หน้าแรก การเมือง เปิดวิสัยทัศน...

เปิดวิสัยทัศน์ 3 แคนดิเดตชิงปธ. หมอเปรม ลั่นสุขภาพดี นันทนา ชู 5 ส. มงคล ยันไม่มีเส้น

23.07.24 | 10:56 น.

เปิดวิสัยทัศน์ 3 แคนดิเดตชิงปธ. หมอเปรม ลั่นสุขภาพดี นันทนา ชู 5 ส. มงคล ยันไม่มีเส้น

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่รัฐสภา สมาชิวุฒิสภา (สว.) ชุดใหม่ ทั้ง 200 คน ประชุมนัดแรกเพื่อเลือกประธานสว. และ รองปธ.สว. คนที่ 1 และ 2 โดยที่ประชุมได้เลือพล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี ซึ่งอาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว โดยเมื่อเริ่มเปิดสภา ประธานชั่วคราวได้มีการชี้แจงข้อบังคับ และเข้าสู่วาระ ที่ 1 ทันที

โดยหลังประธานชี้แจงรายละเอียดวาระเสร็จก็ขอให้สมาชิก สว.ทั้ง 200 คนได้ลุกขึ้นกล่าวปฏิญาณตนโดยพร้อมกัน และได้มีการชี้แจงขั้นตอนการเสนอชื่อและการเลือก

โดยเมื่อเลวลา 10.07 น. พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ได้ลุกขึ้นเสนอชื่อ นายมงคล สุระสัจจะ ชิงประธานวุฒิสภา

หลังจากนั้นมีนายเศรณี อนิลบล สว. จากกลุ่ม 6 เสนอชื่อ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ชิงตำแหน่งประธานด้วย

Advertisement

สว.กทม.คือนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ลุกขึ้นนำเสนอชื่อ นางสาวนันทนา นันทวโรภาส ชิงประธานสว.อีกคนหนึ่งด้วย

พล.ต.ท.ยุทธนา กล่าววา สรุปว่า มีผู้เสนอชื่อชิงตำแหน่งปธ. รวม 3 คนที่กล่าวมาข้างต้น จากนั้นก็ให้เวลาแต่ละคนแนะนำตัว 5 นาที ต่อมามีผุ้ทักท้วงขอเป็น 7 นาที ซึ่ง ปธ.ที่ประชุมได้ขอมติที่ประชุม ระหว่าง 7 นาท ที 5 นาที และไม่จำกัดเวลา โดยให้กดบัตรแสดงตนเพื่อลงมติ ปรากฎว่า เห็นด้วย 143 เสียง ไม่เห็นด้วย 54 เสียง และงดออกเสียง 3 สรุปให้แสดงวิสัยทัศน์คนละ 5 นาที

โดยนพ.เปรมศักดิ์ ได้แสดงวิสัยทัศน์เป็นคนแรก ตามด้วย น.ส.นันทนา และสุดท้ายนายมงคล พร้อมกันนั้นมีการตั้งคณะกรรมการนับคะแนนรวม 5 คน

“หมอเปรม” ชูประธานวุฒิฯ ต้องสุขภาพดี อั้นฉี่ได้ ชี้บางคนเก่งแต่แพ้สังขาร ใครไม่ไหวอย่าฝืน

ต่อมาเวลา 10.30 น. นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. แสดงวิสัยทัศน์ว่า สว.ชุดนี้ถูกสังคมวิจารณ์ถึงที่มาของกลุ่มอาชีพ ไม่ตรงปก ครอบงำจากกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ตนจึงมุ่งมั่นอาสาเพื่อแก้ไขภาพลักษณ์สิ่งที่ปรากฎในด้านลบ เพราะวุฒิสภาถือว่าเป็นสภาสูง สภาอันทรงเกียรติ ประชาชนคาดหวังในการทำงาน เสื้อของเราถ้ากลัดกระดุมเม็ดแรกผิดก็จะผิดทั้งหมด ดังนั้น การกลัดกระดุมเม็ดแรกของสว. คือการที่เราต้องเป็นอิสระ เป็นกลาง ไม่ถูกครอบงำจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน หลายคนวิจารณ์ที่มาของเรา ซึ่งคิดว่าห้ามกันยากเพราะเรามาแล้ว แต่ที่ไปเป็นสิ่งที่เลือกได้ ว่า 5 ปีต่อจากนี้จะไปอย่างไร ถ้าเลือกเป็นกลาง เป็นอิสระ ก็จะได้รับคำชื่นชมจากประชาชน แต่ถ้าเลือกอีกด้านหนึ่ง ก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นสภาใบสั่ง สภารีโมท สภาหวยล็อค สภาบล็อกโหวต

