

ยกระดับ – นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, ชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และสนั่น อังอุบลกุล ลงพื้นที่ดันนครศรีธรรมราชโมเดล ยกระดับเมืองนำร่องสู่เมืองหลักเป็นจังหวัดที่ 3 จาก 10 จังหวัด โดยมี ขจรเกียรติ รักพานิชมณี, ประยูร เงินพรหม ร่วมงาน ที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเร็วๆ นี้

บอร์ดเกม – ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร รับมอบบอร์ดเกมการเงิน Wishlist ที่พัฒนาโดย Sea (ประเทศไทย) และ The Money Coach เพื่อกระจายไปสู่ 10 โรงเรียนนำร่องในสังกัด กทม. นำไปสอนสร้างเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่นักเรียนและคุณครูต่อไป โดยมี พุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย) เป็นตัวแทนมอบบอร์ดเกม ร่วมกับวรุตม์ นิมิตยนต์ ผอ.สถาบันบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้และอุปนายกสมาคมบอร์ดเกม ณ ร.ร.นาคนาวาอุปถัมภ์ เมื่อเร็วๆ นี้

ปล่อยขบวนรถ – ชาติ จันทร์วิจิตร ปธ.กก.บห. บจก.ไลอ้อน (ประเทศไทย) พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน จัดพิธีปล่อยขบวนรถ ไลอ้อน สไมล์ เอ็กซ์เพรส รถทันตกรรมเคลื่อนที่ พร้อมด้วยทีมทันตแพทย์มืออาชีพและอุปกรณ์ทันตกรรมได้มาตรฐานออกให้บริการตรวจสุขภาพฟันและรักษาทางทันตกรรมฟรี ให้กับโรงเรียนและชุมชน เมื่อเร็วๆ นี้

รักษ์แม่น้ำ – วิภาวรรณ ทัศนปรีชาชัย ผจก.อาวุโสฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ พร้อมด้วย รัฐวุฒิ งามวุฒิวงศ์ ผจก.โรงงานอาวุโส จ.ระยอง และตัวแทนพนักงานของบริษัทจากโรงงานในจังหวัดระยอง มอบถังหยดน้ำยาจุลินทรีย์เพื่อใช้ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำในเขตเทศบาลนครระยองโดยมี นรินทร์ เจนจิรวัฒนา รองนายกเทศมนตรีนครระยอง และชญชม ปลื้มวุฒิวัฒน์ หัวหน้าฝ่ายจัดการคุณภาพน้ำ เทศบาลนครระยอง เป็นผู้รับมอบ ณ ศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำเทศบาลนครระยอง จ.ระยอง เมื่อเร็วๆ นี้

