ไบเดนถอนตัว
มีกระแสลือกันมาหลายวัน กระทั่งวันที่ 22 กรกฎาคม ก็ปรากฏรายงานข่าวจากเอพีและรอยเตอร์
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา วัย 81 ปี ประกาศไม่ขอลงเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกสมัย ในฐานะตัวแทนของพรรคเดโมแครต
การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะมีขึ้นวันที่ 5 พฤศจิกายน หรือประมาณ 4 เดือนหลังจากนี้
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน โพสต์เอ็กซ์ว่า จะยังคงอยู่ในบทบาทของประธานาธิบดี และผู้บัญชาการทหารสูงสุด จนกว่าจะหมดวาระในเดือนมกราคม 2568
พร้อมกันนั้นได้ใช้โอกาสนี้บอกถึงผลงานที่อยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดี
เขาบอกว่า 3 ปีที่ผ่านมาได้สร้างความก้าวหน้าให้สหรัฐอเมริกา จนวันนี้มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งที่สุดในโลก ได้ลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อลดต้นทุนยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ และในการขยายการดูแลเรื่องสุขภาพราคาไม่แพงสำหรับชาวอเมริกันมากเป็นประวัติการณ์
นอกจากนี้ยังดูแลทหารผ่านศึกนับล้านคน ผ่านกฎหมายความปลอดภัยของอาวุธปืน ฉบับแรกในรอบ 30 ปี แต่งตั้งหญิงชาวแอฟริกันอเมริกันคนแรกในศาลฎีกา และผ่านกฎหมายสภาพอากาศที่สำคัญที่สุดในโลก
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ไม่ลืมที่จะกล่าวถึงประชาชน การรักษาประชาธิปไตย และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้
สุดท้ายประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวอีกว่า ได้ขอบคุณ รองประธานาธิบดี คามาลา แฮร์ริส และได้ตัดสินใจที่จะสนับสนุน นางคามาลา แฮร์ริส เป็นผู้ถูกเสนอชื่อของพรรคเดโมแครตในปีนี้
การตัดสินใจของ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากแสดงความไม่พร้อมที่จะสู้กับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน
หลังจากที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสุขภาพ ความทรงจำ และอื่นๆ ที่เป็นอาการตามวัยชรา กระทั่งขึ้นเวทีดีเบตครั้งที่ 1 ก็เพลี่ยงพล้ำ
ยิ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การลอบสังหาร นายโดนัลด์ ทรัมป์ จนได้รับบาดเจ็บ ทำให้เสียงสนับสนุนนายทรัมป์พุ่งสูงขึ้น ขณะที่อาการไม่พร้อมของ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยังคงปรากฏซ้ำแล้วซ้ำอีก
แม้ในระยะแรกๆ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะแสดงความมุ่งมั่นที่จะสู้ต่อ แต่ในที่สุดก็ต้องแพ้สังขาร ยอมถอนตัว
สำหรับนางคามาลา แฮร์ริส เป็นผู้หญิง ผิวสี ชาวเอเชียคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี พ่อของเธอเป็นชาวจาเมกา แม่ของเธอเกิดในอินเดีย ส่วนนางคามาลาเกิดที่โอ๊คแลนด์ แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
นางคามาลาจบการศึกษาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เข้าสู่อาชีพอัยการ จนเป็นอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย ก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองได้รับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิก เมื่อปี ค.ศ.2010
พอปี ค.ศ.2020 นางคามาลาได้เสนอตัวลงชิงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในนามพรรคเดโมแครต สุดท้ายยอมถอนตัว แต่นายโจ ไบเดน ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในตอนนั้น ได้เชิญนางคามาลามาเป็นคู่ชิงในตำแหน่งรองประธานาธิบดี
ถือว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตต่อพรรครีพับลิกันในครั้งนั้น ทั้งนายโจ ไบเดน และนางคามาลา แฮร์ริส ต่างก็มีความสำคัญต่อคะแนนเสียง
จึงไม่น่าแปลกใจที่ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะสนับสนุน รองประธานาธิบดี คามาลา เป็นตัวแทนพรรคในการต่อสู้กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ อีกครั้ง
แม้หนทางที่จะเอาชนะ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ณ เวลานี้นั้นยังต้องลุ้น แต่ต้องถือว่าระฆังยกแรกของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเพิ่งเริ่ม
ด้วยจิตวิญญาณของนักการเมือง เมื่อผลการเลือกตั้งยังไม่ปรากฏ ถือว่ายังมีโอกาสชนะ
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน คงคิดเช่นนั้น จึงยอมถอนตัว แล้วชักชวนให้ชาวเดโมแครตเอาชนะนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งให้ได้
สำหรับชาติในโลก ต้องถือว่าตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามีความสำคัญ เพราะนโยบายของสหรัฐอเมริกาส่งผลกระทบต่อนานาชาติทั่วโลก
ดังนั้น ผลการเลือกตั้งต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ทั่วโลกจึงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