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า กลไกสำคัญของวุฒิสภาคือกลั่นกรองกฎหมายจากสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นการกลั่นกรองของสว.ต้องไม่ถูกชี้นำจากพรรคการเมืองต่างๆ หรือแม้แต่การให้ความเห็นชอบองค์กรอิสระ อย่าให้มีใบสั่งมาจากบ้านนั้นบ้านนี้ มาจากผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นคนนี้ ไม่ใช่นั้นจะไร้ความหมายและจะเกิดปัญหาต่อการยอมรับของประชาชน รวมถึงการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน การตั้งกระทู้สด เป็นอาวุธสำคัญของสว. ในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน นายกฯหรือรัฐมนตรีต้องตอบด้วยตัวเอง เราต้องยืนยันศักดิ์ศรีของวุฒิสภาต้องมีความศักดิ์สิทธิ์

“ประธานวุฒิสภาจะทำได้ต้องมีสุขภาพดี เช่น กั้นปัสสาวะไม่ไหว แล้วมอบรองประธานไม่ทัน แล้วประธานต้องลุกไปเข้าห้องน้ำกะทันหัน จนทำให้ต้องปิดประชุมกะทันหัน บางคนเก่ง แต่เวลาผ่านไปแพ้สังขาร ผมย้ำว่าเป็นเรื่องจริงจัง อย่ามองเป็นเรื่องเล่น ไม่ไหวอย่าฝืน ปัจจุบันผมอายุ 59 ปี บวกอีก 5 ปี คืออายุ64ปี ผมพร้อมทำหน้าที่เป็นประธานที่มีสุขภาพที่ดี จึงขอให้สมาชิกพิจารณาด้วยเนื้อผ้า อย่าพิจารณาโดยที่ฟังจากคนอื่นว่ามีการรวมเสียง 143 เสียง ถ้าเป็นแบบนี้วุฒิสภาจะไม่พ้นข้อครหา ขอฝากสมาชิกอย่ามองผู้สมัครคนอื่นเป็นเพียงไม้ประดับ เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ ประชาชนมองอยู่ทั่วประเทศและคาดหวังกับเรา”นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

’นันทนา‘ ลั่น ขออาสาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง พร้อม ชู 5 ส. ฟื้นฟูวุฒิสภาเป็นที่ยึดโยงปชช. 

จากนั้น น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า ที่ผ่านมาวุฒิสภาดูจะเป็นสภาที่ห่างเหินจากการรับรู้ของประชาชน ไม่ยึดโยงกับประชาชนและไม่ใช่สถาบันที่เป็นที่พึ่งของประชาชน ซึ่งภาพลักษณ์เหล่านี้เป็นภาพที่บั่นทอนศรัทธามหาชน นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญว่าเราจะฟื้นฟูของสว.ยุคใหม่อย่างไร ประชาชนจะรู้สึกเป็นเจ้าของสว.ก็ต่อเมื่อเราทำให้วุฒิสภาเป็นสภาของประชาชน แม้ที่มาของสว.จะไม่อาจกล่าวได้ว่ามาจากการเลือกของประชาชน แต่เรายึดโยงกับประชาชนผู้ที่จ่ายภาษีที่เป็นเงินเดือนของเราได้ด้วย 5 ส. ได้แก่ 1.สัมพันธ์ วุฒิสภาชุดใหม่ต้องเป็นสภาที่ยึดโยงกับประชาชนทุกกลุ่ม เราจะสร้างความผูกพันเป็นเจ้าของโดยเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้ ประชาชนสามารถเดินเข้ามาฟังการประชุมได้ทุกวันที่มีการประชุมได้ พื้นที่สวนก็สามารถเปิดให้ประชาชนเข้ามาออกกำลังกาย สูดอากาศบริสุทธิ์ โถงใหญ่ก็เปิดให้สถาบันการศึกษา องค์กรสาธารณะสามารถจัดแสดงนวัตกรรม จัดพื้นที่รับร้องทุกข์ให้เป็นที่พึ่งของประชาชนที่ถูกกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานใดๆ ได้ เพื่อจะนำไปสู่การแก้ไขทุกข้อร้องเรียน เราจะเป็นวุฒิสภาเชิงรุกโดยการจัดรายการสว.ฟังเสียงประชาชน จัดเวทีเสวนากับประชาชนทุกพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า 2.สื่อสาร เราจะใช้การสื่อสารเป็นเครื่องมือในการยึดโยงกับประชาชน โดยการสื่อสารการทำงานของสว.ผ่านการภ่ายทอดสดการประชุมสภา ผลักดันให้มีการถ่ายทอดสดคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทุกคณะ แถลงผลการทำงานทุกด้าน ตอบทุกคำถามสื่อมวชนโดยยึดหลักสว.รู้อะไร ประชาชนรู้อย่างนั้น 3.สร้างสรรค์ เราจะทำงานอย่างสร้างสรรค์ โปร่งใส ตรวจสอบได้โดยใช้เวทีสภาถกเถียงประเด็นที่เป็นปัญหาของสังคม โดยเริ่มจากการบรรจุระเบียบวาระที่เป็นประโยชน์ประชาชนเข้าสู่ที่ประชุม ควบคุมการอภิปรายอย่างเป็นกลางให้อยู่ในประเด็นสะท้อนปัญหาและได้ข้อยุติ สภาแห่งนี้ต้องเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมืองที่มีอำนาจในการเรียกเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกระดับตั้งแต่หัวหน้ารัฐบาลมาให้ปากคำตอบกระทู้ถามในการแก้ปัญหาสำคัญๆ โดยให้ความเคารพต่อสถาบัน และไม่บ่ายเบี่ยงหลบเลี่ยงเช่นที่ผ่านมา

