สภาผู้แทนฯมีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนในประเทศ รวมถึงโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต
ด้วยคะแนนเสียง 297 ต่อ 164 เสียง
นั่นก็แปลว่า เสียงพรรคร่วมรัฐบาล ยังคงเหนียวแน่นเป็นปกติ แม้ว่าจะไม่เต็มจำนวน 314 เสียง
ขณะที่การอภิปรายชำแหละร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ พรรคฝ่ายค้านมุ่งโจมตีโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ว่ามีปัญหามากมาย ผิดอะไรต่อมิอะไรหลายด้าน เรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลตระหนักว่า การปล่อยให้ร่าง พ.ร.บ.นี้ผ่าน จะเกิดปัญหาในอนาคตได้ ผิดกฎหมายได้
แต่สุดท้ายในการโหวต เสียงของพรรครร่วมรัฐบาลก็ยังคงปกติ บ่งบอกว่าเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล ยังไม่มีปัญหา ยังไม่ขัดแย้งแตกแยกอะไร
แม้มีการตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้ว่า กรณี 40 ส.ว.ยื่นถอดถอนนายกฯเศรษฐา ทวีสิน ยังเป็นคดีอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ และมีการชี้ชัดว่าเชื่อมโยงถึงคนในบ้านป่า แปลว่ามีข้อขัดแย้งรุนแรงระหว่างรัฐบาลเพื่อไทยกับพรรคร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐ
จะนำไปสู่การปรับ ครม.เพื่อตัดพลังประชารัฐออกจากรัฐบาลหรือไม่
รวมทั้งอีกกรณีคือ ความขัดแย้งเรื่องกัญชา จะนำไปสู่การแตกหักระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับเพื่อไทยหรือไม่
ยิ่งเชื่อกันว่า ส.ว.ชุดใหม่เต็มด้วยสายสีน้ำเงิน แปลว่าภูมิใจไทยมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นในทางการเมือง คงจะไม่ง้อเพื่อไทยแล้ว เพราะชนวนเรื่องกัญชา
เป็น 2 กรณีที่นักวิเคราะห์ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ชี้เปรี้ยงว่า เพื่อไทยต้องแตกหักกับพรรคร่วมรัฐบาลแน่ๆ ทั้งพลังประชารัฐและทั้งภูมิใจไทย
แต่จะวิเคราะห์ก็วิเคราะห์ได้ สำคัญสุดคือต้องมองข้อเท็จจริง ต้องมองความจริง ดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ
ความจริงคือ การโหวต พ.ร.บ.เงิน 1.22 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เมื่อ 17 ก.ค. ผ่ายฉลุย พรรคร่วมรัฐบาลยังไปด้วยกันได้ดี
ยิ่งย้อนไปดูข้อเท็จจริงก่อนหน้านี้ เหตุการณ์เมื่อ 15 ก.ค.
งานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีพรรคพลังประชารัฐเป็นเจ้าภาพ ในท่ามกลางข้อวิเคราะห์ของเหล่านักวิเคราะห์ทั้งหลายที่มองว่า พลังประชารัฐคงอยู่ร่วมกับเพื่อไทยไม่ได้แล้ว
แถมในงานเลี้ยงก็ไม่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มาร่วม มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพแทน
แต่ความจริงคือ บรรยากาศในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความชื่นมื่น
ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ว่ากันว่าขัดแย้งแตกหักกับเพื่อไทยในเรื่องกัญชา ทั้ง ร.อ.ธรรมนัส เลขาธิการพลังประชารัฐ ที่ว่ากันว่าขัดแย้งกันหนัก เรื่องถอดถอนนายกฯ
ปรากฏว่าแกนนำทั้งสองพรรคกับแกนนำเพื่อไทย แสดงออกทั้งต่อนายกฯเศรษฐา ทั้งต่อ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค เป็นไปอย่างหวานชื่น
ยิ่งไปกว่านั้น ถัดมาอีก 2 วันคือ 17 ก.ค. พรรคร่วมรัฐบาลยังร่วมกันโหวตเป็นปกติ เพื่อให้โครงการดิจิทัลวอลเล็ตเดินหน้าไปได้
แน่นอน การเมืองไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร รอยร้าวของภูมิใจไทย พลังประชารัฐ กับเพื่อไทย มีอยู่ ต้องจับตากันต่อไป
แต่ไม่ใช่วันนี้
หรือจะเป็นเพราะยังมีพันธะสัญญาเป็นรัฐบาลพิเศษ สลายขั้ว

