นักวิชาการ ชี้วิเคราะห์การเมืองยาก ม.หอค้า แนะขันน๊อต’อิกไนท์ 8 ด้าน’ ยาโด๊ปเศรษฐกิจ
วันที่ 27 กรกฎาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ และ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า กรณีคดีการถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ถูกเลื่อนออกไป นั้น ความสำคัญ คือ การพิจารณาในครั้งถัดไป จะมีการตัดสินที่ชัดเจนออกมาทันทีหรือไม่ โดยผลสรุปสามารถออกมาได้ทั้ง 2 ด้าน ทั้งการการถูกถอดหรือการได้อยู่ต่อ
ในกรณีที่นายเศรษฐา ถูกถอดออกจากตำแหน่งพรรคเพื่อไทย ก็ยังมีสิทธิอันชอบธรรมในการเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ สิ่งสำคัญ คือ หากนายเศรษฐา ถูกถอดถอนแล้วใครจะเข้ามารับตำแหน่งนายกฯ แทน เพราะประเมินจากตัวเลือกอย่างพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี มองว่าคงไม่ลงมาแล้ว ส่วนพรรคภูมิใจไทย หากไม่มีความมั่นใจเพียงพอ และไม่แน่ใจว่าจะคุมเสียงส.ว.ได้ คาดว่าจะไม่ลงเช่นกัน เพราะด้วยส่วนผสมแบบนี้ หากมีอะไรเข้ามาสถานการณ์ทางการเมืองน่าจะไม่สามารถทำให้พรรคภูมิใจไทยดูโดดเด่นได้
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจช่วงครึ่งหลังของปี 2567 จนถึงปี 2568 หากไม่มีเหตุการณ์พลิกผันเกิดขึ้น สหรัฐจะลดดอกเบี้ย สงครามเบาลง เพราะอิสราเอล พร้อมเจรจามากขึ้นแล้ว ส่งผลให้เศรษฐกิจกลับหัวขึ้นได้ เมื่อถึงตอนนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา พรรคภูมิใจไทย ภาพจะดูดีมาก แต่คำถาม คือ แล้วพรรคเพื่อไทยจะยอมหรือไม่ โดยเฉพาะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย หากเห็นสัญญาณในภาพเดียวกัน ทำไมจึงไม่ส่งนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขึ้นมาแทน ทำให้ภาพการเมืองถือว่าพูดยาก ภาพสามารถเป็นไปได้หลายด้าน
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า การปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2567 อยู่ที่ 2.7% ของกระทรวงการคลัง นั้น สอดคล้องกับที่ศูนย์พยากรณ์ฯคาดไว้ว่าจะขยายตัว 2.6-2.7% การส่งออกโต 2% ส่วนปี 2568 จีดีพีโต 3.5% เป็นตัวเลขที่ท้าทาย หลังจากคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะดีขึ้น จากภาพเศรษฐกิจจีนที่ไม่ได้มีแรงกระแทกจากอสังหาริมทรัพย์มากนัก สัญญาณเชิงลบไม่ได้รุนแรง คาดว่าทั้งปี 2567 จีดีพีจีนจะโต 5% ทำให้การส่งออกของไทยไปยังตลาดจีนเติบโตตาม ปีหน้าส่งออกน่าจะโต 3-4% การท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวกลับมาถึง 40 ล้านคนได้ งบประมาณประจำปีดำเนินการไปตามเงื่อนไขที่มี และได้แรงกระตุ้นจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต หากสภาพอากาศฝนฟ้าตกตามปกติ ภัยแล้งไม่มี ราคาพืชผลทางการเกษตรยังไปได้ดี คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจได้รวมผลการเลือกตั้งสหรัฐเข้าไปด้วยแล้ว
“มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะมีออกมาเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะหามาตรการกระตุ้นเพิ่มได้หรือไม่ หากเป็นตัวเองจะนำมาตรการกระตุ้นไปลงในพื้นที่อีอีซี ใช้พื้นที่อีอีซีดึงการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา ใช้อิกไนท์ ไทยแลนด์ ทั้ง 8 จุดเข้ามาลง เปิดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้กว้าง เพื่อให้เกิดการลงทุนมากขึ้นภายใต้แรงจูงใจจากสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมถึงการส่งเสริมสตาร์ทอัพ ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน น่าจะกระตุกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมขึ้นมาได้ เพราะโครงสร้างพื้นฐานของไทยตอนนี้ค่อนข้างจะครบ ยกเว้นรถไฟเชื่อมต่อจีนที่ต้องขยับตาม“ นายธนวรรธน์ กล่าว

