หน้าแรก การเมือง ทิชา ชี้ ปมวุ...

ทิชา ชี้ ปมวุ่น สว. สร้างภาระปชช. เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต ยัน ไม่เอาอัศวินม้าขาว

14.07.24 | 23:35 น.

ทิชา ชี้ ปมวุ่น สว. สร้างภาระปชช. เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต ยัน ไม่เอาอัศวินม้าขาว

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ภาคประชาชนจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบ 2 เดือนการเสียชีวิตของน.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง กลุ่มทะลุวัง โดยมีการร่วมยืนหยุดขัง 1 ชม.12 นาที ตั้งแต่เวลา 18.00 น. และจุดเทียน วางดอกไท้อาลัยในช่วงค่ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีนักกิจกรรมเดินทางเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายเอกชัย หงส์กังวาน, นางนภัสสร บุญรีย์ หรือ ป้านก, นางเงินตา คำแสน หรือ มานี , นายธัชพงศ์ แกดำ หรือ บอย รวมถึงนางทิชา ณ นคร หรือ ป้ามล ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน เป็นต้น

ข่าวเกี่ยวข้อง:จุดเทียนรำลึก ‘บุ้ง’ สว่างไสวกลางสายฝน จ่อจัดกิจกรรมทุกเดือน หวังคนไม่ลืมปณิธานสุดท้าย

Advertisement

นางทิชา ให้สัมภาษณ์ ‘มติชน’ ว่า การจากไปของบุ้ง เนติพร ได้เขย่าความคิดของคนในสังคมอย่างมาก แม้ว่าบุ้งจะมีความสุดโต่งในบางเรื่อง แต่การเสียชีวิตของบุ้งทำให้เกิดการตั้งคำถามต่อผู้ใหญ่ที่ไม่เมตตากับคนรุ่นใหม่ที่คิดต่าง

“โดยศักยภาพของคนรุ่นใหม่ เขาต้องเติบโตเพื่อดูแลประเทศนี้ ซึ่งเราเห็นเลยว่าการตายของบุ้งสะท้อนภาพชัดว่าผู้ใหญ่พยายามจะหยุดการเปลี่ยนแปลงของประเทศนี้เอาไว้ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ บุ้งได้พลีชีพไป แต่เราหวังว่าจะไม่มีใครตายเพิ่มอีกจากความเห็นต่าง ” นางทิชา กล่าว

นางทิชา กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่า บุ้งแบกภาระเกินจำเป็นในการส่งเสียงแทนคนหลายๆคน ว่าประเทศนี้ต้องเปลี่ยนแปลง ดังนั้น การจากไปของบุ้ง ตนรู้สึกว่า ‘ไม่แฟร์’ โดยเฉพาะการตายที่ต้องทวงถามความยุติธรรมจากกระทรวงยุติธรรม ตนคิดว่าคนตั้งคำถามกันทั้งประเทศ ไม่ว่ากลุ่มที่เห็นด้วย หรือเห็นต่างจากบุ้ง

“โดยส่วนตัวยังคิดอยู่ว่า ความคิดต่างของเด็กๆ เขาไม่ได้มีเจตนาอะไรที่ผู้ใหญ่จำนวนหนึ่งกำลังจะพูด เขาแค่อยากให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงให้เหมาะวมกับยุคสมัยของเขา พอถูกจับกัยมากมายก่ายกอง ยิ่งทำให้รู้สึกว่าสังคมไทยอยู่ในมุมอับ และเชื่อว่าเรื่องนี้จะต้องถูกแก้ไขโดยทางการเมืองเท่านั้น ไม่ใช่การคุมขังต่อไปเรื่อยๆ การเมืองต้องเข้ามาปลดล็อก แต่พอหันไปดูสถานการณ์ สว. หันมาดู สส. ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเรากำลังลากเรื่องทั้งหมดเข้าไปอบู่ในมุมอับยิ่งขึ้น แต่พอการเมืองวนลูป และการได้มาซึ่ง สว. ก็ไม่ได้สง่างาม ก็ยิ่งทำให้เหมือนกับว่าประเทศมีวิกฤตซ้อนวิกฤต กดดันประชาชนอย่างพวกเรา ไม่อยากให้เป็นเช่นนี้เลย” นางทิชากล่าว

นางทิชากล่าวว่า ด้วยการออกแบบกระบวนการเลือก สว.ทำให้พัดพามาถึงวันนี้ ดังนั้น ความเชื่อมั่น ความรู้สึกที่เคยคิดว่า สว.ชุดใหม่จะเข้ามาช่วยลดทอนปัญหาที่สะสมในทางการเมือง โดยเป็นตัวคลี่คลาย ในขณะนี้จึงไม่มีเลย ที่สำคัญคือ สังคมยังต้องตามมาแก้ปัญหา สว. กันอีก กลายเป็นภาระซ้อนภาระของประชาชน

“ในยุคสมัยนี้ประชาชนต้องทำหน้าที่ตรวจสอบประเด็นทางการเมืองจนเกินไม่เกินมือกันไปแล้ว เราหวังว่าการเมืองจะมาทำให้สถานการณ์ของประเทศดีขึ้น ใครที่ทุกข์ยากเดือดร้อน ใครที่อยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องใช้กฎหมาย ใช้ทางออกที่เหมาะสม จะได้ถึงจุดนั้นสักที แต่ปรากฏว่า เมื่อดูหน้าตา ดูสถานการณ์ ดูเรื่องที่จะต้องถูกร้องเรียนตรวจสอบ มันยิ่งเข้ารกเข้าพงไปใหญ่ ยิ่งตอกย้ำว่าสังคมไทยมีการแก้ปัญหาด้วยระบบอุปถัมภ์เฉพาะหน้า แต่ถึงที่สุดเราก็รู้ว่าการแก้ปัญหาแบบนี้ เอาเข้าจริงเดี๋ยวมันจะจนมุม จนแต้ม แต่ก็ลากมาโดยไม่มีใครอับอายอะไรเลย จริงๆ เรายังเชื่อมั่นในระบบการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย ยังไม่เห็นว่าจะต้องมีใครเป็นอัศวินม้าขาว” นางทิชา กล่าว