⦁…การเมือง “อเมริกา” เล่นกันแรงขึ้น กลับมาเป็น “ผู้สมัครประธานาธิบดี” รอบนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกยิงทะลุใบหู เฉียด “หัว” ไปเส้นยาแดงผ่าแปด ระหว่างปราศรัยหาเสียง โดย “ผู้ฟังตาย 1 บาดเจ็บ 2” มือปืนถูกวิสามัญทันทีจาก “ทีมรักษาความปลอดภัย” สถานการณ์การเลือกตั้งสหรัฐร้อนฉ่า เข้มข้นขึ้นมาทันที ทั้งการวางเกมเพื่อชัยชนะ และความเข้มข้นของมาตรการรักษาความปลอดภัย
⦁…ที่ควรต้องเรียนรู้หลังเหตุการณ์คู่แข่งทั้งสอง โจ ไบเดน และ “ทรัมป์” ต่างแสดงท่าทีในทาง “สุภาพบุรุษ” ที่พร้อมสู้ด้วยความรังเกียจ “การใช้ความรุนแรง” ต่างแสดงออกเพื่อมุ่งสู้ “การสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเอง” ไม่มีใครเลือกที่จะทำให้ประชาชนรู้สึกว่า “ใช้สถานการณ์เพื่อมาทำลายคู่แข่ง” ถึงอย่างไร “อเมริกา” ยังเป็นต้นแบบประชาธิปไตยที่ “ผู้นำ” ต้องโชว์ “หัวใจนักกีฬา” ให้ความสำคัญกับการสร้าง “ความเหนือกว่าให้ตัวเอง” มากกว่า “ฉวยโอกาสเหยียบคู่แข่งให้ต่ำ” เพื่อให้ “ตัวเองรู้สึกว่า สูงกว่า”
⦁…แม้การลาออกจาก “เพื่อไทย” ของ วัน อยู่บำรุง ที่ตามมาด้วยการขอให้ “พรรคขับออก” ของ เฉลิม อยู่บำรุง จะเหมือนไม่มีคลื่นตามมา หลัง แพทองธาร ชินวัตร แสดงท่าทีชัดเจน แต่ผู้สันทัดกรณีที่ติดตามการเมืองมานานพอ ต่างสรุปตรงกันว่า “ตอนจบของเรื่องนี้ยังมาไม่ถึง” เพราะที่สุดแล้ว การเมืองไทยจะรู้ว่า “ฤทธิ์เดชแห่งพลังความรักลูก” ของ “ผู้ชายที่ชื่อเฉลิม อยู่บำรุง” มีมากมายแค่ไหน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ถึงอย่างไร ทักษิณ ชินวัตร ยังอยู่ในภาวะ “ปรารถนาสร้างมิตรมากกว่าขยายศัตรู”
⦁…การเปิดตัว สุรพล นิติไกรพจน์ มาเป็นพยานคดี “ยุบพรรคก้าวไกล” โดย “บันทึกกว่า 10 หน้า” ที่เสนอต่อ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ด้วยเนื้อหาที่ตั้งใจ “ปิดทุกช่องของกฎหมาย” จะทำให้ “พรรคก้าวไกล” ถูกตัดสินว่า “ผิด” ซ้ำยังสรุปให้เห็น “ผลกระทบต่อประเทศชาติ” จากการบังคับใช้กฎหมาย โดยใช้คำว่า “ประหลาด” เป็นคำเตือนที่พยายามกระตุกให้ตระหนักถึงการสร้างความเชื่อมั่นต่อการรักษากติกา ที่ส่งผลต่อความเป็นไปของประเทศ เรียกสายตาทุกคู่ของผู้ใส่ใจการเมืองให้หันมามองด้วยใจระทึก ด้วยตระหนักถึง “สัญญาณ” ว่า “ความผิดเพี้ยนที่ถูกทำให้เป็นความปกติตลอดมา” อาจจะถึงวันที่สามารถกลับมานิยาม “ความปกติอย่างความหวังได้” กันเสียที
⦁…เสียงร้องเรียน “ผลเลือก ส.ว.ชุดใหม่” ยังกระหึ่ม ด้วยรายละเอียด “การจัดตั้ง-การฮั้ว” เลยเถิดไปถึงข้อมูล “การลงทุนมหาศาล” เพื่อผลของ “ดีไซน์วิธีการเลือกเพื่อชัยชนะ” แต่อย่างว่า “ทุกคนต่างมีเหตุผล ข้ออ้าง และเกราะป้องกันของตัวเอง” ไม่ว่าจะเป็น “ผู้ได้รับเลือก ผู้ควบคุมแผนการเลือก หรือกระทั่ง กกต.และเจ้าหน้าที่” โดยมี “ความวิปริตของกติกาที่ออกแบบไว้” เป็นจำเลยของทุกคนทุกฝ่าย แต่ก็อย่างว่าอีกนั่นแหละ หลังจากนี้อีกไม่นานน่าจะได้รู้กันว่า “บทบาทของ ส.ว.” ที่ถูกตั้งคำถามมากมายถึง “คุณภาพ” นั้น แสดงประสิทธิผลสนองการ “ดีไซน์เพื่อสืบทอดอำนาจ” ได้เนียนขนาดไหน
⦁…ต่ำแล้ว ตกอีก “ตลาดหุ้นไทย” ใน “ผลงานของผู้บริหารทุกด้านชุดนี้” ตั้งแต่ต้นปียันท้ายปี จนถึงปีใหม่ และดูจะขยายลามออกไปเรื่อยๆ ด้วยการปล่อยให้บริหารจัดการ “บริษัทมหาชน” และ “ตลาดทุน” ด้วยสภาพที่สิ้นหวัง ทั้งปล่อยให้ใช้ “กติกาซื้อขายอย่างเลอะเทอะ” ตามไม่ได้ ไล่ไม่ทัน “กลโกง” ที่ต่อเนื่องกันมาสารพัดเรื่อง ด้วยวิธีการซึ่ง “นักลงทุนส่วนใหญ่ตกเป็นเหยื่อ” ที่ประหลาดที่สุดคือ “บริหารกันแบบนี้แล้วยังอยู่กินเงินเดือนสูงๆ กันได้” โดยไม่มีใคร “รู้สึกละอายใจ” หนำซ้ำดูเหมือนจะ “ไม่มีใครทำอะไรได้”
⦁…กับท่าทีระดับ “นางแบก-นายหาม” จากบทบาทในที่ประชุมสภาของ ดนุพร ปุณณกันต์ ที่ตอบโต้ “พรรคก้าวไกล” ด้วยคำว่า “ประเทศไทยเจ๊งและรัฐบาลเจ๊งไม่ได้ เจ๊งจริงคือพรรคที่กำลังจะถูกยุบ” มาถึง “คำคม” ส่งท้ายการตอบกระทู้ของ นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ที่ซัดใส่ ศิริกัญญา ตันสกุล ด้วยการให้นิยาม “แรงแค้นไร้อนาคต” จุดประกายให้เกิดความเชื่อว่า นับจากนี้ “การแบ่งฝ่ายทางการเมือง” ไปไกลเกินกว่าจะกู่กลับแล้วจริงๆ เพียงแต่มีคำถามที่ทุกคนต้องคิดว่า “ทางที่เลือกเดิน เหมาะสมกับตัวตนของพรรคตัวเอง” จริงหรือ







