หน้าแรก การเมือง ปชช. ต.ถ้ำทอง...

ปชช. ต.ถ้ำทองหลาง พังงา ยื่นหนังสือถึง ‘โรม-เฉลิมพงศ์’ แก้ปัญหาข้อพิพาทนายทุนสัมปทานเหมืองหิน

21.07.24 | 19:46 น.

ปชช. ต.ถ้ำทองหลาง พังงา ยื่นหนังสือถึง ‘โรม-เฉลิมพงศ์’ แก้ปัญหาข้อพิพาทนายทุนในพท.สัมปทานเหมืองหิน

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.จังหวัดภูเก็ต เขต 2 พรรคก้าวไกล และคณะ ลงพื้นที่ ต.ถ้ำทองหลาง จังหวัดพังงา เพื่อร่วมพูดคุยรับฟังข้อร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จากข้อพิพาทการสัมปทานเหมืองหินของนายทุนรายหนึ่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของผู้คนในละแวกใกล้เคียงและความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม

นายอมรศักดิ์ หอมจันทร์ ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ ต.ถ้ำทองหลาง เปิดเผยว่า ก่อนมีการปิดและห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวนั้น พื้นที่ดังกล่าว มีร้านค้าของประชาชนเข้าไปจำหน่ายจำนวนทั้งสิ้น 30 ร้านมีนักท่องเที่ยวราววันละ 1,000 คน บางส่วนเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางกับโปรแกรมทัวร์ และ บางส่วนเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมีทั้งมาเป็นคู่ และมาเป็นครอบครัว

นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า จากการบอกเล่าของประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ พบว่า นายทุนที่ได้สัมปทาน พื้นที่ดังกล่าวเพื่อทำเหมืองหิน ซึ่งมีการหมดสัมปทานในช่วงปี 2564 หลังจากนั้นได้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจนกลายเป็นไวรัล ด้วยลักษณะของพื้นที่ประกอบกับบรรยากาศ ถูกขนานนามว่า “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” วันที่ 20 พ.ย. 66 ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาในสมัยนั้น จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยว พร้อมวางมาตรการความปลอดภัยต่างๆ

Advertisement

เมื่อพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวและประชาชนให้ความสนใจ เอกชนรายเดิมจึงมีการยื่นและแจ้งต่อสาธารณชนว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นเอกสาร น.ส.3 และตนเป็นผู้ครอบครอง จนวันที่ 27 พ.ค. 66 รองผู้ว่าจังหวัดพังงาได้มีประกาศห้ามชั่วคราว พร้อมสั่งให้สำนักงานที่ดินจังหวัดพังงาลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อลงวันที่ 12 มิ.ย. 66

ผลจากการตรวจสอบ พื้นที่ที่ปรากฏในเอกสาร น.ส.3ก. อยู่ 332 เมตร ตามเอกสารการยืนยันจากกรมที่ดิน และพบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ของกรมป่าไม้ ตามที่มีการอ้างของนายทุนจำนวน 16 ไร่ ไม่ได้อยู่ในจุดดังกล่าวแต่อย่างใด

ประเด็นสำคัญ คือ เอกสารฉบับนี้ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการสัมปทานพื้นที่ทำเหมืองหินเมื่อปี 45 ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาจึงได้มีการให้กรมป่าไม้ดำเนินคดีต่อนายทุนรายดังกล่าว ในคดีการอ้างเอกสารที่เป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน พร้อมเรียกค่าสินไหมชดเชยต่อเอกชนรายดังกล่าว

ขณะนี้ทางกรมป่าไม้ได้มีแนวคิดในการจัดการพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นป่าสันทนาการเพื่อการท่องเที่ยว ขณะที่ประชาชน มองว่า การบริหารงานจะดำเนินการโดยกรมป่าไม้ ซึ่งอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับงบประมาณแต่ละปีที่จะถูกนำมาใช้จุดนี้ทั้งหมดและปริมาณนักท่องเที่ยว รวมถึงรายได้ที่จะเข้ามา

ดังนั้น ประชาชนจึงมองว่า หากพื้นที่จุดกล่าวไม่ขอให้เป็นป่านันทนาการ แต่ต้องการขอให้ทางจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการสานต่อ โดยขอให้เปิดการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน พร้อมประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการพิพาทจุดพื้นที่ดังกล่าว ทำให้การจัดการไม่สามารถบริหารได้อย่างเต็มระบบ เนื่องจากติดในเรื่องที่ดินและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทางประชาชนในพื้นที่ จึงประสานกับนาย วรวุฒิ ชัยธนะวิวรรธ-วุฒิ ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนเครือข่ายภาคประชาชนและยังเป็นผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงพื้นที่และยังเคยมีการยื่นหนังสือต่อ สส. ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ตเขต 3 เพื่อยื่นต่อคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการพิจารณามาแล้วเมื่อเดือนมีนาคม 67

โดย การลงพื้นที่ เพื่อดูสภาพความเป็นจริง รวมถึงความเปลี่ยนแปลงและความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีประชาชนหลั่งไหลจากทั่วทุกสารทิศ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ขณะที่ร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยต่างนำสินค้าพื้นบ้านมาจำหน่าย บางร้านนำสินค้าจำพวกอาหารท้องถิ่น บางร้านก็เป็นผลผลิตทางการเกษตรแบบออแกร์นิคมาจำหน่าย

นายเฉลิมพงศ์ กล่าวอีกว่า อีกจุดที่ลงพื้นที่ คือ บ้านในวัง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากจุดเดิมราว 500 เมตร กำลังมีการทำผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) และมีการยื่นขอสัมปทานในปี 2556 จุดนี้ตั้งอยู่ห่างจากโรงเรียนบ้านในวังเพียง 300 เมตรและห่างจากสำนักสงฆ์เพียง 600 เมตรเท่านั้น

ความพิเศษของพื้นที่นี้ เป็นป่าซับน้ำซึ่งอยู่ใกล้กับ ชุมชน โรงเรียน ลำธาร ลำรางสาธารณะ โดย ลำห้วยเพื่อสาธารณประโยชน์ของชุมชน มีการเชื่อมต่อระหว่าง ม.4 ไปยัง ม.2 อีกประการในจุดนี้ยังมีถ้ำที่มีความสวยงามซึ่งประชาชนเรียกว่า “ถ้ำเพชร” อยู่ระหว่างการพิจารณาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่จะมีการขอสัมปทานแห่งใหม่ จึงมีความกังวลในเรื่องของฝุ่นละอองจากการระเบิดหิน เนื่องจากพื้นที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะและถูกห้อมล้อมด้วยภูเขา ซึ่งจะส่งผลต่อการดำรงชีวิต และสิ่งแวดล้อมในอนาคต”