สถานีคิดเลขที่ 12 : แนวรบอาจเปลี่ยนแปลง
ก ารเมืองไทย เป็นที่จับตาว่าในเดือนสิงหาคม จะมีความร้อนแรงขนาดไหนและจะไปในทิศทางใด ด้วยวันที่ 7 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดีพรรคก้าวไกล จะยุบพรรคหรือไม่ จากนั้น 14 สิงหาคม จะตัดสินคดีที่ 40 ส.ว.ยื่นถอดถอนนายกฯเศรษฐา ทวีสิน
เพียงแต่โดยภาพรวมแล้ว น่าเชื่อว่า สถานการณ์ฟากรัฐบาลยังไม่เปลี่ยนแปลง
ขณะเดียวกัน มองกว้างไปกว่านั้น การเมืองโลก การเมืองระดับโลก ที่ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก ก็คือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เพราะเป็นชาติมหาอำนาจ เกี่ยวพันกับสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคทั่วโลก
ผู้นำสหรัฐ ถ้าเปลี่ยนพรรค จะนำไปสู่นโยบายต่างประเทศที่พลิกผันไปจากเดิมหรือไม่
ดูแนวโน้มแล้วตอนนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ มีโอกาสสูงมากที่จะชนะเลือกตั้ง เพราะคู่แข่งคือ โจ ไบเดน ฝืนสังขารไม่ไหว ยอมถอยไปแล้ว การส่งตัวแทนใหม่มาสู้แทนก็น่าจะล่าช้าเกินไป
แถมยังเกิดเหตุมือปืนลอบยิงทรัมป์จนหูทะลุ คะแนนยิ่งพุ่งกระฉูด แน่นอนว่า ไม่ใช่การสร้างสถานการณ์เองแต่อย่างใดเพราะการสร้างสถานการณ์คงไม่กล้ายิงเฉียดหูขนาดนั้น
ถึงเวลานี้ มีการมองกันแล้วว่า ถ้าหากประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐเป็นทรัมป์ อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลต่อนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ ที่เกี่ยวพันถึงจีโอโพลิติก พัวพันปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก
ไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซียกับยูเครน สงครามอิสราเอลในตะวันออกกลาง ความตึงเครียดระหว่างจีนกับไต้หวัน มาจนถึงสงครามในเมียนมา
เพราะอเมริกันในยุคโจ ไบเดน เข้าไปเกี่ยวพันกับทุกสมรภูมิเหล่านี้
ถ้าศึกษาข้อมูลจากสำนักข่าวต่างประเทศทั่วโลก รับฟังข้อมูลที่หน่วยงานสำคัญของไทยรวบรวมจากทั่วโลก เป็นที่คาดหมายว่า โอกาสที่ทรัมป์จะเป็นผู้นำสหรัฐคนใหม่มีอยู่สูง และจะนำไปสู่การเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศ
นโยบายอเมริกันเฟิร์ส หรืออเมริกาต้องมาก่อน ของทรัมป์ จะทำให้รัฐบาลสหรัฐถอยออกจากสมรภูมิสงครามทั่วโลก กลับมายึดผลประโยชน์ที่จับต้องได้ของอเมริกาเองเป็นหลัก
น่าจะมีการทบทวนนโยบายสนับสนุนยูเครนในการสู้รบกับรัสเซีย ทบทวนนโยบายปกป้องไต้หวันงัดข้อกับจีน รวมทั้งนโยบายสนับสนุนชนกลุ่มน้อยล้มรัฐบาลทหารในพม่า
ตอนนี้ทั่วโลกเลยมีความเชื่อว่า ถ้าผู้นำสหรัฐเปลี่ยนพรรค นโยบายต้องเปลี่ยน สถานการณ์สงครามจะเปลี่ยนแปลง แทนที่จะยันกันไป รบกันไปไม่รู้จุดจบ
น่าจะมาถึงจุดต้องเปลี่ยนแปลง ต้องคลี่คลาย และอาจจะต้องสงบศึกกันเสียที
เอาง่ายๆ มองสถานการณ์สงครามในพม่า ที่มีผลกระทบต่อไทยเรามากที่สุด ในฐานะเพื่อนบ้านที่มีชายแดนยาวเหยียดติดต่อกัน กระทบทั้งยาเสพติด ทั้งของเถื่อน ทั้งไฟป่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ไปจนถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์
สงครามในพม่าวันนี้ กลายเป็นสงครามที่มี 3 มหาอำนาจเข้ามาพัวพัน มีทั้งพญาอินทรี พญามังกร และหมีขาว คราวนี้ก็เลยไม่จบสิ้น
เราอาจจะสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการพม่า แต่สุดท้ายยังไม่มีใครชนะได้เด็ดขาด แล้วถ้ายังคาราคาซังผลกระทบต่อประเทศเรามีมากมาย
แต่เอาเป็นว่า มีแนวโน้มที่ทรัมป์จะชนะเลือกตั้ง เป็นผู้นำสหรัฐคนใหม่ และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบาย
โลกมีความหวังว่า สงครามในหลายๆ ภูมิภาคจะถึงจุดเปลี่ยนแปลง ถ้าสงครามสงบ เศรษฐกิจโลกจะเริ่มฟื้นได้เสียที
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

