สมยศ งัดหลักฐานแนบเหตุผล ทำไม ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน’ ต้องรวม 112
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ห้อง ร.103 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) เขตพระนคร กรุงเทพฯ กลุ่ม ThumbRights ร่วมกับ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) และ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดงาน เสวนา “4 ปี 18 กรกฎา : เมื่อประชาชนมารวมตัว”
บรรยากาศภายในงาน มีวงเสวนาแบ่งออกเป็น 2 ช่วง รวมถึงนิทรรศการ ที่พาย้อนเวลาไปพบกับความหวัง ความฝันและความเจ็บปวดของเยาวชนและประชาชนซึ่งออกมาชุมนุมในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อย้ำเตือนถึงความคืบหน้าในการบรรลุข้อเรียกร้องของเยาวชนปลดแอก ในการชุมนุม #ม็อบ18กรกฏาคม เมื่อปี 2563 ทั้ง 3 ข้อ ได้แก่
1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องยุบสภา
2.หยุดคุกคามประชาชน
3.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และสะท้อนถึงภารกิจที่ต้องสานต่อในปัจจุบัน โดยเฉพาะการผ่านร่าง พ.ร.บ.การนิรโทษกรรมประชาชน โดยรวมคดีมาตรา 112
เวลา 14.00 น. เข้าสู่การเสวนา โดยผู้ร่วมเสวนาได้แก่บุคคลต่างๆ ที่เคยถูกฟ้องในคดี ม.112 ได้แก่ นายเอกชัย หงส์กังวาน , นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายธนกร หรือ เพชร (สงวนนามสกุล) เยาวชนที่ถูกดําเนินคดี 112 และน.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ผู้เสนอร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรมประชาชน ดำเนินรายการโดย ไม้โมก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

โดยนายสมยศ สวมชุดนักโทษ พร้อมโซ่ตรวนล่ามข้อเท้าเดินขึ้นเวทีเสวนา ท่ามกลางนักเคลื่อนไหวและประชาชน ซึ่ง น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวุฒนกุล หรือ รุ้ง อดีตโฆษกกลุ่มราษฏร เดินทางมาร่วมรับฟังด้วย

นายสมยศกล่าวถึง การนิรโทษกรรมประชาชนโดยรวมคดี ม.112 ว่า นักการเมืองหลายท่านที่เป็นผู้แทนราษฎร บอกว่า ม.112 ไม่ใช่คดีการเมือง เพราะไม่มีแรงจูงใจทางการเมือง จึงไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม โดยรวม ม.112 ซึ่งตนไม่เข้าใจว่า เหตุใดจึงคิดออกมาได้แบบนี้ กฎหมาย ม.112 ถูกใช้มามากมาย ตั้งแต่ช่วงปี 2549 และช่วงปี 2562 (2 ระลอก) เป็นต้นมา
นายสมยศกล่าวต่อว่า คดี ม.112 ของตนช่วงแรกๆ คือช่วงที่มีการต่อต้านรัฐประหาร ซึ่ง ดา ตอร์ปิโด (ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล) และสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ โดนคดี ม.112 และโดนจับเข้าคุก ผมเป็น บก.นิตยสาร Voice of Taksin ตอนนั้น จึงนำเสนอว่าทำไมเขาจึงโดนดำเนินคดี

“ผมและพรรคพวก จึงแถลงข่าวว่าจะรวบรวมรายชื่อให้ได้ 1 ล้านชื่อ ในวันที่ 30 เม.ย.2554 ประกาศ มีหมายจับทันที ผมไม่ทราบว่ามีหมาย ก็ใช้ชีวิตปกติ เตรียมไปทำทัวร์คนเสื้อแดงที่เขมร ปรากฏว่าโดนรวบตัว โดยดีเอสไอ จับไปขังไว้ ไม่ได้สิทธิประกันตัว” นายสมยศกล่าว
นายสมยศกล่าวต่อว่า คดีนี้ รวมแล้วทั้งสิ้นยื่นขอไปประกันตัวไป 17 ครั้ง ศาลตัดสินยืนโทษ 11 ปี เมื่อไปถึงศาลฎีกา ไม่มีคนเซ็นรับรอง ก็คิดว่าน่าจะจบที่ 11 ปี แต่วันดีคืนดี ก็มีหมายให้ปล่อยตัว โชคดีได้ออกมาก่อน ถูกขังอยู่ 7 ปี
“เมื่อสังคมและองค์กรทางการเมือง เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้าง แต่เรากลับทำอะไรไม่ได้ มีประชาธิปไตยเพียงแค่เพื่อบอกว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนทั้งหลาย ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ไหม ประเทศอื่นเขาทำกันได้หมด” นายสมยศ กล่าว
นายสมยศ กล่าวว่า คนอาจเห็นว่านายอานนท์ นำภา ส่งยิ้มให้เวลาไปเยี่ยม แต่คุณไม่รู้เลยว่า นายอานนท์ สาหัสสากรรจ์กว่าตนเสียอีก เขาติดคุกขณะมีลูกน้อย กำลังสร้างตัว เพราะอยากเห็นความเสมอภาค ความเจ็บปวดนี้ ตนขอกเลยว่ามากเป็นพิเศษ
“ของผมตอนอายุ 49 มีคดี ม.112 ช่วงที่ฐานะทางธุรกิจกำลังไปได้ด้วยดี กำลังร่ำรวย ก็ถูกสั่งปิด อาชีพนี้ก็หายไป ประการต่อมา คือครอบครัว ทั้งพ่อ แม่ลูก ต่อสู้เต็มที่ ลูกชายอดข้าวประท้วง แม่ออกมาเรียกร้องให้ปล่อยตัว” นายสมยศกล่าว

นายสมยศกล่าวว่า เราอาจจะไม่ยอมรับผลการศึกษาได้ เพราะพรรคการเมืองออกมาชี้นำก่อนว่า ต้องไม่รวม ม.112 ทั้งพรรค รวมไทยสร้างชาติ, ประชาธิปัตย์, พลังประชารัฐ น่าเสียดาย นึกถึงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาแล้วน่าเจ็บใจ คนที่ทำรัฐประหาร หรือโทษประหารชีวิต กลับนิรโทษกรรมให้ตนเองได้
“ผมจึงค่อนข้างคับแค้นใจ ที่ทำไมคนอย่างอานนท์ นำภา คนอย่างเก็ท โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง ถึงไม่ได้ประกันตัว ซึ่งจะทำให้ความขัดแย้งยังดำเนินไป ต้องนิรโทษกรรมโดย รวม ม.112 เพื่อยุติความขัดแย้ง ให้สังคมเดินไปได้” นายสมยศกล่าว

