‘ธรรมนัส’ ลุยมหาชัยปราบ ‘ปลาหมอคางดำ’ จับมือส.ประมง16จว. ‘กูรู’ แนะวิธีใหม่จัดการ ส่ง 5 สายพันธุ์ลงเขมือบ
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่สมาคมการประมงสมุทรสาคร อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ มีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กษ. นายประยูร อินสกุล ปลัด กษ. นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ผู้บริหาร กษ.และผู้แทนสมาคมการประมงจาก 16 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ เข้าร่วมการประชุมว่า กษ.รับข้อเสนอจากสมาคมการประมงฯ 9 ข้อ อาทิ กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ การผ่อนผันเครื่องมือประมงพื้นบ้านที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพในการใช้จับปลาหมอคางดำ การจัดสรรงบประมาณเร่งด่วนสนับสนุนในการกำจัดปลาหมอคางดำให้ชาวประมง การตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจในแต่ละจังหวัด เป็นต้น
“ที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบทั้ง 9 มาตรการ และมอบหมายกรมประมงนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติ โดยมอบหมายนายอรรถกร เป็นประธานขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ พร้อมนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นวาระแห่งชาติต่อไป” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่า ได้บูรณาการร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน ในการนำปลาหมอคางดำที่จับได้ไปผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ และประสานความร่วมมือกับการยางแห่งประเทศไทยในการสนับสนุนงบจัดตั้งจุดรับซื้อปลาหมอคางดำในพื้นที่ระบาดทุกแห่ง โดยกรมประมงได้รวบรวมแพปลาที่ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2) กับกรมประมง ในพื้นที่ที่มีการระบาด 14 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา รวม 49 จุด การพิจารณาจัดตั้งเป็นจุดรับซื้อปลาหมอคางดำ โดยการันตีราคารับซื้อที่กิโลกรัมละ 15+5 บาท รวมค่าบริหารจัดการ เป็น 20 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุม ร.อ.ธรรมนัส และคณะ ได้เยี่ยมชมแพนายวิชาญ เหล็กดี หนึ่งในจุดนำร่องรับซื้อปลาหมอคางดำ จ.สมุทรสาคร และชมกระบวนการผลิตน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ ทั้งนี้ กรมประมงได้นำร่องจัดตั้งจุดรับซื้อปลาหมอคางดำขึ้นที่ จ.สมุทรสาคร 5 จุด
ขณะที่ นายชวลิต วิทยานนท์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลา ในฐานะกรรมการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ กรมประมง กล่าวว่า การแก้ปัญหาปลาหมอคางดำระบาดในแม่น้ำต่างๆ นั้น หากใช้วิธีธรรมชาติเข้ามาช่วย พันธุ์ปลาที่มีศักยภาพเป็นผู้ล่าลูกปลาหมอคางดำ เป็นปลาที่มีชุกชุมในแม่น้ำบางปะกง และทะเลสาบสงขลา เช่น ปลากดทะเลขนาดกลางต่างๆ ปลาอีกง ปลาดุกทะเล (มีหลัง) ปลาบู่ขนาดกลาง และปลาจวด จะมีศักยภาพมากที่สุด จากการสำรวจพบว่าในแหล่งน้ำที่มีปลาพวกนี้ จะไม่มีการระบาดของปลาหมอคางดำเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแม่น้ำบางปะกง ช่วง จ.ฉะเชิงเทรา ตอนล่าง และในทะเลสาบสงขลา ที่มีปลา
“มั่นใจว่าจะได้ผลบ้าง เพราะปลากะพงคือปลานักล่าชนิดหนึ่ง แต่ไม่ดีเท่ากับปลากดทะเลขนาดกลางต่างๆ ปลาอีกง ปลาดุกทะเล (มีหลัง) ปลาบู่ขนาดกลาง และปลาจวด เพียงแต่ปลากะพงนั้น กรมประมงสามารถเพาะได้เองจำนวนหลายหมื่นตัว แต่ปลา 5 ชนิดที่กล่าวมา ไม่สามารถเพาะได้ ดังนั้นถ้าพยายาม ลงทุนทำเต็มที่ ให้เหลือศูนย์ตัวเลย น่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปี” ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลา กล่าว

