หน้าแรก การเมือง นายกฯ เผย สัป...

นายกฯ เผย สัปดาห์หน้า ผบ.ตร.บินกัมพูชา ขยายผลปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์-กำชับ ผบช.น.จัดการจีนเทา

25.07.24 | 15:56 น.

นายกฯ เผย สัปดาห์หน้า ผบ.ตร.บินกัมพูชา ขยายผลปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์-กำชับ ผบช.น.จัดการจีนเทา-ป้ายพาสปอร์ตเถื่อน ยันพยายามดูแลปัญหาสินค้าจีนทะลัก

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 กรกฎาคม ที่สโมสรทหารบก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชุดใหญ่ที่มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์ และทำลายเสา สาย ซิม ได้มีการพูดคุยกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) อย่างไรบ้าง ว่า เรื่องดังกล่าวสืบเนื่องมาจากที่ตนเดินทางไปที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และมีการสั่งตัดคลื่นสัญญาณโทรศัพท์ไปแล้ว และได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว ในเรื่องการขอความร่วมมือ แล้วเมื่อ 10.00 น.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้หารือกับ พล.ต.อ.ซอ เทต ผบ.ตร.กัมพูชา และเข้าใจว่าสัปดาห์หน้า ผบ.ตร.จะเดินทางไปกัมพูชา เพื่อไปขยายผลต่อ ขอย้ำว่าเรื่องนี้เราให้ความสำคัญเต็มที่อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ไทยพยายามผลักดันเรื่องการท่องเที่ยวเข้ามา แต่ก็มีทุนจีนสีเทาแฝงเข้ามากับการท่องเที่ยว ทำให้มีผลกระทบกับการท่องเที่ยวของไทย จะมีการประชุมใหญ่เพื่อป้องกันเฝ้าระวังให้มากขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทำอยู่ตลอด เมื่อคืนวันที่ 24 กรกฎาคม ประมาณ 20.00 น. ตนก็ไปพบกับผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้กำชับเรื่องจีนสีเทา และเรื่องการขยายผลการจับกุมป้ายเชิญชวนซื้อขายพาสปอร์ต 4 สัญชาติ ที่สี่แยกห้วยขวาง ซึ่งตรงนี้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ได้มีการจับกุมสุภาพสตรีชาวจีนไปแล้วก่อนหน้านี้ และมีการจับผู้ชายได้อีกตามมาขณะที่กำลังจะเดินทางออกนอกประเทศแต่เราจับได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และอยู่ในช่วงการขยายผล ซึ่งตรงนี้ตนมอบหมายให้ ผบช.น.เป็นผู้แถลงข่าวเองดีกว่า ส่วนตัวไม่อยากพูดเยอะเดี๋ยวจะเสียรูปคดี แต่ยืนยันว่ามีความคืบหน้าในการดำเนินการต่อไป

เมื่อถามว่า สินค้าจีนที่ทะลักเข้ามา จนส่งผลในเรื่องการค้าขายของประเทศเราด้วย จะดำเนินการอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในช่วงที่มีความผันผวนมาก และมีการผ่านถ่ายสินค้าทั่วโลกเข้ามาได้ มันเป็นเรื่องการแข่งขันทางการค้า ซึ่งรัฐบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วเรื่องการเก็บภาษี (vat) ที่มีราคาต่ำกว่า 1,500 บาท เราก็มีการออกมาตรการไปแล้ว เรื่องการตรวจตู้คอนเทนเนอร์สินค้า และเอกซเรย์อย่างถี่ถ้วน ตนเชื่อว่าตรงนี้เราพยายามอย่างเต็มที่ทุกคน

Advertisement

จากนั้น นายกรัฐมนตรีโพสต์ข้อความผ่านแอพพลิเคชั่น X ถึงเรื่องความคืบหน้าในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่า “จากการหารือของผมและท่านฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งต่อให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชาและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไทยหารือร่วมกันในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง วันนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของทั้ง 2 ประเทศได้ประชุมร่วมกัน มีความคืบหน้าไปมากครับ

ฝ่ายไทยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับกัมพูชา โดยเฉพาะข้อมูลทางคดีที่ตำรวจไทยออกหมายจับคนไทยที่ไปร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และยังหลบหนีอยู่ในกัมพูชา โดยขอให้ทางการกัมพูชาจับกุมและส่งตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทย

ทั้งนี้ ไทยได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 5 จุด และขอให้ทางกัมพูชาสืบสวนจับกุม พร้อมขยายผลถึงกลุ่มชาวต่างชาติที่ร่วมขบวนการดังกล่าวด้วย

ขณะเดียวกันก็ขอขอบคุณฝ่ายกัมพูชาที่ร่วมมือในการสืบสวนปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามที่ไทยให้ข้อมูล ทั้งนี้ ทางกัมพูชายังได้ขอให้ไทยช่วยสืบสวนปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ซึ่งตำรวจทั้ง 2 ประเทศ จะตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติงานร่วมกันที่กัมพูชาในช่วงต้นสิงหานี้ครับ”