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า 4.สมดุล วุฒิสภายุคใหม่ต้องสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นในสังคม โดยเราจะเปิดกว้างให้กับทุกศาสนา เปิดพื้นที่ให้กับความหลากหลายทางเพศ เปิดรับทุกเชื้อชาติโดยไม่กีดกันแบ่งแยก เราต้องรับคนทุกวัย เพราะสภาคือพื้นที่แห่งความเท่าเทียมกัน และเราต้องเคารพสิทธิมนุษยชน เราจะโอบรับบุคลากรเข้ามาทำงาน และทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมกับสภาของเรา และ 5.สากล วุฒิสภาชุดใหม่ต้องเป็นที่ยอมรับของนานาอารยาประเทศ มีกฎระเบียบข้อบังคับที่ทันสมัย เป็นประชาธิปไตย ตามมาตรฐานสากล เป็นแบบอย่างของประเทศในอาเซียน ทำให้ประเทศไทยได้ยืนอย่างสง่างามบนเวทีโลก

“เวลาที่ประชาชนจะให้โอกาสเราในการฟื้นฟูภาพลักษณ์ของวุฒิสภาแห่งนี้เหลือน้อยเต็มที การตัดสินใจของเพื่อนวุฒิสภา จะเป็นการชี้ชะตาอนาคตของวุฒิสภาแห่งนี้ ท่านเลือกได้ที่จะเป็นตำนานในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวุฒิสภา ในฐานะผู้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย 5 ปีของวุฒิสภายุคใหม่จะไม่สูญเปล่า แต่จะเป็นสภาแห่งความหวัง สภาแห่งความศรัทธา ดิฉันจึงขออาสาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้ ในบทบาทประธานวุฒิสภา และขอวิงวอนท่านสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติมาร่วมกันทำให้วุฒิสภายุคใหม่เป็นสภาของประชาชน ให้เป็นหนึ่งในเสาหลักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” น.ส.นันทนา กล่าว

“มงคล”ลั่น เป็นคนไม่มีเส้นมีสาย หากได้นั่ง“ปธ.วุฒิสภา”พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตามรธน. 

