นายกฯ มอบอุปกรณ์ ปราบยาเสพติด ให้ทหาร-ตร. จ่อคุยทูตออสเตรเลีย ตัดเส้นทางขน

“นายกฯ” มอบอุปกรณ์ ตร.-ทหารปราบยาเสพติด ชี้ ความปลอดภัยสำคัญที่สุด เผย เตรียมคุย “ทูตออสเตรเลีย” หาความร่วมมือตัดตอนเส้นทางขนยาเสพติด

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 กรกฎาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบอุปกรณ์ป้องกัน และตอบโต้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด แก่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการทหารบก โดยมี พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ต.อ.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ท.ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 และ พล.ต.ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง รับมอบอุปกรณ์ ได้แก่ เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ชุดเฝ้าตรวจระยะไกลทางยุทธวิธีชนิดกระเป๋าหิ้ว กล้องอำพรางแบบเคลื่อนที่ อากาศยานไร้คนขับ กล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหว ระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ กล้องตรวจการณ์เวลากลางคืน กล้องบันทึกการปฏิบัติงานแบบบุคคล และรถขับเคลื่อนสี่ล้อ

นายเศรษฐากล่าวภายหลังการตรวจชมอุปกรณ์ และชมการสาธิตประสิทธิภาพของอากาศยานไร้คนขับว่า อย่างที่ตนเคยได้เรียนว่า เรื่องยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ทางรัฐบาลร่วมกับกองทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ส. และกระทรวงสาธารณสุข มีเป้าหมายกวาดล้างยาเสพติดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำทั้งหมด โดยจะเริ่มปฏิบัติในสองจังหวัดก่อนคือที่จังหวัดน่านและจังหวัดร้อยเอ็ด ที่จะทำให้เป็นจังหวัดสีขาวทั้งหมด ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ที่กรัดกร่อนสังคมไทยมานาน ถึงเวลาที่จะต้องกำจัดให้หมดไป จากการที่รัฐบาลเรา ทุกๆ หน่วยงานได้ลงพื้นที่ไปมีหลายขั้นตอนที่เราต้องแก้ไขปัญหา อันนี้ถือว่าเป็นต้นตอคือการตัดซัพพลายเชนทั้งหมดของยาเสพติด ซึ่งส่วนมากมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านคือลาวและเมียนมา

นายเศรษฐากล่าวว่า อุปกรณ์จึงเป็นเรื่องสำคัญ เมื่ออาทิตย์ก่อนก็มีเรื่องเศร้าคือการสูญเสียเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะมีอุปกรณ์ไม่ครบ เช่น การไม่มีกล้องตรวจการณ์เวลากลางคืน (night vision) เวลาหาผู้ต้องหาก็ต้องใช้ไฟฉายในการส่อง เป็นการเปิดแหล่งที่มาให้ผู้ต้องหายิงสวนกลับมาให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้นวันนี้เราก็พยายามทำให้เยอะที่สุด พยายามทั้งป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อย่างภาคเหนือมีที่ราบสูงเยอะ เพราะฉะนั้นการใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ (four wheels) ก็สำคัญ การใช้อากาศยานไร้คนขับ (drone) เพื่อสำรวจพื้นที่ก็สำคัญ เมื่อฝ่ายเรามีฝ่ายเขาก็มีเหมือนกัน เราจึงต้องมีระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (anti-drone) เพื่อยิงให้ตกลงมา เพราะฉะนั้นเรื่องของความปลอดภัยในการทำงานของเจ้าหน้าที่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด จึงต้องมีอุปกรณ์ให้เพียงพอและใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการปราบปราม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนได้สั่งการให้ทางเลขาฯ ป.ป.ส.ไปดูว่า ในประเทศที่มีความซับซ้อนในการขนถ่ายยาเสพติดทำอย่างไรบ้าง อย่างเช่นในประเทศเม็กซิโกได้ลักลอบขนยาเสพติดเข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ใช้โดรนในการขนส่ง ก็ต้องพัฒนากันว่าจะป้องกันอน่างไร และไม่ใช่แค่ยาบ้าอย่างเดียวตลาดที่ใหญ่ที่สุดที่มีการส่งเฮโรอีนผ่านไทยออกไปคือสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียซึ่งบ่ายวันนี้ (18 ก.ค.) ตนจะมีการพูดคุยกับทูตออสเตรเลียว่าจะมีการร่วมมือกันได้อย่างไรในการตัดตอนเรื่องของการส่งเฮโรอีนผ่านไทยออกไป เพราะว่ามูลค่าที่เราจับเฮโรอีนได้ก็เพิ่มมากขึ้นเยอะมาก ส่วนเมื่อตอนต้นอาทิตย์ตนก็ได้โทรศัพท์หารือกับทางทูตสหรัฐแล้ว และได้นัดหมายหารือกัน ซึ่งเค้าจะไปเตรียมการบ้านในเรื่องนี้เพื่อมาพูดคุยกันในสัปดาห์หน้า เพื่อตัดตอนยาเสพติดให้หมดไป

ADVERTISMENT

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทั้งนี้ ต้องทำงานอย่างบูรณาการกันทุกภาคส่วน อย่างวันนี้มีการพูดถึงกองทัพภาคที่ 3 เยอะมาก แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับภาคอื่นๆ เพียงแต่ภาคที่ 3 นั้น ได้ทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองได้อย่างดี และจะให้เป็นโมเดลที่นำไปใช้ยังภาคอื่นๆ ด้วย และหลังจากนี้ตนจะเดินทางไปยัง ปปง.เพื่อพูดคุยในส่วนของการยึดทรัพย์ที่ต้องกำชับให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าหากว่าจับได้แต่ยึดทรัพย์ไม่ได้ เขาจะยังมีเงินทุนในการจ้างผลิตต่อ ก็ยังปราบได้ไม่ครบถ้วน และเมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดต้องมีรางวัลโดยจัดสรรให้พอเหมาะเพื่อเป็นกำลังใจ แล้วในด้านของกระทรวงสาธารณสุข เพราะการบำบัดฟื้นฟูดูแลก็เป็นเรื่องสำคัญ อย่างที่มณฑลทหารบกที่ 38 ที่จังหวัดน่าน ก็เป็นโมเดลที่ดี ครบวงจร มีที่พักมีสอนการประกอบอาชีพ เพราะเราไม่อยากให้ทุกคนพอบำบัดเสร็จแล้วไม่มีอาชีพกลับไปเสพยาอีก ก็มีการสอนอาชีพและสร้างรายได้ จึงอยากให้เข้ามาอยู่ในการบำบัดดูแล ซึ่งทำควบคู่กันไปในหลายๆ ภาคส่วน วันนี้อุ่นใจที่เราเป็นทีมไทยแลนด์ช่วยกันทั้งตำรวจและทหาร แต่ยังไม่อุ่นใจที่ยังมีปัญหาอีกมากที่ต้องเร่งรีบแก้ไข

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาภายในเมียนมา จะยิ่งส่งผลให้มีการผลิตยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน และลักลอบเข้ามาในไทยมากขึ้นหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นอีกเรื่องที่ต้องหารือกัน ไม่เฉพาะปัญหายาเสพติด แต่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยกระทรวงต่างประเทศของสองประเทศต้องหารือร่วมกันเพราะเป็น เรื่องละเอียดอ่อน และเป็นความมั่นคงในประเทศเมียนมา เราไปก้าวก่ายไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นข้อแก้ตัวที่เราจะไม่ทำงานกัน เพราะอย่างบางครั้งที่เราเห็นโรงงานอยู่ข้ามชายแดนไปไม่ไกล ก็ต้องไปดูกันให้ดีๆ ในเรื่องของความละเอียดอ่อน อย่างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