สถานีคิดเลขที่ 12 : คนรุ่นเดิม

28.07.24 | 12:20 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : คนรุ่นเดิม ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ แถลงจากห้องทำงานรูปไข่ ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ถึงการถอนตัวจากการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ
ตอนหนึ่งกล่าวว่า
“เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรวมประเทศเป็นหนึ่งเดียว…ผมจึงเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดคือการส่งต่อไม้ให้กับคนรุ่นใหม่ และนั่นคือวิธีที่ดีที่สุดในการรวมชาติของเรา”
เป็นคำพูดที่น่าสนใจ
น่าสนใจกับความเชื่อมั่นของ นายโจ ไบเดน ว่า “การส่งต่อไม้ให้กับคนรุ่นใหม่…คือวิธีที่ดีที่สุดในการรวมชาติของเรา”
นั่นคือการเมืองของอเมริกา ที่ต้องติดตามกันต่อไปว่า ผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร

ตัดกลับมาที่การเมืองไทยของเรา
ดูจะสวนทางกันอยู่ไม่น้อย
อย่างเช่นการส่งต่อไม้ให้คนรุ่นใหม่
สำหรับการเมืองไทยแม้จะพูดถึงเรื่องคนรุ่นใหม่อยู่มาก
แต่ก็ส่งมอบ “ไม้” ให้น่าจะห่างไกลจากความเป็นจริงไม่น้อย
ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ พรรคก้าวไกลที่เป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ ว่ากันว่ามีโอกาสสูงอย่างยิ่งที่จะถูกยุบพรรค
โอกาสรับไม้ต่อจากคนรุ่นเดิมๆ ริบหรี่
ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากจะไม่ส่งไม้ต่อแล้ว “คนรุ่นเดิม” ยังแสดงตนอย่างคึกคัก ที่จะรักษาอำนาจและทำหน้าที่ต่อไป

ปรากฏการณ์ที่ “เขาใหญ่” ตัวละครเดิมๆ เมื่อ 20-30 ปีก่อนกลับมารวมตัว-รวมขั้ว ทำกิจกรรมกินเลี้ยง ร้องเพลง ตีกอล์ฟ
ที่แม้ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับการเมืองใดๆ เลย
แต่ใครๆ ก็รู้ดีว่า นี่คือสัญลักษณ์ทางการเมือง อันชัดเจน
ชัดเจนถึงการจับขั้วกันอีกครั้งของฝ่ายการเมืองที่เคยมีบทบาทในอดีต
และปัจจุบันได้ตัดแต่ง “ดีเอ็นเอ” ใหม่ๆ เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้ตนเองเข้ามาเป็นเล่น “เกมแห่งอำนาจ” อีกครั้ง
อย่างเช่นที่เราได้ ปรากฏการณ์ “สภาสูงสีน้ำเงิน” ที่ทำให้ดุลการเมืองเปลี่ยนแปลงไป
จนพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และแกนนำนอกรัฐบาลต้องยอมแชร์อำนาจ เพื่อขับเคลื่อนทางการเมืองร่วมกัน

ขณะที่อีกฝั่งฟากหนึ่ง ผู้อาวุโสแห่ง “บ้านป่า” ก็ดูจะคึกคักขึ้น
คึกคักจากการที่ได้ผู้อาวุโสแห่งบ้านบางบอน ที่ยังเต็มเปี่ยมแห่งความเชื่อมั่นในจุดเด่นของตนเองในอดีต นั่นคือการเป็น “นักพูดดาวสภา” ที่ใครๆ ก็ต้องเกรงกลัวและเกรงใจ ส่งลูกชายที่แม้จะดูเหมือนเป็นคนรุ่นใหม่ แต่เส้นทางทางการเมืองที่ผ่านมาไม่ได้ใหม่เท่าไหร่นัก เข้ามาร่วมทัพ
ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่า “ลุงและอา” จะทำให้ “บ้านป่า” อยู่ในสมการแห่งอำนาจต่อไป
แม้ว่าทั้งลุงและอาจะถูกมองว่ามีปัญหา ทั้ง “สังขาร” และทั้งการขับเคลื่อนการเมืองแบบเดิมๆ ที่ “ตกยุคสมัย” ก็ตาม
แต่ก็คงไม่วางมือ หรือถอยออกจากการเมืองอย่างง่ายๆ

เช่นเดียวกับ “ลุง” อีกคนหนึ่งแม้ทั้งนิตินัยและพฤตินัย ไม่อาจยุ่งเกี่ยวกับการเมืองได้อีกแล้ว
แต่พลันที่กระแส “คิดถึงลุง” กลับมากระหึ่ม
กระหึ่มในภาวะที่รัฐบาลไม่อาจสร้างผลงานประทับใจประชาชนได้
ก็ทำให้ฝ่ายจารีตที่ตกอยู่ในภาวะ “ไร้คนนำ” กลับมาคึกคักและมีความหวังกับการเมืองแบบพิเศษขึ้นมาอีก
กล่าวโดยสรุปจากปรากฏการณ์ต่างๆ ข้างต้น แม้จะมากด้วยความคึกคัก
แต่เป็นความคึกคักของ “คนรุ่นเดิม”
ที่การ “ส่งต่อไม้ให้กับคนรุ่นใหม่” ไม่อยู่ในความคิด!

Advertisement

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร