หน้าแรก การเมือง อนุฯปลาหมอคาง...

อนุฯปลาหมอคางดำ บุกกรมประมง ได้คำตอบชัด เอกชนนำเข้าไม่ส่งครีบ-ปี’60 ยังเจอในบ่อพักน้ำ

23.07.24 | 16:57 น.

อนุฯปลาหมอคางดำ บุกกรมประมง ถามข้อมูลนำเข้า ได้คำตอบชัด เอกชนนำเข้าไม่ส่งครีบ – ปี’60 ไปตรวจยังเจอปลาในบ่อพักน้ำ โชว์ครีบยันมีดีเอ็นเอชัด เชิญเอกชนให้ข้อมูล 25 ก.ค.

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่กรมประมง นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะอนุ กมธ.พิจารณาศึกษาสาเหตุ และแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำ เพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย ใน กมธ.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะอนุ กมธ. นำทีมคณะอนุ กมธ. เข้าร่วมประชุมกับ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง และเข้าตรวจสอบห้องเก็บตัวอย่างปลาที่ดองไว้ในขวดโหล และห้องธนาคารดีเอ็นเอ และห้องปฏิบัติการจิโนมสัตว์น้ำ เพื่อทวงหาหลักฐาน และข้อมูล การนำเข้าปลาหมอคางดำของบริษัทเอกชน รวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับการส่งมอบตัวอย่างปลาที่บริษัทเอกชนอ้างว่ามีการส่งมอบให้กับกรมประมงแล้ว เนื่องจากทางกรมประมงยืนยันก่อนหน้านี้ว่า ไม่พบหลักฐานการรับตัวอย่างปลาจำนวน 50 ตัว

นพ.วาโยเปิดเผยว่า คณะอนุ กมธ.ได้รับการตอบรับจากทางกรมประมงเปิดเอกสารรายละเอียดต่างๆ ที่ทาง กมธ.ได้ขอกับทางกรมประมงไป โดยรายละเอียดเอกสารที่ได้ขอไปกับทางกรมประมงมี ดังนี้ 1.รายงานการขออนุญาตของบริษัทเอกชนที่ขอนำเข้าพันธุ์ปลาหมอคางดำ เข้ามาวิจัย ครอบครองแบบมีเงื่อนไขอย่างไร และแผนโครงการวิจัยเป็นแบบไหน ขณะนี้ทาง กมธ.ยังไม่เห็นรายละเอียดคำขอในเอกสารว่าขออย่างไร และกรมประมงอนุญาตอย่างไรในปี 2549 และในปี 2553 2.รายงานการประชุมปี 2553 และปี 2549 มีรายละเอียดเบื้องต้น ปี 2553 ว่ามีการให้ทางกรมประมงเก็บตัวอย่างครีบปลา แต่ปี 2549 ทางบริษัทเอกชนไม่ได้มีการส่งครีบให้

นพ.วาโยกล่าวว่า 3.ข้อมูลการส่งออกปลาพันธุ์สวยงามตั้งแต่ช่วงปี 2556 ถึง 2559 ทั้งหมด 17 ประเทศ 320,000 กว่าตัว โดยบริษัทหรือเอกชน 11 ราย ทาง กมธ.ได้ขอเอกสารและรายชื่อทั้งหมดแล้ว ซึ่งก็ได้รายชื่อทั้งหมดมาแล้ว และ 4.การปฏิบัติหน้าที่ของกรมประมง ในช่วงพบการระบาดครั้งแรกในปี 2554 ว่าทางกรมประมงตอนนั้นปฏิบัติอย่างไรต่อการระบาด ปี 2554 ทำไมถึงปล่อยให้มีการระบาดอีกครั้ง ปี 2560 เพราะกรมประมงมาปฏิบัติหน้าที่ที่จริงตอนระบาดไปแล้วคือปี 2560 แต่ในเวลานั้นก็ลงพื้นที่อย่างขยันขันแข็ง และมีรายงานที่มีการไปถ่ายรูปบ่อซีเมนต์ แต่ช่วงช่องว่างระหว่างนั้น กรมประมงบอกว่าสภาพบังคับ และหน้าที่ของตนเองไม่มีตามมาตรา 54 และคณะไอบีซีที่ตั้งขึ้นมามันไม่ได้มีสภาพทางกฎหมาย

Advertisement

นพ.วาโยกล่าวว่า ข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาจากทางกรมประมงวันนี้ ถือว่าค่อนข้างละเอียด และขอชื่นชมทางกรมประมงที่มีความตั้งใจในการเตรียมเอกสาร เห็นความพยายามอย่างยิ่ง แม้ว่าทางคณะอนุ กมธ.จะยังคงมีข้อสงสัยเรื่องรายละเอียดแผนโครงการวิจัย ว่าในคำขอในเอกสารว่าทางบริษัทเอกชนขออย่างไร และกรมประมงอนุญาตอย่างไร ในปี 2549 และในปี 2553 รวมถึงเรื่องการเทียบชิ้นครีบ ที่เชื่อว่าจะเป็นวิธีการสืบหาต้นตอได้เห็นชัดเจนที่สุด

“หากเรามีครีบในปี 2553-2554 และบริษัทเอกชนส่งชิ้นครีบมายังกรมประมง ซึ่งมีชิ้นส่วนครีบปลาและเนื้อเยื่อที่ระบาดในปี 2560 และปัจจุบัน แล้วนำมาแมตช์กัน ถ้าผลตรงกันหมดก็จบ สามารถรู้ต้นตอ ถ้าทำตามเอกสารเหล่านี้คือไม่มีปัญหาเลย” นพ.วาโยกล่าว

นพ.วาโยกล่าวว่า วันที่ 25 กรกฎาคม 2567 จะเชิญบริษัทเอกชนมาให้ข้อมูลต่ออนุกรรมาธิการ เพื่อขอเนื้อในว่าชื่อโครงการวิจัยชื่ออะไร ใครเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ใช้งบประมาณในการวิจัยเท่าไหร่ มีคำถามของการวิจัย หรือสมมุติฐานของการวิจัยคืออะไร แล้วระเบียบวิธีการวิจัยเป็นอย่างไร บ่อเปิด บ่อปิด เลี้ยงตรงไหน มีกระบวนการในการกั้นหรือป้องกันไม่ให้ปลาหลุดไปข้างนอกมากน้อยแค่ไหนอย่างไร แล้วก็การรายงานในแต่ละขั้นตอน

นพ.วาโยกล่าวว่า สำหรับกรณีที่จะมีการเอาดีเอ็นเอของปลาหมอคางดำในปัจจุบันที่ระบาดไปเทียบกับดีเอ็นเอของที่ต้นกำเนิดของปลาพันธุ์นี้ที่ประเทศกานา เขตแอฟริกาตะวันตกหรือไม่เพื่อให้รู้ถึงต้นตอแหล่งที่มาได้ชัดเจนนั้น จริงๆ ได้มีการเสนอประเด็นนี้ขึ้นมาตั้งแต่การประชุมนัดแรก แต่รับปากว่าจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณาต่ออีกที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบัญชาได้นำคณะอนุ กมธ.เยี่ยมชมห้องเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำ 2 ห้อง โดยห้องแรกเป็นห้องเก็บตัวอย่างที่มีสัตว์น้ำที่ดองไว้เป็นตัวอย่างหลากหลายชนิดประมาณ 160 ชนิด กว่า 5 พันโหล นอกจากนี้ ยังพบว่ามีโหลดองปลาหมอคางดำที่เก็บมาจากบ่อธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งเก็บมาล่าสุดในเดือนกรกฎาคม ปี 2567 นี้ และพาเยี่ยมชมห้องธนาคาร DNA และห้องปฏิบัติการจีโนมสัตว์น้ำ ตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 6 อาคารปรีดา เนื่องจากเป็นห้องที่เก็บ DNA ครีบปลาหมอคางดำที่ทางนายบัญชา อธิบดีประมง เคยกล่าวไว้ว่า กรมประมงมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมพบว่า ในปี 2560 เจ้าหน้าที่กรมประมงขอเข้าตรวจสอบที่บ่อเพาะเลี้ยงของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เพื่อตรวจหาสาเหตุเกี่ยวกับการระบาดของปลาหมอคางดำ โดยมีการทอดแหในบ่อเพาะเลี้ยงซึ่งพบมีปลาหมอคางดำในบ่อจึงได้เก็บตัวอย่างจากครีบและชิ้นเนื้อมารักษาไว้ที่ห้องเก็บที่ห้องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเยี่ยมชม มีเจ้าหน้าที่ประมงหลายคนอธิบายถึงขั้นตอนการเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำอย่างละเอียด นำโดย น.ส.อภิรดี หันพงศ์กิตติกูล นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ และ น.ส.ทิวารัตน์ เถลิงเกียรติลีลา รักษาการผู้เชี่ยวชาญความหลากหลายทางชีวภาพด้านการประมงน้ำจืด เผยว่า ในห้องนี้มีการเก็บตัวอย่างหลากหลายแบบทั้งเลือด ครีบ เนื้อเยื่อ และชิ้นส่วนต่างๆ ของร่างกายสัตว์น้ำ ซึ่งในนี้มีกว่า 5,300 ตัวอย่าง รวมทั้งครีบปลาหมอคางดำของปี 2560 ซึ่งเก็บมาจากบ่อพักน้ำของบริษัทเอกชน โดยภายในขวดเก็บตัวอย่างมีชิ้นเนื้อและครีบปลาหมอคางดำ โดยจากการตรวจสอบ DNA พบว่า ลักษณะทางพันธุกรรมที่แพร่ระบาดในปัจจุบันมีความคลายคลึงกัน