หน้าแรก การเมือง พปชร. เลือดไห...

พปชร. เลือดไหลอีก สัณหพจน์ อดีตส.ส.เมืองคอน ไขก๊อกสมาชิกพรรค

19.07.24 | 17:09 น.

พปชร.เลือดไหลไม่หยุด สัณหพจน์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช ไขก๊อกสมาชิกพรรค อ้างพักผ่อน ปัดย้ายสังกัด


เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง รองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และอดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้วโดยมีผลทันที โดยนายสัณหพจน์ได้เดินทางเข้าขอบคุณ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. เพื่อกราบลา ก่อนยื่นใบลาออกอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่าต้องการพักผ่อนกับครอบครัว ไม่ได้ย้ายไปสังกัดกับพรรคการเมืองใด

ซึ่งเจ้าตัวโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ผมขอลาออกจาก พปชร. ขอบคุณลุงป้อม ที่ให้โอกาสทำงาน และมีความเมตตากับผมเสมอมา วันนี้ (19 ก.ค.2567) ผมได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว

โดยผมได้เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อกราบขอบคุณและกราบลาท่าน ก่อนยื่นใบลาออกอย่างเป็นทางการ

Advertisement

ในโอกาสนี้ผมต้องขอขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ที่ได้ไว้วางใจให้ผมทำงานเป็นกำลังหลักในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเดือน มี.ค.64 และในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ท่านก็ได้ไว้วางใจแต่งตั้งให้ผมเป็น รองเลขาธิการพรรค พปชร.

พร้อมกันนี้ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนพี่น้องลุ่มน้ำปากพนัง ขอบคุณท่านอีกครั้งที่ได้ประสานงานอนุมัติงบประมาณในการขุดลอกแม่น้ำปากพนัง วงเงินจำนวน 147 ล้านบาท และงบช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกครั้งที่ผ่านมา”

สำหรับนายสัณหพจน์ หรือ ดร.ชัย คนลุ่มน้ำปากพนัง เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่ปี 2561 ได้ลงสมัคร ส.ส. และชนะการเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต 2 จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เมื่อปี 2562 จนถึง 2566 แต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุด ปี 2566 ไม่ได้รับเลือก จากนั้น พล.อ.ประวิตรได้แต่งตั้งให้เป็นรองเลขาธิการพรรค พปชร. และไว้วางใจให้ดูแลฐานเสียงหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้

ทั้งนี้การลาออกจากสมาชิกพรรคของนายสัณหพจน์ แกนนำภาคใต้ เกิดขึ้นภายหลัง นายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กทม.พปชร. ลาออกได้เพียง 1 วัน

อย่างไรก็ตาม นายสัณหพจน์ยังได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เสนอขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดตั้งจังหวัดสว่างแดนดิน และจังหวัดทุ่งสง โดยเฉพาะจังหวัดทุ่งสง ว่าตนไม่เห็นด้วยต่อแนวความคิดที่จะจัดตั้งจังหวัดทุ่งสงขึ้นมาใหม่ โดยแยกตัวออกจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะ ส.ส.สามารถใช้กลไกของสภาในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ของตนเองให้มีความเจริญร่วมกับแนวทางอื่นได้ ไม่ใช่การจัดตั้งจังหวัดใหม่เพื่ออ้างอิงการกระจายความเจริญผ่านการปกครองและงบประมาณเมื่อมีการแยกเป็นจังหวัด และตนไม่อยากเห็นจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้ตั้งแต่ในอดีต ต้องลดสถานะลงมาเป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