เงินติดล้อ – มิ่งขวัญ ประเสริฐศิวพร ผช.ผจก.งานส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเงิน และปรเมษ บุญเศรษฐ ผู้เชี่ยวชาญการฝึกอบรมงานส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเงิน บมจ.เงินติดล้อ นำทีมงานจัดกิจกรรมนำความรู้สู่ชุมชน เพื่อชีวิตหมุนต่อได้ โดยมี วาสนา แจ้งกระจ่าง ประธานชุมชนพระราม 9 พัฒนา เชิญชวนชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ณ สนามกีฬาชุมชนบึงพระราม 9 พัฒนา เขตห้วยขวาง กทม. เมื่อเร็วๆ นี้
…กระสุนที่ทะลุหู เลือดกระจายอาบหน้า เฉี่ยวหัวไปเส้นยาแดงผ่าแปด ส่งผลให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งชูกำปั้นประกาศสู้ก่อนทีมรักษาความปลอดภัยจะเข้ามาควบคุม กลายเป็น ภาวะที่ใช้หาเสียงได้อย่างมีพลัง และถึงวันนี้ทุกนักวิเคราะห์สรุปไปในทางเดียวกัน การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐจบแล้ว ประเทศมหาอำนาจซีกโลกตะวันตกจะไม่เป็นอื่น นอกจาก โดนัลด์ ทรัมป์ และนั่นหมายถึง ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับ นโยบายขวาตกขอบ แบบ ชาตินิยมสุดฤทธิ์ ที่หมายถึงหวังพึ่งน้ำจิตน้ำใจของ ผู้เป็นใหญ่ ไม่ได้อีกแล้ว
…การจัดการประเทศในยุคที่ต้องให้ความสำคัญกับคำฮิต ภูมิรัฐศาสตร์ ที่ความหมายรวบยอดอยู่ที่ การประเมินบทบาทของมหาอำนาจ ในแต่ละส่วนใหญ่ เมื่อ อเมริกา ไม่เน้นความเป็น พี่เบิ้ม หันกลับมาแสวงประโยชน์จากความสัมพันธ์แบบชัดๆ ประเทศเล็กประเทศน้อยที่ยังพึ่งพาตัวเองยาก ได้แต่ฝากความหวังไว้ที่ พี่ใหญ่ อย่าง จีน แต่ที่ผ่านมาย่อมเห็นชัดเจนเช่นกัน ว่าการจัดการความสัมพันธ์กับชาติต่างๆ หน้าฉากดูเปี่ยมมิตรภาพ แต่ผลลงเอยอยู่ที่ ควบคุมผลประโยชน์อย่างเบ็ดเสร็จ แทบจะเรียกว่า เป็นกระบวนการกลืนชาติด้วยการค้าและการลงทุน ทำให้ไม่ง่ายสำหรับรัฐบาลที่จะดูแลประเทศ ยิ่งเป็น ชาติที่ภายในอ่อนแอเพราะขาดเอกภาพ การแทรกแซงเพื่อครอบงำยิ่งทำได้ง่ายขึ้น
…เหมือนว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่จัดการกับ ขาใหญ่ตลาดหุ้น ด้วยกฎหมายรุนแรงขึ้น แต่ การบริหารที่เอาแต่ตามล้างตามเช็ดความเน่าเฟะที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้ช่วยให้ ความมั่นใจเกิดขึ้นกับนักลงทุน เพราะในความเป็นจริง ผู้คนมากมาย เสียหายไปกับการ กลโกงที่สร้างความร่ำรวยให้คนไม่กี่กลุ่ม ทำลายหลักการ ตลาดทุน โดยพากันเน้น เก็งกำไรในหุ้น ที่เห็นได้ชัดเจนจาก มาตรการกระตุ้นการซื้อขาย ที่ส่งเสริมการลงทุนแบบ นักพนัน มากกว่า ช่วยพัฒนากิจการ และตามมาด้วยการเปิดทางให้ คิด หากำไรโดยไม่มีสำนึกของนักลงทุนแบบร่วมพัฒนาธุรกิจ คำถามคือ ปล่อยให้บริหารด้วยนโยบายแบบนี้กันอยู่ได้อย่างไร
…ท่ามกลางเสียงเรียกหา ผลงาน ที่จะคลี่คลาย ความเดือดร้อนผู้คน จาก ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ขณะบอบช้ำกับ รายได้ที่มีแต่แนวโน้มจะลดลง ความหวังทั้งของ ประชาชน และ รัฐบาล อยู่ที่ ความสำเร็จของดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่จะแจกกันปลายปีนี้ รัฐบาล หวังว่าจะเป็น เครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ และ เรียกคะแนนนิยม ขณะประชาชนหวังว่าจะได้ซื้อหาข้าวของที่ขาดแคลน พอได้กินได้อยู่กันง่ายๆ สักครั้ง ที่จะหวังให้ชีวิตดีขึ้นนั้น คงไม่มองไปถึง
…บทบาท วรชัย เหมะ ที่เรียกร้องให้ นายกฯเศรษฐา เน้นอยู่ ทำเนียบรัฐบาล ตามงานที่สั่งการไปแล้วให้ เห็นดอกเห็นผล ขึ้นมาบ้าง แม้ถูกตอบโต้จากทีมงานรัฐบาลหนักหน่วงทั้งที่เปิดเผย และเป็นการส่วนตัว แต่ฟังว่าก่อแรงสะเทือนที่ส่งผลต่อความเป็นไปใน พรรคเพื่อไทย อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในกลุ่ม คนเก่าๆ ที่ร่วมสู้ ร่วมสร้างพรรคกันมาจาก ศรัทธาในอำนาจประชาชน เริ่มรวมตัวกันด้วยความรู้สึกเป็นห่วงในบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นในทางที่ ก่อความไม่เข้าใจ หากยังอยู่กันแบบ ไม่เห็นความจำเป็นต้องรับฟัง และพร้อมอธิบาย ย่อมน่าสนใจยิ่งว่าความรู้สึกนี้จะมีพัฒนาการไป ทางไหน อย่างไร
…เริ่มขึ้นรูปประกอบร่างให้เห็นภาพของ สภาสูง ที่พอจะเป็นภาพว่า สถาบัน ซึ่งมีบทบาท กำหนดทิศทางการเมืองไทย มากมายนั้น จะออกมาเป็นแบบไหน ตั้งแต่ วันรายงานตัว ที่ส่วนใหญ่ชัดเจนว่า ไม่ให้ราคากับการสื่อสารกับประชาชน มีแนวโน้มที่จะทำงานแบบ รอถูกกดปุ่มตามคำสั่ง หนักเสียยิ่งว่า ฝักถั่วตามโพย ที่พร้อมจะแสดงให้เห็นได้บ้างว่า คิดอ่านในแต่ละเรื่องราวอย่างไร แต่หาก ส่วนใหญ่ของ ส.ว.ชุดใหม่ ต่างถูกสั่งให้ เซฟตัวเอง โดยไม่แสดงตัวจากการสื่อสาร เพื่อไม่ให้ ถูกจับโป๊ะ ทำหน้าที่เพียงให้รู้ว่า ยังอยู่ในกรอบของการบริหารอำนาจที่กดปุ่มได้ เพื่อยืนยันว่า อย่าหวังความเปลี่ยนแปลงอะไร
…ด้วยสภาพเช่นนี้ บทบาทของ ส.ว.ส่วนน้อย ที่ตั้งอกตั้งใจทำหน้าที่ ตัวแทนอำนาจประชาชน จึงมีความสำคัญยิ่ง ด้วยจะเห็นความแตกต่างระหว่าง การเป็นแค่ปุ่มรอกด กับ คุณภาพทางความคิด เพียงแต่การเมืองที่เบื้องหลังเต็มไปด้วยผลประโยชน์ซับซ้อน จำเป็นอย่างยิ่งต้อง ตั้งสติ เพื่อ รู้เขา รู้เรา หากเพราะเชื่อมั่นใน คุณภาพที่เหนือกว่า แล้วแสดงออกโดยควบคุมจากแรงบีบของสถานะความเป็น ส่วนน้อย ได้ไม่ดีพอ จนก่อ ความล้นเกินในบทบาท อาจบางทีจะถูกโต้กลับจาก ความเรียบง่าย ของ คนที่รู้แค่ว่าจะใช้อำนาจอย่างไรให้ได้ผลตามเป้าหมาย จนท่าทีพวกที่ โอ่ถึงคุณภาพ กลายเป็น บทบาทที่ไม่มีราคา เพราะไม่ส่งผลให้เกิดอะไรขึ้นมา ก็ได้
ชโลทร
