย เมื่อละเมิดประชาชน

ญาติพี่น้องที่เขาถูกฆ่าตาย ก็มีความรู้สึก เราในฐานะสื่อ ก็ถูกคุกคาม เป็นเรื่องเสรีภาพในการรายงานข่าวอีก พอไปแตะรัฐหนักๆ ก็ถูกฟ้องจากรัฐ ด้วยข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ถูกฟ้องตอนไลฟ์สด การแห่ศพผู้เสียชีวิตไปฝัง หรือไลฟ์สดตอนปะทะใน 3 จังหวัด ก็ถูกฟ้อง ทำให้ภาคประชาสังคม คนที่ทำงานด้านมนุษยธรรม และสื่อในพื้นที่ รู้สึกเหมือนอยู่ในกรอบ ที่เราต้องทำตัวเองให้เซฟ ให้เชื่อง พูดข้อเท็จจริงยากในพื้นที่ความขัดแย้ง” นายซาฮารีเผย

นายซาฮารี ยกคำกล่าวที่ว่า ‘No justice no peace’ ไม่มีสันติภาพ ถ้าไม่มีความยุติธรรม ซึ่งที่อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ แก้ปัญหาด้วยการเจรจา ทำให้ความขัดแย้ง การต่อสู้ที่อยากแบ่งแยกเอกราช หมดไป ด้วยการพูดคุย แก้ปัญหาด้วยการเมืองในระบบ ซึ่งกรณีไทยก็ไปเรียนรู้จากที่นั่นเช่นกัน แต่เรายังติดเรื่องความยุติธรรม ที่ทำให้ประชานไม่ได้ ซึ่งถ้าทำกรณีตากใบได้ จะทำให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐ

เมื่อถามว่า หากคดีสิ้นอายุความแล้วไม่มีความคืบหน้า หรือยังไม่ได้รับความยุติธรรม จะทำอย่างไรต่อไป ?

นายซาฮารีกล่าวว่า ถ้าไม่มีความยุติธรรม คงต้องหาทางสู้ต่อไป ทำให้คนในจังหวัดอื่นๆ และใน 3 จังหวัดเอง เชื่อมั่นใจสันติวิธี และความรุนแรงไม่ใช่ทางออก เพราะมีเอฟเฟกต์ ทำให้คนเลือกใช้กำลัง ความรุนแรงต่อสู้กับรัฐ

“เรามีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกด้วย ในกระบวนการ Peace process ในฐานะประชาชนต้องยึดมั่นในแนวทางไม่ใช้ความรุนแรง และเลือกตัวแทน (ส.ส.) ให้ไปคุยในสภา ให้รับรองเรื่อง 3 จังหวัดเป็นวาระแห่งชาติให้ได้ เชื่อว่า เร็วๆนี้จะมีรายงานของ กมธ. ที่เป็นรูปธรรม ยื่นเข้าไปในสภาใหญ่

แต่ไม่แน่ใจว่า เข้าใจว่า รัฐบาลเพื่อไทย ยังไม่มีบทบาทอะไรในพื้นที่ 3 จังหวัด ยังเป็น กอ.รมน.อยู่

อย่างไรก็ดี เชื่อว่า ถ้ายังใช้ทหารนำเช่นเดิม ก็จะย้อนไปสู่ความรุนแรง เราต้องใช้ประชาธิปไตย แก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ให้ได้

เพราะใช้ไปหลายแสนล้านแล้ว ในการแก้ปัญหา และเป็นภาษีประชาชนด้วย”

ขนาดจะสิ้นอายุคดียังโดนคุกคาม มีเจ้าหน้าที่ฉก.ระดับตำบลมาเยี่ยมบ้านทุกเดือน เขาบอก นายให้มาเยี่ยม เพื่อดูว่าอยู่บ้าน ก็มากินกาแฟ เหมือนปรับทัศนคติว่าทำไมโพสต์อย่างนี้ ทำข่าวอย่างนี้

ปัจจุบันมีการฟ้องข้อหา พ.ร.บ.ขยะ พ.ร.บ.คอมพ์ มาตราที่ฮิต คือ ม.116 กับนักกิจกรรม พยายามยัดคดีความมั่นคง ทำให้เกิดการดิสเครดิต คล้ายกับเป็นนโยบายให้ผลักเราเป็นขบวนการไปเลย เป็นข้อกังวลที่ให้คนทำงานในพื้นที่ แม้แต่ประเด็นทรัพยากรก็โดน กังวลว่าเป็นการผลัก
ซึ่งปัจจุบันอยู่ในชั้นศาลแล้ว 2 คดี” นายซาฮารีเผย