อธิบดีประมง รับ ไทยเคยส่งออกปลาหมอคางดำ 2 แสนตัว ไป 17 ประเทศ
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำ เพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย ที่มี นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นประธานอนุกมธ. วาระการพิจารณาความเห็นและสาเหตุการระบาดของปลาหมอคางดำ
โดยได้เชิญ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง , ตัวแทนนักวิชาการ , สภาทนายความ และตัวแทนผู้ได้รับความเดือดร้อน แต่ละจังหวัดมาให้ข้อมูล ซึ่งบริษัทเอกชนเป็นหน่วยงานเดียวที่ไม่ได้ตอบรับเข้าร่วม
ขณะที่ นายณัฐชา ถามอธิบดีต่อว่า เรื่องบริษัทเอกชนที่ตอบโต้กลับมาว่า มีการส่งออกปลาพันธุ์นี้ไปยังประเทศอื่นด้วยในปี 2556-2560 จริงเท็จอย่างไร ซึ่งมีข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผย จึงอยากให้ชี้แจง เรื่องการส่งตัวอย่างในการตรวจสอบว่า ปลาที่ดองไว้ในขวดโหลจะมีกระบวนการอย่างไร และตนอยากทราบว่า กรมประมงใช้งบไปเท่าไหร่ ทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงแนวทางที่ถูกต้องในการนำเข้าปลาต่างถิ่นเข้ามา และการติดตามต้องทำอย่างไร

จากนั้น อธิบดีกรมประมง ตอบว่า ข้อมูล ณ วันนี้ที่กรมประมงมีที่พอจะเห็นร่องรอย มีบริษัทเดียวที่ขอนำเข้า เดือนกันยายนปี 2553 พร้อมตอบรับคำเชิญอนุ กมธ.ไปที่กรมฯ “กรมประมงเป็นกลุ่มโปร่งใส เปิดเผย ตรวจสอบได้ เชิญครับ ไปเยี่ยมกรมประมง วันไหนที่ไปก็ขอให้บอกล่วงหน้าสักอาทิตย์หนึ่งนะครับ”
ส่วนเรื่องการส่งออกปลาไปที่ประเทศอื่น นักข่าวก็ถามตน ตนก็ตกใจ เพราะไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ จึงตั้งทีมค้นคว้าเรื่องนี้ พบว่ามีการส่งออกปลาเมื่อปี 2556-2559 ไป 17 ประเทศ โดยมีผู้ส่งออก 11 ราย มีปลาทั้งสิ้น 230,000 ตัว แต่ปี 2561 ตอนแก้กฎกระทรวงก็ไม่มีการส่งออก ย้ำว่าอะไรที่เราเจอเราก็นำเรียนให้ทราบ
อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า วกกลับมาที่ ปลาหมอคางดำ 2,000 ตัวว่านำเข้ามาทางด่านสุวรรณภูมิ ตนได้เรียสมุดคุมมาแล้ว ก็ไม่มี แต่บริษัทเอกชนกล่าวอ้างว่าส่งมา จึงต้องไปดูที่ต้นทาง ถ้ามีก็ขอให้นำมาเปิดเผย ตอนนี้กรมประมงใช้งบป้องกันและเฝ้าระวังไป 1.79 ล้านบาท

งบโครงการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ปี 61 จำนวน 11 ล้านบาท งบวิจัย ปี 61 จำนวน 4000,000 บาท และงบส่วนอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการของบประมาณ 181ล้านบาท เพื่อดำเนินการ 5 เรื่อง กำจัด / ปล่อยปลานักล่า / รณรงค์ให้มีการบริโภค / สำรวจและรายงาน และประชาสัมพันธ์ แต่ยังไม่เห็นชอบงบประมาณ ซึ่งตนจะดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว
อธิบดีกรมประมง ย้ำทิ้งท้ายว่า “ระบบการส่งออกสัตว์น้ำ เรามีระบบ ถ้าเป็นสัตว์น้ำเป็นสัตว์ควบคุม เช่น สัตว์อยู่ในบัญชี สัตว์คุ้มครอง การจะส่งออกต้องมีที่มา เช่น จระเข้ กรณีมีชีวิต ต้องมาขอใบรับรองจากกรมอนามัยว่าปลอดโรค และไปยื่นที่ด่าน ขอส่งไปปลายทางตามที่ประเทศนั้น ต้องรับรองโรค แต่ปลาหมอคางดำ มีประกาศห้ามไม่ให้ส่งออกปี 2561 ปี 2556-2559 ไม่ใช่เป็นสัตว์คุ้มครอง เขาก็เอาจากแหล่งธรรมชาติที่รุกรานอยู่ ต้องไปดูว่าแพร่กระจายเมื่อไหร่ ผมก็ไม่สามารถตอบได้ว่าเขาเอามาจากไหน แต่ก็เห็นได้ว่าเมื่อมันชุกชุมจากธรรมชาติ เขาก็ไปเก็บจากธรรมชาติ”
นอกจากนี้ ข้อมูลการส่งออกปลาหมอคางดำ จาก กองควบคุมการค้าสัตว์น้ำและปัจจัยการผลิต ระบุไว้ว่า
ปี 2556 ส่งออก 58,840 ตัว มูลค่า 144,910 บาท
ปี 2557 ส่งออก 153,490 ตัว มูลค่า 477,415 บาท
ปี 2558 ส่งออก 14,340 ตัว มูลค่า 310,805 บาท
ปี 2559 ส่งออก 97,150 ตัว มูลค่า 576,920 บาท
รวม 323,830 ตัว มูลค่า 1,510,050 บาท

