09.00 INDEX สัญญาณใหม่ภายในเพื่อไทย ศึกษากรณีของ ‘เฉลิม อยู่บำรุง’

26.07.24 | 07:09 น.

09.00 INDEX สัญญาณใหม่ภายในเพื่อไทย ศึกษากรณีของ ‘เฉลิม อยู่บำรุง’

ประหนึ่งว่ากระบวนการจัดการต่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ของพรรคเพื่อไทยจะเป็นเรื่องส่วนตัวอันเนื่องแต่กรณีของ นายวัน อยู่บำรุง แต่หากติดตามแต่ละจังหวะก้าวก็จะเริ่มเข้าใจ

​ต้องยอมรับว่าผลสะเทือนต่อ นายวัน อยู่บำรุง สัมพันธ์กับกรณีที่ นายวรชัย เหมะ ออกมา “วิพากษ์” รัฐบาล

​เมื่อเกิดกรณีของ นายวัน อยู่บำรุง จึงกลายเป็น “โอกาส”

​โอกาส 1 คือเป็นการเตือนพฤติการณ์ในกระสวนเดียวกันกับกรณีของ นายวรชัย เหมะ

Advertisement

โอกาส 1 คือเป็นหยั่งกระแสและผลสะท้อนว่าหากใช้กฎเหล็กขึ้นมาและเกิดปฏิกิริยาอย่างไร

​โดยพื้นฐานแล้วการจัดการต่อ นายวัน อยู่บำรุง ก็ดำเนินไปในทิศทางที่สำนวนไทยโบราณสรุปว่า “หยิกเล็บ เจ็บถึงเนื้อ” ไม่ว่า

มองผ่านหัวหน้าพรรค ไม่ว่ามองผ่านเลขาธิการพรรค

​เห็นได้จากเมื่อแตะไปยังพฤติการณ์ของ นายวัน อยู่บำรุง ก็เท่ากับดึงให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ต้องออกมาปกป้อง คิดหรือว่าหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค มิได้ตระหนักในเรื่องนี้

​หากอ่านนามสกุลของ “หัวหน้าพรรค” ก็จะเข้าใจ หากอ่านนามสกุลของ “เลขาธิการพรรค” ก็ยิ่งจะเข้าใจ

​เข้าใจต่อ “บทบาท” และที่ทางอันเหมาะสมของ “บุคคล”

 

หากมองผ่านโครงสร้างในการได้มาซึ่ง ส.ส.ก็จะยิ่งอ่านเกมอันมาจากภายในพรรคเพื่อไทยได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าเหตุปัจจัยใดทำให้คณะนำของพรรคต้องตัดสินใจลงดาบ

​สถานะของ นายวัน อยู่บำรุง ก็เป็น ส.ส.สอบตก สถานะของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ก็เป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ

​การที่พรรคเพื่อไทยแต่งตั้ง นายวัน อยูบำรุง เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่งตั้ง นายอาชวิน อยู่บำรุง เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ถือว่าให้เกียรติ

​ขณะเดียวกัน เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ออกมาแสดงปฏิกิริยาการจะขับออกจากสมาชิกภาพก็มิได้ทำให้จำนวนของพรรคเพื่อไทยหายไปเพราะสามารถเลื่อนอันดับที่รอคิวอยู่เข้ามาแทนได้

​แต่ละมาตรการไม่ว่าต่อ นายวัน อยู่บำรุง ไม่ว่าต่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จึงล้วนอยู่ในการกำหนดและจัดวางเอาไว้แล้ว

​ที่รอคอยก็เพื่อให้กลายเป็นความรู้สึก “ร่วม” ทางการเมือง

 

ในความเป็นจริงการจัดการต่อ นายวัน อยู่บำรุง จึงดำรงอยู่และดำรงไปในกระบวนท่าการโยนหินถามทาง

​ทั้งหมดกำลังเป็น “สัญญาณ” ถึง “การเปลี่ยนแปลง”

​เป็นการเปลี่ยนแปลงที่แสดงให้เห็นตั้งแต่การจัดระบบการรับมือของพรรคเมื่อประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 มาแล้ว

​นั่นก็คือการเปลี่ยนผ่านระหว่าง “รุ่น” นั่นก็คือ การเปิดกว้างยิ่งขึ้นเพื่อให้บทบาทสำหรับ “เลือดใหม่” ในทางการเมือง

​เตือนให้ตระหนักว่าวาระแห่งการเปลี่ยนได้เริ่มขึ้นแล้ว