ส.ส.กอล์ฟ เตรียมนำปัญหาช้างป่า เขตสลักพระ ถกในที่ประชุมรัฐสภา หากล่าช้าหวั่นบานปลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำของวันที่ 21 กรกฎาคม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ หรือกอล์ฟ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กาญจนบุรี เขต 1 พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายนิติกร แสงทอง หรือ ส.จ.เบนซ์ สมาชิกสภา อบจ.กาญจนบุรี ลงพื้นที่ร่วมหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาผลกระทบระหว่างคนกับช้างป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ
โดยมี นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ นายวสันต์ สุนจิรัตน์ กำนันตำบลช่องสะเดา ทีมปกครองตำบลช่องสะเดา เครือข่ายเฝ้าระวัง ผลักดันช้างป่าออกนอกพื้นที่ อาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.อส.) บ้านแก่งปลากด (อส.อส.) บ้านโป่งปัด ทีมอาสาสมัครเฝ้าระวังผลักดันช้างป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ร่วมลงพื้นที่เพื่อสำรวจพื้นที่ที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากช้างป่าลงมารบกวนกินและทำลายพืชไร่ในพื้นที่ ต.วังดง และ ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนประชากรช้างป่าว่า ปัจจุบันในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระมีช้างป่าอาศัยอยู่กว่า 270 ตัว ตัวเลขของช้างป่าเป็นข้อมูลจากงานวิจัยพฤติกรรมของช้างป่า ซึ่งนายอัครนันท์ได้ให้ความสนใจและสอบถามเรื่องแนวทางการแก้ปัญหา โดยนายไพฑูรย์ได้ชี้แจงในเรื่องการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำสถานที่กักกันช้างป่า ซึ่งเขตได้นำเสนอแนวทางในการสร้างสถานที่กักกันช้างป่าบริเวณซอกเขาหนองแจง หมู่ 4 ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ที่มีเนื้อที่ประมาณ 4,000 ไร่
พื้นที่ดังกล่าวสามารถรองรับจำนวนช้างกลุ่มย่อยที่ออกมารบกวนชาวบ้านได้ โดยให้มีการบริหารจัดการแหล่งน้ำแหล่งอาหารอันจะก่อให้เกิดความยั่งยืนในการบริหารจัดการ ซึ่งนายอัครนันท์ได้ให้ความสนใจแนวทางการแก้ไขปัญหาตามที่นายไพฑูรย์นำเสนอเป็นอย่างมาก จึงมีความตั้งใจที่จะนำข้อเสนอแนะดังกล่าวเข้าไปประชุมที่สภาผู้แทนราษฎรให้เร็วที่สุด เพราะหากไม่รีบแก้ไขปัญหาดังกล่าวอาจจะทำให้เกิดปัญหาบานปลายได้ เพราะช้างป่ามีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ผืนป่ายังคงมีเท่าเดิมและมีแนวโน้มลดลงเพราะเกิดจากความเจริญของชุมชน
สำหรับ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี ได้รับการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของไทย เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2508 มีพื้นที่ประมาณ 858.55 ตารางกิโลเมตร หรือ 536,594 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ อ.เมือง อ.ศรีสวัสดิ์ อ.บ่อพลอย และ อ.หนองปรือ ปัจจุบันช้างป่าที่อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระนับวันยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี ปัจจุบันบวกลบแล้วไม่ต่ำกว่า 200 ตัว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกันพื้นที่อาศัยของช้างป่ามีขนาดเท่าเดิม และมีโอกาสที่จะลดลงเรื่อยๆ ในทุกๆ ปีเช่นกัน เพราะมีการขยายถิ่นฐานที่อยู่อาศัยของชุมชนที่อยู่รอยต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ โดยเฉพาะทิศทางด้านตะวันตก เช่น อ.เมือง และ อ.ศรีสวัสดิ์ ได้เปลี่ยนสภาพจากผืนป่ากลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรมพืชเชิงเดี่ยว เช่น อ้อย มันสำปะหลัง มะละกอ อีกทั้งยังมีโรงแรมและรีสอร์ตเพิ่มขึ้น ซึ่งในอดีตพื้นที่เหล่านี้เป็นด่านทางเดินของช้างป่าที่ลงไปแม่น้ำแควใหญ่เพื่อข้ามไปหากินอีกฟากฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ ซึ่งคนในพื้นที่เองต่างก็รู้ดี
ในอดีตผืนป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งน้ำแหล่งอาหาร ปัจจุบันต้องมาประสบกับปัญหาภัยแล้ง ทำให้ขาดแคลนแหล่งน้ำแหล่งอาหารของช้างป่า กอปรกับเกษตรกรที่อยู่รอยต่อมีการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพิ่มขึ้น จึงเป็นที่ดึงดูดให้ช้างป่าออกมาหากินนอกพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนมานานหลาย 10 ปี
ที่ผ่านมากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาผลกระทบระหว่างคนกับช้างป่ามาอย่างต่อเนื่อง มีการว่าจ้างบริษัทเอกชนให้เข้ามาดำเนินการแก้ไขด้วยการทำรั้วกันช้างกึ่งถาวร แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะช้างป่าสามารถพังรั้วข้ามออกมาหากินนอกพื้นที่ได้อย่างง่ายดาย กระแสไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาไม่ได้ส่งผลกระทบต่อช้างป่าเลยแม้แต่น้อย อาจรู้สึกเพียงเหมือนกับถูกยุงกัดเท่านั้น
หลายรัฐบาลที่ผ่านมาได้พยายามหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาช้างป่าออกมาหากินนอกพื้นที่ก็ยังพอเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อยู่บ้าง เนื่องจากนายอัครนันท์ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมานายอัครนันท์ลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ต.ช่องสะเดา ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อรับทราบปัญหาและอุปสรรค ในการนำไปแก้ไขปัญหา ด้วยการนำเข้าประชุมในระดับสภาให้ได้โดยเร็ว