จากนั้นเวลา 10.45 น.นายมงคล สุระสัจจะ สว. แสดงวิสัยทัศน์ในการได้รับเสนอชื่อเป็นประธานวุฒิสภา ว่า นับตั้งแต่บรรจุเป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในตำแหน่งปลัดอำเภอ ตนสำนึกว่าแผ่นดินนี้ได้ให้โอกาสตนมากหมายเหลือเกิน ตนตั้งปณิธานไว้อย่างแนวแน่ว่าจะอุทิศชีวิต ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน รับใช้ประชาชนรักษาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นปณิธานที่แน่วแน่ยึดมั่นมาตลอดตั้งแต่รับราชการจนถึงปัจจุบัน และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงจนกว่าชีวิตจะหาไม่ และก่อนที่ตนจะสมัครเป็นสว.คือความหวังที่จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ของชีวิตทำงานเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน เพื่อรับใช้ประชาชนแก้ปัญหาของคนในชาติ ในช่วงเวลาที่กล่าวได้ว่าเป็นวิกฤตที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย นับตั้งแต่วันนี้ตนจะตั้งใจทำงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่หวังไว้ และเชื่อว่าสว.ที่อยู่ในวุฒิสภาแห่งนี้ มีความตั้งใจไม่ต่างไปจากตน การปฏิบัติหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ ในฐานะสว.ที่ต้องการให้ประเทศไทยและคุณภาพชีวิตของคนไทยไปสู่สิ่งที่ดีกว่าและดีขึ้นในทุกๆมิติ ซึ่งการทำงานของสว.โดยมีประชาชนเป็นเป้าหมายอย่างตรงไปตรงมาจะนำไปสู่สิ่งนั้นได้ ตนอยากเห็นสังคมไทย คนไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน

นายมงคล กล่าวต่อว่า เราเห็นต่างกันได้ แต่เราต้องไม่สร้างความแตกแยก เราจะเริ่มต้นจากความเป็นหนึ่งเดียวของวุฒิสภาแห่งนี้ วุฒิสภา เป็นองค์กรด้านนิติบัญญัติ เป็นองค์กรสำคัญที่จะพาสังคมไทย เดินหน้าไปได้ด้วยสันติวิธี รวมถึงการมีรัฐธรรมนูญที่เหมาะสม สอดคล้องกับประเทศไทยและคนไทยอย่างแท้จริง ซึ่้งเป็นภารกิจของพวกเราทุกคนในฐานะสมาชิกวุฒิสภา วิกฤตที่เกิดขึ้นทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ ที่ผ่านมา ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย แต่ประเทศอื่นก็เป็น ฉะนั้นเราจะไปหวังว่าให้ใครมาช่วยเราไม่ได้ เราคนไทยต้องช่วยกัน

“ชีวิตผม มาจากก้อนดิน ก้อนทราย เป็นเด็กวัด เรียนอาชีวะ ผมเข้าใจความยากจนค้นแค้น ความเป็นคนไม่มีเส้นมีสาย ผมเติบโตมาในระบบราชการด้วยการทำงานอย่างหนัก เต็มความรู้ความสามารถ ผมมีประสบการณ์ในการประสานงานกับพี่น้องประชาชน คลุกคลีอยู่กับพี่น้องประชาชนในชนบทมาตลอดชีวิต เมื่อเกษียณอายุราชการ ผมก็ยังได้ไปทำไร่อยู่ในชนบท เพราะฉะนั้นผมทราบดี เข้าใจความรู้สึกของเพื่อสมาชิก ผมเข้าใจปัญหา ผมมีประสบการณ์อันยาวนาน และมีเพื่อนอยู่ทุกหมู่เหล่า ดังนั้นผมเชื่อว่า สามารถที่จะเข้าใจและทำงานร่วมกับทกุคนได้ วุฒิสภาปัจจุบัน”นายมงคล กล่าว

นายมงคล กล่าวต่อว่าใครจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ตนคิดว่าเป็นครั้งแรกที่รัฐธรรมนูญปี 60 ปฏิรูปใหญ่เรื่องนี้ คือเป็นสภาของคนทุกหมู่เหล่า และเป็นครั้งแรกที่สว.ได้เกิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาทำหน้าที่แทนกลุ่มอาชีพของตัวเอง ตนขอให้ทุกท่านได้รักษาไว้ และหากตนได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภา ตนจะปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ตามข้อบังคับ กฎหมายต่างๆ ตลอดจนธรรมเนียมปฏิบัติทางด้านนิติบัญญัติ อย่าง เต็มสติปัญญา เต็มความรู้ความสามารถ เพื่อที่จะรับใช้อำนวยความสะดวกให้แก่การปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกทุกท่าน ตนพร้อมที่จะใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ ประสานงานกับทุกท่านให้เป็นเนื้อเดียวกันให้เร็วที่สุด และจะขอเชิญทุกคนมาช่วยกันและก้าวเดินไปพร้อมๆกัน เพื่อให้วุฒิสภาแห่งนี้บรรลุผลความเป็นสภาของสามัญชน เป็นสภาที่ประนอมอำนาจเพื่อดับวิกฤตของสังคมไทย