เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่คืนวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ต่อเนื่องเช้าวันที่ 18 กุมภาพันธ์ กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ อ.เทพา จ.สงขลา และที่ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ประมาณ70คน นำโดยนายประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำผู้ชุมนุมฯ ยังคงปักหลักชุมนุมอย่างต่อเนื่อง มีการสลับกันปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียงถึงข้อเสียของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยตลอดคืนที่ผ่านมาไม่เกิดเหตุความรุนแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงตรึงกำลังและใช้แผงเหล็กปิดกั้นบริเวณหัวและท้ายถนนพิษณุโลกหน้าทำเนียบรัฐบาล โดยอนุญาตให้ผู้ชุมนุมเดินออกแต่ไม่อนุญาตให้เดินเข้าในพื้นที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย

เวลา 06.30 น. พ.ต.อ.อุทัย กวินเดชาธร รองผู้บังคับการ กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน(รองผบก.อคฝ.) มอบนโยบายกับตำรวจ บก.อคฝ. จำนวน 1 กองร้อย(150นาย) ที่เข้าดูแลความสงบเรียบร้อยกลุ่มผู้ชุมนุม

โดยพ.ต.อ.อุทัย กล่าวว่า ทางผู้บังคับบัญชาให้เตรียมความพร้อมโดยไม่ให้เกิดความรุนแรง เพื่อรอรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่จะประชุมหารือกันในช่วงสายของวันนี้ เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับผู้ชุมนุม

จากนั้น เวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลชายหญิงรวม 3กองร้อย (450นาย) พร้อมทหารจาก กกล.รส.ทภ.1 จำนวน 30 นาย นำโดยพล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) เข้าควบคุมตัวแกนนำ3คน ประกอบด้วย นายประสิทธิชัย ม.ล.รุ่งคุณ กิตติยากร และนายอัครเดช ฉากจินดา ขณะเปิดพื้นที่ตึกคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล ให้ผู้ชุมนุมทั้งหมดเดินไปเข้าห้องน้ำ และถูกคุมตัวขณะเดินออกจากห้องน้ำ โดยมีรายงานว่าทั้งหมดถูกคุมตัวไปซักถามที่ มทบ.11ส่วนผู้ชุมนุมที่เหลือทางเจ้าหน้าที่ยังให้อยู่ในพื้นที่อาคารก.พ. โดยไม่อนุญาตให้เดินกลับมาข้างทำเนียบรัฐบาล ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงตรึงกำลังและปิดการจราจรถนนพิษณุโลกทั้งเส้นตั้งแต่แยกพาณิชย์จนถึงแยกมิสกวัน โดยไม่อนุญาตให้ยานพาหนะและผู้ชุมนุมเข้ามาในพื้นที่โดยเด็ดขาด

ต่อมาเวลา 13.30 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงเหล็กมากั้นบริเวณ หน้าตึกสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวแกนนำอีก 2 ราย มี นายบรรจง นะแส และนายธัชพงศ์ แกดำ ไปที่มลฑลทหารบกที่ 11 เพื่อพูดคุยร่วมกับแกนนำ3คนที่ถูกคุมตัวไปก่อนหน้านี้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมรถตู้2คัน เพื่อนำผู้ชุมนุมที่เหลือ ไปซักประวัติ ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ถนนวิภาวดี ซึ่งภายหลังการซักประวัติผู้ชุมนุมหากผู้ชุมนุมรายใดมีความประสงค์ต้องการกลับภูมิลำเนาเจ้าหน้าที่จะส่งตัวกลับทันที อย่างไรก็ดีขณะเจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ชุมนุมประมาณ 12 คนเป็นหญิง8คน และชาย4คน ขึ้นรถตู้ พบว่ามีบางคนพยายามยื้อยุดและโวยวายใส่เจ้าหน้าที่ แต่สุดท้ายยอมขึ้นรถไปโดยไม่มีเหตุการณ์ปะทะแต่อย่างใด

พล.ต.สมพงษ์ เปิดเผยว่า ในวันนี้จะทำการผลักดันผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ และเตรียมจัดรถนำผู้ชุมนุมที่เหลือกลับภูมิลำเนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณด้านนอกรั้วกั้นเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนตะโกนว่า ไม่เอาถ่านหิน และพยายามเดินเข้ามาบริเวณด้านหน้า ก.พ.ร. แต่ไม่สามารถเข้ามาได้ อย่างไรก็ดีเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งที่อยู่ในอาคารก.พ.ร. ให้ขึ้นรถตู้กลับไป ทำให้ยอดผู้ชุมนุมที่ยังปักหลักด้านนอกรั้วเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ เหลือประมาณ 50 คน โดยทั้งหมดไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ

