หน้าแรก การเมือง พิธา ลงพื้นที...

พิธา ลงพื้นที่แม่กำปอง ขอความรู้ หวังใช้เป็นโมเดลทั่วปท. พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

20.07.24 | 15:37 น.

“พิธา” ลงพื้นที่แม่กำปอง หวังเอาเป็นโมเดลพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอื่นทั่วประเทศ เชื่อกว่าจะสำเร็จมาได้ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ด้าน “พ่อหลวง-ผู้ใหญ่บ้าน” สะท้อน มีความพยายามของนายทุน เจาะพื้นที่แย่งธุรกิจชาวบ้าน บอกที่ผ่านมาหมู่บ้านจัดรัฐสวัสดิการกันเอง ตั้งแต่เกิดยันตาย

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2567 ที่หมู่บ้านแม่กำปอง จ.เชียงใหม่ พรรคก้าวไกล นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคก้าวไกล, นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ และทีมงานจังหวัด ลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการท่องเที่ยวแม่กำปอง

นายธีรเมศร์ ขจรพัฒนภิรมย์ ผู้ใหญ่บ้านผู้ก่อตั้งหมู่บ้านแม่กำปอง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าพ่อหลวง กล่าวว่า แม่กำปองพัฒนาพลิกดินสู่ดาวเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ช่วงปี 2543 เป้าหมายที่วางไว้ตอนนั้น คือแก้ปัญหาทุกเรื่อง ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การประกอบอาชีพ สิ่งแวดล้อม เรามีต้นทุนธรรมชาติ เป็นคนล้านนาเป็นคนพื้นเมือง แต่มาอยู่บนเขา มีวัฒนธรรม ปัจจุบันมีเรื่องภูมิปัญญาเข้าไปด้วย จนเราได้เป็นหมู่บ้าน OTOP เราได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อศึกษาและอนุรักษ์ให้แม่กำปองไปแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ท้ายที่สุด เราก็พัฒนาไปถูกทาง ตอนนี้เรากำลังส่งเข้าประกวด

“ผมบอกกับชาวบ้านว่า เรามีต้นทุนที่ไม่ใช่เงิน แต่เราจะทำอย่างไรให้ต้นทุนเกิดเป็นรายได้ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนของชุมชน จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผมคิดว่า ความเป็นอยู่คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนนี้มีการพัฒนาที่ดีขึ้น ถ้าจะพูดตามภาษาบ้านเรา ก็คือลืมตาอ้าปากได้ และที่สำคัญอันก็คือลูกหลานกลับมาอยู่บ้าน ปริญญาตรี ปริญญาโทก็กลับมา ถ้าไม่เป็นอย่างนี้ ก็คงไม่มา” พ่อหลวงธีรเมศร์กล่าว

พ่อหลวงธีรเมศร์กล่าวต่อว่า สิ่งที่แม่กำปองเป็นต้นแบบคือการบริหารจัดการรายได้ นักท่องเที่ยวต้องจ่ายค่าบำรุงหมู่บ้านผ่านค่าห้องพัก จัดสรรเข้าสู่กองทุนต่างๆ ภายในหมู่บ้านแม่กำปอง เช่น สหกรณ์ กองทุนไฟฟ้า กองทุนสวัสดิการชุมชน ดังนั้น จิตสำนึกของการมีส่วนร่วมของประชาชนดีมาก ที่สำคัญคือสวัสดิการ เราดูแลตั้งแต่เกิด อยู่ ตาย คนเกิดมีงบให้ 2,000 บาท ตายได้ 3,000 บาท คนป่วยมีค่าห้องให้วันละ 200 บาท มีการช่วยค่าเทอมตั้งแต่ 500-2,000 บาท

Advertisement

“หมู่บ้านเราเคยเป็นหมู่บ้านป่าที่เคยถูกมองข้าม ถูกเรียกว่าคนป่าเมี่ยง ด้อยการศึกษา แต่ตอนนี้ก็เท่ากับคนอื่น ถือเป็นหมู่บ้านหนึ่งที่มีความสามัคคีและเข้มแข็ง”

พ่อหลวงธีรเมศร์ย้ำว่า ต้องแก้ปัญหาโครงสร้างและเตรียมการให้พร้อมก่อนจะทำมาตรการท่องเที่ยว และสาเหตุที่เปิดไปแล้วต้องทำการวิจัยควบคู่ไปก็เพราะต้องศึกษาให้ได้ผลประโยชน์กับทุกฝ่าย

ด้าน น.ส.ชฎาพร ถมมา ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน สะท้อนว่า ยังมีปัญหาด้วย เพราะเรากำลังต่อสู้กันพอสมควร เนื่องจากมีนายทุนพยายามเข้ามาดำเนินธุรกิจ และใช้กฎหมายที่สูงกว่าเข้ามาจัดการ แต่เรามีระเบียบชุมชน มีธรรมนูญหมู่บ้าน จึงอยากสะท้อนปัญหาไปให้เกิดการแก้ไข เพราะไม่อยากให้ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มนายทุน

“นายทุนเขามีทุน แต่เรามีรัฐสวัสดิการหมู่บ้าน บางคนส่งลูกหลานเรียนข้างนอก เราไม่อยากให้นายทุนเข้ามาเบียดเบียนรายได้ของชาวบ้านด้วย” น.ส.ชฎาพรกล่าว

ด้าน นายพิธากล่าวว่า วันนี้ตน ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ ส.ส. ตั้งใจมาขอความรู้ว่า ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ท่านมองอย่างไร เพราะอยากเอาไปทำนโยบายเกี่ยวกับการท่องเที่ยว มองว่าแม่กำปองเป็นหมู่บ้านหนึ่งที่เป็นรัฐสวัสดิการเล็กๆ ตนมั่นใจว่าตลอด 23 ปีที่พัฒนามา ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

นายพิธาระบุว่า ต้องหาคำตอบร่วมกันให้มีสมดุลระหว่างข้อกฎหมายและธรรมนูญหมู่บ้าน ดังนั้นจะรับเป็นการบ้าน

จากนั้น นายพิธาได้เดินไปเยี่ยมชมร้านค้าต่างๆ ภายในหมู่บ้านแม่กำปอง โดยมีประชาชน นักท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ค้าเข้ามาขอถ่ายรูปจำนวนมาก