สถานีคิดเลขที่12: ทักษิณกับต้นไม้พิษ
น ายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งภายในงานอุปสมบทที่จังหวัดสุรินทร์เมื่อสุดสัปดาห์
นายทักษิณบอกว่า หลังจากเดือนสิงหาคม จะขอทำงาน มีรูปธรรม เพื่อประโยชน์ของพี่น้องคนไทย
เหตุที่กล่าวเช่นนั้น เพราะกำหนดการพักโทษของนายทักษิณกำลังยุติ
นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า นายทักษิณอยู่ระหว่างการพักโทษและถูกคุมความประพฤติระยะเวลา 6 เดือน
จะครบกำหนดพักโทษในเดือนสิงหาคม
เมื่อครบกำหนดพักการลงโทษ กรมราชทัณฑ์จะออกใบบริสุทธิ์ให้
แล้วนายทักษิณจะได้รับการปล่อยตัวจากสถานที่ที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน และไม่ต้องมาที่ราชทัณฑ์อีก
ตีความว่าหลังสิงหาคมนายทักษิณเป็นอิสระแล้ว จะตั้งใจมาช่วยรัฐบาล
ตั้งใจจะเข้าไปทำงาน และทำให้เกิดผลงานอย่างมีรูปธรรม
การเข้าไปช่วยรัฐบาลครั้งนี้น่าจะเป็นความยินดีจากรัฐบาลที่มีคนเข้าไปช่วย
และถ้าใครติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของนายทักษิณหลังจากกลับมาเมืองไทย หากมีโอกาสได้ฟังบทสัมภาษณ์ ต้องยอมรับว่านายทักษิณมีข้อมูลมากมาย
น่าจะทำการบ้านเอาไว้มาก ทำให้เวลาไปที่ไหนก็สามารถบอกปัญหา และเสนอวิธีแก้ไขได้
แนวทางนำเสนอก็น่าสนใจ เพียงแต่ที่ผ่านมานายทักษิณไม่สามารถบริหารงานได้
หลังจากเดือนสิงหาคม แม้นายทักษิณจะไม่ใช่ ส.ส. ไม่ใช่รัฐมนตรี และไม่ใช่นายกฯ แต่เชื่อว่าด้วยบารมีที่มีอยู่จะสามารถผลักดันไอเดียให้รัฐบาลดำเนินการได้
หลายคนรู้สึกมีความหวังว่า เมื่อทักษิณมาประเทศจะพ้นภัย
เพราะเมื่อปี 2544 จนถึงการรัฐประหารปี 2549 นายทักษิณ และรัฐบาลไทยรักไทยสร้างผลงานเอาไว้มาก
เพียงแต่สถานการณ์เมื่อปีนั้น กับสถานการณ์ในปีนี้อาจต่างกัน
เมื่อปี 2544 รัฐบาลพรรคไทยรักไทยเข้ามาด้วยกระแสนิยม ขนาดมีคดี นายทักษิณยังรอด ด้วยข้อต่อสู้ “โดยสุจริต”
นอกจากนี้ ในช่วงเวลานั้นกฎกติกาต่างๆ ของประเทศเอื้อต่อการบริหารจัดการของรัฐบาล
รัฐธรรมนูญต้องการให้รัฐบาลมีเอกภาพ การขับเคลื่อนงานของรัฐบาลจึงหนักแน่น
แต่สถานการณ์ในปัจจุบัน สิ่งเหล่านั้นถูกบั่นทอน
กระแสสนับสนุนนายทักษิณไม่มากเท่า ณ ช่วงเวลานั้น กฎกติกาของประเทศก็ไม่เป็นใจ
รัฐธรรมนูญออกแบบมาให้ไทยมีรัฐบาลผสม ไม่ใช่รัฐบาลที่มีเอกภาพ
การเปลี่ยนผ่านจาก คสช. มาเป็นประชาธิปไตยช้าเกินกว่าสถานการณ์
ขณะที่สถานการณ์กำลังทำลายความเชื่อมั่นทางการเมือง และเศรษฐกิจ
ผลจากความไม่เชื่อมั่นส่งผลต่อเศรษฐกิจ และสังคม
คนรุ่นใหม่ไม่มั่นใจในอนาคต จึงไม่มีบุตร และส่งผลให้จำนวนคนเกิดใหม่น้อย
นี่ยังไม่รวมกับการเปลี่ยนแปลงของนานาชาติที่มีพัฒนาการ ขณะที่ประเทศไทยขับเคลื่อนไปได้ช้า
ขณะนี้มีข้อเรียกร้องให้ปรับเปลี่ยนการเมืองและเศรษฐกิจในระดับโครงสร้าง
แต่หลายคนคงเห็นแล้วว่า การปรับเปลี่ยนใดๆ ที่กระทบต่อกลุ่มอำนาจเก่านั้นทำได้ยาก
กลุ่มอำนาจเก่าหยั่งรากลึกในช่วงการรัฐประหาร ได้ประโยชน์จากโครงสร้างและกฎกติกาในช่วงนั้น
หากการปรับเปลี่ยนมีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ การปรับแก้ก็จะชะลอตัว
นี่จะเป็นหนึ่งในผลไม้จากต้นไม้พิษตามทรรศนะของนายทักษิณ หรือเปล่าไม่ทราบ
แต่เชื่อว่า หลังสิงหาคม หากนายทักษิณเข้ามาช่วยรัฐบาลจริง
ผลไม้จากต้นไม้พิษนี่แหละจะติดตามมา
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

