หน้าแรก การเมือง สภาถกเดือด ก้...

สภาถกเดือด ก้าวไกล-ปชป.จี้รบ.หา ‘ตัวการ’ ปล่อยปลาหมอคางดำหลุดลงแม่น้ำ ไม่คิดแก้ให้ชักธงขาวยุบสภาไปเลย

26.07.24 | 06:23 น.

สภาถกเดือด ก้าวไกล-ปชป.จี้รบ.หา”ตัวการ”ปล่อยปลาหมอคางดำหลุดลงแม่น้ำ ไม่คิดแก้ให้ชักธงขาวยุบสภาไปเลย

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่รัฐสภา ในการประชุม สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายประดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำและการจัดการสายพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานเพื่อส่งให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการต่อไป

เป็นญัตติของ นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ส.ส.สมุทรสาคร พรรคก้าวไกล นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และนายณัฐชา บุญอินไชยสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล

นายณัฐพงษ์ เสนอญัตติว่า ขอเตือนรัฐบาลที่พูดเสมอว่าเรื่องนี้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ สรุปแล้วจะเป็นชาตินี้หรือชาติหน้า เป็นสิ่งที่ชาวประมงสงสัย ไปให้คำสัญญาว่าจะใช้งบกลางเพิ่มงบประมาณ ทำให้พี่น้องชาวประมงเฮ แต่วันนี้ยังไม่เห็น ถ้าเป็นเช่นนี้ ขอเสียงเฮพี่น้องชาวประมงคืนได้หรือไม่ และญัตตินี้ก็สำคัญ การแก้ปัญหาก็จำเป็น แต่การหาคนรับผิดชอบก็จำเป็นไม่แพ้กัน เราอย่าไปดูเบาความโกรธ ความไม่พอใจของประชาชน เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

“วันนี้ กฎหมายอาจยังไปไม่ถึง ยังเอาผิดไม่ได้ แต่บริบทแวดล้อม สังคมก็พอเห็นว่าเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ ทำให้การระบาดของปลาหมอคางดำเป็นความรู้สึกร่วมของประชาชน ทุกวันนี้ระบาดไปถึง 17 จังหวัดแล้ว ถ้าปล่อยต่อไป ไม่แน่ใจว่าจะถึง 70 จังหวัดหรือไม่ เพราะปลาหมอคางดำ กัดกินโอกาสทางการศึกษาของลูกหลาน พี่น้องเกษตรกร กัดกินปลาพื้นถิ่น รวมถึงกัดกินโฉนดชาวบ้านไปจำนวนมาก”

Advertisement

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ต้องยอมรับว่ามีปัญหาตั้งแต่กระบวนการ เมื่อปี 49 เป็นประเด็นใหญ่ แม้มีรายงานการระบาดในต่างประเทศขณะนั้น แต่มีการอนุญาตให้นำเข้าได้อย่างไร ยังไม่นับเงื่อนไขการนำเข้าที่มีปัญหา เช่น การตัดครีบ ส่งซาก จริง ๆ แล้วเงื่อนไขอ่อนมาก เพราะควรคุมเข้มมากกว่านี้ แม้เงื่อนไขที่ว่าอ่อน สุดท้ายแล้วก็ยังทำไม่ครบถ้วน จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร อย่าทำแค่ให้เป็นอีเวนต์ ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ต้องประเมินผลด้วย รวมถึงต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ไม่ใช่ว่าปล่อยวันนี้ พรุ่งนี้ก็เปิดให้คนมาจับ สุดท้ายปลาที่เราตั้งใจจะให้เป็นนักล่า จะกลายเป็นเหยื่อเสียเอง จะกลายเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ละลายงบประมาณของประเทศ ไม่ควรเป็นแบบนั้น

ขณะที่นายพิทักษ์เดช เสนอญัตติ ว่า ปัญหานี้เกิดจากการลักลอบนำเข้าหรือการขออนุญาตนำเข้าเพื่อการทดลอง อาจหลุดลอดเข้าสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ทำลายระบบนิเวศ สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตของเกษตรกร วันนี้เป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลต้องสืบเสาะหาความเป็นจริง ว่า ปลาหมอคางดำเข้ามาได้อย่างไร ใครเป็นผู้นำเข้าและแพร่กระจายได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องพูด เดี๋ยวประชาชนจะหาว่าส.ส.พิทักษ์เดชโดนซาลาเปาใบละ 28 บาท มาปิดปากไว้ รัฐบาลต้องรับฟังเรื่องนี้เพื่อแก้ไข เพราะมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในจังหวัดข้างเคียง

ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวว่า อยากให้เรื่องนี้ได้รับการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว วันนี้ได้รับการประสานว่ามีการนำญัตตินี้เข้า แต่ได้รับเสียงแว่วๆว่ามีความพยายามจะไม่ให้เสนอญัตติดังกล่าวในวันนี้ จึงบอกว่าไม่ได้ เพราะปลาหมอคางดำระบาดเพิ่มขึ้นทุกวินาที ถ้าไม่เสนอวันนี้ รัฐบาลคางเหลืองแน่นอน

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆว่าในสังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์กันเรื่องของกลุ่มทุนใหญ่ การนำเข้าผิดกฎหมาย สุดท้ายเป็นผลกระทบวงกว้างต่อพี่น้องประชาชน ถ้ารัฐบาลที่แล้วในห้วงเวลาที่ผ่านมาเราปฏิเสธไม่ได้เรื่องที่โด่งดังที่สุดคือเรื่องหมูเถื่อน ที่ระบาดเป็นวงกว้าง สุดท้ายจุดจบเป็นอย่างไร ไม่ขอลงรายละเอียด เดี๋ยวจะเป็นคนละเรื่อง แต่ที่พยายามสื่อสารเรื่องปลาหมอคางดำเพราะไม่มีใครรับผิดชอบ ไม่มีต้นตอ และไม่รู้ ไม่เห็นว่าเป็นอย่างไรถึงมาระบาดในบ่อชาวบ้านได้

“เรื่องนี้นายกฯแถลงว่ายังไงต้องหาต้นตอสาเหตุให้ได้ ต้องแก้ปัญหาให้เร็ว นี่ผ่านมากี่วันแล้ว มาถึงวันนี้ปัญหาสาเหตุ ท่านจัดการอย่างไร ขอสรุปว่าสถานการณ์ตอนนี้นี่คือปลาเถื่อน ดูสิว่าระหว่างหมูเถื่อนกับปลาเถื่อนอันไหนรุนแรงกว่ากัน นักวิชาการหลายสำนักยืนยันว่าปลาหมอคางดำสายพันธุ์นี้ระบาดครั้งที่ร้ายแรงที่สุด จะปล่อยให้เกิดการส่งต่อระบบนิเวศที่ไม่สมบูรณ์ส่งต่อให้ลูกหลานโดยรัฐบาลนี้หรือ เราเป็นผู้แทนฯ 17 จังหวัดที่ระบาด ท่านนั่งฟังข่าวอย่างเดียวหรือ วันนี้ไม่คิดจะทำอะไรเลยใช่หรือไม่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ พูดอย่างเท่ว่าต้องตามล่าหาความจริงให้ได้ จากวันนั้นถึงวันนี้เหลือเวลาไม่ถึง 24 ชม. อยากถามว่ามีข้อมูลมากน้อยแค่ไหนว่าใครเป็นต้นตอสาเหตุ นี่คือสิ่งที่ประชาชนต้องการ ผมรอดูว่าวันที่ 26 ก.ค. เป็นอย่างไรเมื่อครบ 7 วัน” นายณัฐชา กล่าว

นายณัชฐา กล่าวว่า วินาทีนี้ท่านต้องดำเนินการเลย รวมถึงเรื่องของการประกาศเขตใน 17 จังหวัด นี้ ต้องประกาศเลยว่าจังหวัดไหนชักธงแดง เมื่อจับเรียบร้อย ลดธงแดงลง ก็ชักธงเหลือง ธงเขียว เพื่อเฝ้าระวัง และกลับไปทบทวนว่าหากกลับมาระบาดอีกครั้งก็ชักธงแดง แต่ถ้าท่านไม่ชักธงอะไรเลย รัฐบาลท่านชักธงขาวได้เลย ยอมแพ้ยุบสภาฯไป