หน้าแรก การเมือง ปกรณ์วุฒิ ไม่...

ปกรณ์วุฒิ ไม่รับวาทกรรม “แรงค้านไร้อนาคต” มอง ดิจิทัลวอลเล็ต จัดงบขาดดุล ไม่เป็นไปตามที่หาเสียง

16.07.24 | 12:11 น.

ปกรณ์วุฒิ ขอไม่รับ วาทกรรม “แรงค้านไร้อนาคต ” บอกไม่ทราบ นายกฯ เสียดสีใคร มอง ดิจิทัลวอลเล็ตจัดงบขาดดุล ไม่เป็นไปตามที่หาเสียง ประเทศมีแต่เสียโอกาส ชี้ รบ.มีกี่เสียง ฝ่ายค้านก็ทำงานเหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการตั้งกระทู้ถามสดถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในวันพฤหัสบดีนี้ว่า จะต้องมีการพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะใช้โควตาหรือไม่ ต้องเช็กก่อนตัดสินใจว่าจะถามกระทู้ไหน ทั้งนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันว่านายเศรษฐา จะมาตอบกระทู้ด้วยตนเองหรือไม่

ส่วนจะต้องเตรียมรับมืออย่างไรเพราะครั้งที่แล้วเกิดวาทกรรมแรงค้านไร้อนาคต นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่าไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนั้น นายกฯบอกว่าไม่ได้สื่อความในหมายถึงอะไร อาจจะไม่ได้หมายถึงฝ่ายค้าน

“เห็นนายกชอบ ฮึ่ม ๆ ใส่หน่วยงานอื่นอาจจะเป็นแบงก์ชาติก็ได้ ขอไม่รับคำเสียดสีนี้ไว้ เพราะไม่ทราบว่าท่านนายกฯ เสียดสีใคร” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันพรุ่งนี้ (17 ก.ค.67) เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 พ.ศ. … วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ตว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ตราขึ้นมาเพื่อเอาไปใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต วันนี้จึงเชิญผู้ร่วมฃตั้งงบประมาณมาให้ข้อมูล เพื่อสอบถามในรายละเอียดว่าแต่ละหน่วยงาน มีความเห็นอย่างไร และมีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง

Advertisement

พรรคก้าวไกลได้วางตัวผู้อภิปรายไว้ 10-11 คน พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน แต่น่าจะมีเพิ่มอีก เช่น พรรคไทยสร้างไทย พรรคเป็นธรรม และพรรคไทยก้าวหน้า ส่วนประเด็นในการอภิปรายจะมีหลายแง่มุมทั้งข้อกฎหมาย ความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ ค่าเสียโอกาส และข้อกังวลที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

พรรคก้าวไกลมีข้อกังวลหลากหลาย ทั้งการใช้งบประมาณที่ไม่ต่างจากที่เราเคยพูดถึงใน พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 68 รัฐบาลพยายามเบ่งงบประมาณให้ขาดดุลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ส่วน พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 67 ฉบับเพิ่มเติมก็ทำเป็น พ.ร.บ.อีกฉบับ ทำให้ทุกอย่างที่ทำมีค่าเสียโอกาส ทำให้โครงการอื่น ๆ ไม่สามารถทำได้ เพราะงบประมาณถูกใช้จนเต็มกรอบวงเงิน

อย่างที่นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ถามนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วงบกลางปี 67 ถูกอนุมัติไปน้อย สันนิษฐานว่าสาเหตุมาจากรัฐบาลจำเป็นต้องบริหารจัดการนั่นคือ การกั๊กไม่ยอมใช้งบกลางในเรื่องอื่น หรือใช้เรื่องอื่นให้น้อยที่สุด เพื่อให้มีงบประมาณมาทำดิจิทัลวอลเล็ต ทำให้เสียโอกาสในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หลายมาตรการไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณ แต่ถ้ามีงบประมาณก็จะสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของพี่น้องประชาชนได้มากกว่านี้

การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไม่ได้มีเพียงดิจิทัลวอลเล็ต เราต้องวัดดวงกับโครงการนี้ นโยบายเงินโอนแบบนี้ สร้างตัวคูณทางการคลังน้อยมาก ล่าสุดรัฐบาลก็ทราบและยอมรับโดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังว่าตัวคูณทางการค้า ไม่น่าจะถึง 0.5 ไม่น่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถึง 2.5 แสนล้านบาท จากงบประมาณทั้งหมด 5 ล้านบาท ไม่แน่ใจว่าจะคุ้มค่ากับการยอมเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อทำดิจิทัลวอลเล็ตหรือไม่

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า หลายคนอาจจะมองว่าเป็นการทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ก่อนการเลือกตั้ง แต่อยากการใช้งบประมาณในนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ขอให้มองออกเป็น 3 ส่วน งบประมาณมาจากไหน เอางบประมาณไปทำอะไร และผลลัพธ์จะเกิดอะไรขึ้น

ย้อนไปที่พรรคเพื่อไทยในการหาเสียงเลือกตั้ง บอกว่าแหล่งที่มาของงบประมาณจะไม่กู้ และจะไม่แบ่งงบประมาณขนาดนี้ ที่มาของงบประมาณถูกเปลี่ยนแปลงจนไม่เหลือเค้าเดิม เหลือแค่วิธีการแจกเงิน 10,000 บาทที่ไม่ถ้วนหน้า ก่อนเลือกตั้งหาเสียงไว้สวยหรู จะมีเงินหมุน 4-5 รอบ ล่าสุดดูเหมือนจะยอมรับว่าเป็นไปไม่ได้

สิ่งที่เหลือเท่าเดิมคือการใช้ดิจิทัลวอลเล็ต และการแจกเงิน 10,000 บาท หากเรามองว่านโยบายที่หาเสียงกับนโยบายตอนนี้ที่รัฐบาลกำลังทำนั้น นโยบายตอนนี้ไม่ใช่นโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้แม้แต่นิดเดียวคือ คนละนโยบาย ขอให้จับตาว่าโครงการนี้ค่าเสียโอกาสที่ประเทศจะต้องเจอมีอะไรบ้าง และผลลัพธ์สุดท้ายจะดีตามที่หาเสียงไว้หรือไม่

ส่วนท่าทีของฝ่ายค้านที่ก่อนหน้านี้บอกว่าจะไปยื่นร้องต่อศาลปกครอง หากรัฐบาลยังดึงดันทำดิจิทัลวอลเล็ตต่อ นายปกรณ์วุฒิ ขอแก้ตัวโดยระบุว่าท่าทีของฝ่ายค้านไม่เคยบอกว่าจะไปยื่น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคกล่าวไกล ระบุไปแล้วว่ายังไม่เกิดความผิด ยังไม่การบังคับใช้กฎหมายจึงยังไม่มีความเสียหาย เราไม่ได้ง้างรอเตรียมตัวออกสตาร์ทเดินทางไปศาล เราไม่มีท่าทีแบบนั้น

ทั้งนี้จะพิจารณาใช้ช่องทางอื่นในการคัดค้านโครงการดังกล่าว แต่กลไกสภาฯ ถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสื่อสารไปถึงประชาชน แม้เราจะเป็นเสียงข้างน้อยอาจจะสู้ไม่ได้ แต่พอโหวตผ่านตั้งคณะกรรมาธิการอาจมีเวลาในการพิจารณา ซึ่งจะต้องขอข้อมูลที่ครบถ้วนจากคณะกรรมาธิการ

ส่วนที่พรรคร่วมรัฐบาล ได้ระบุว่าขณะนี้มีมากกว่า 314 เสียงนั้น จะทำให้การทำงานของพรรคฝ่ายค้านยากขึ้นหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่ามี 350 เสียงเราก็ยังเป็นเสียงข้างน้อยเหมือนเดิม ไม่ได้มีปัญหาอะไรยังทำงานเหมือนเดิม