09.00 INDEX คำประกาศ จาก นายกรัฐมนตรี ท่าทีต่อ “แรงต้าน” ที่ไร้ ”อนาคต”
ทั้งการไปตอบ ”กระทู้สด” ของพรรคก้าวไกล ทั้งการยืนยัน ”เราจะวิ่งสู้เพื่ออนาคต เพื่อปัจจุบันที่ดีกว่า เพื่อสู้กับแรงค้านที่ไร้อนาคต” อันดังก้องในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
ทรงความหมายเป็นอย่างสูง และทรงบทบาทในทิศทางอันสะท้อนความคิดในเชิง ”ยุทธศาสตร์”
เหมาะสมอย่างยิ่งในทางการเมือง ไม่ว่าจะมองผ่านสถานะแห่งความเป็น ”นายกรัฐมนตรี” ไม่ว่าจะมองผ่านรากฐานแห่งความเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย
ด้านหนึ่ง จึงเท่ากับนายกรัฐมนตรีตระหนักในความจำเป็นที่จะต้องมาตอบ ”กระทู้ถามสด” อันเท่ากับเป็นการให้ความหมายต่อบทบาทของรัฐสภาในทางเป็นจริง
ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่งจึงดำเนินไปเหมือนกับเป็นคำมั่นอันเป็น ”สัญญาประชาคม” ในลักษณะอันเป็นอนุสาสน์ชี้ให้เห็นถึงทิศทางในทางความคิด ในทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย
ความสำคัญอันสำแดงออกอย่างฉับพลันทันใดจากการไป ตอบ ”กระทู้ถามสด” จึงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันเป็นการยกระดับและสร้างมาตรฐานใหม่ในทางการเมือง
ไม่ว่าต่อพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าต่อร่วมพรรคฝ่ายค้าน
สังคมอาจติดความเคยชินทางการเมือง นั่นก็คือ ติดอยู่กับคำพูดติดอยู่กับวาทกรรมผ่านคำประกาศและแถลงการณ์ที่หรูหราอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
กระนั้น การตรวจสอบในทางการเมืองอย่างสำคัญก็คือการตรวจสอบผ่านการปฏิบัติที่เป็นจริง
นั่นก็คือ พูดไว้อย่างไร ปฏิบัติไปตามที่เคยพูดเอาไว้
ไม่ว่าจะมองไปยัง พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะมองไปยัง พรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะมองไปยัง พรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าจะมองไปยัง พรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมองไปยัง พรรคก้าวไกล
มิเช่นนั้นจะเกิดบทสรุปทางการเมืองที่ว่า ”ดีแต่พูด” ขึ้นหรือ นั่นเพราะว่าพรรคการเมืองนั้น นักการเมืองนั้น ”พูดอย่าง ทำอย่าง”
ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยผ่านการพิสูจน์มาแล้ว ไม่ว่า นายชวน หลีกภัย เคยผ่านการพิสูจน์มาแล้ว
แม้ในคำประกาศของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม จะมิได้ระบุว่าหมายถึงพรรคการเมืองใด แต่ก็มีความชัดเจน
ชัดเจนในคำว่า ”เรา” ชัดเจนในคำว่า ”แรงค้าน”
นั่นก็คือครอบคลุมไปยังเราที่เป็นรัฐบาล นั่นก็คือครอบคลุมไปยัง ”แรงค้าน” อันครอบคลุมทั้งที่เป็นพรรคการเมืองและที่เกิดขึ้น และดำรงอยู่ในสังคม
ทุกอย่างล้วนมิอาจหนีพ้นไปจากกฎเหล็ก เมื่อท่านพูดคนจะรับฟัง เมื่อท่านลงมือทำอย่างที่พูดคนจะเชื่อมั่นและศรัทธา

