ปรากฏการณ์ #คิดถึงลุงตู่ คือผลสะเทือนเนื่องแต่สถานการณ์การตัดสินใจในทางการเมืองเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566
เพียงแต่เป็นผล ด้านลบ มิได้เป็นผล ด้านบวก
การประเมินโดยพื้นฐานเห็นว่าการร่วมมือระหว่างพรรครวมไทยสร้างชาติกับพรรคเพื่อไทย โดยมีพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทยเป็น องค์ประกอบ
ผลเฉพาะหน้าคือ รัฐบาลพิเศษ
ดำเนินไปในลักษณะ ข้ามขั้ว ทางการเมือง นั่นก็คือ การจับมือ พรรคเพื่อไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ
มองข้าม ความขัดแย้ง ตั้งแต่ก่อน รัฐประหาร
ไม่ว่าจะเป็นรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ไม่ว่าจะเป็นรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
เมื่อเป็น รัฐบาลพิเศษ ไฉนจึงยังเกิดบรรยากาศ #คิดถึงลุงตู่
คนที่ผ่านร้อนหนาวทางการเมืองมาไม่ว่าจะอยู่ในพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะอยู่ในพรรคภูมิใจไทย
ไม่ว่าจะอยู่ในพรรคชาติไทยพัฒนา
รู้ดีว่าการตัดสินใจระดับนี้มิได้มีแต่ ได้ หากมี เสีย อยู่ด้วย
ไม่เพียงแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องเสีย ไม่เพียงแต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะต้องเสีย
หาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก็ต้องเสียในระดับที่แตกต่างกัน
บรรดา FC ไม่ว่าจะของพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่าจะของพรรคเพื่อไทย ย่อมเกิดคำถามตามมามากมาย
เมื่อผ่านจากเดือนสิงหาคม 2566 มาถึงเดือนกรกฎาคม 2567 ก็ย่อม รู้สึก เป็นความรู้สึกที่เห็นเด่นชัดมากยิ่งขึ้นว่า มีหลายอย่างที่ไม่ได้เป็นไปตามความคาดหมาย ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ต้องการ
ตรงนี้แหละที่นำไปสู่อารมณ์ในแบบ #คิดถึงลุงตู่
หากติดตามบทเพลงอย่างสังเคราะห์ตั้งแต่ ลุงตู่ สบายดีไหม และ คิดถึงลุงตู่ กระทั่งที่เพิ่งเปิดตัวสู่ รวมไทยไปด้วยกัน
ก็จะประจักษ์ในลักษณ์แห่ง ถวิลหา อาวรณ์
ขณะเดียวกัน เมื่อนำเอาเครื่องเคียงที่ปรากฏผ่าน คลิป ประมวลผลงานและความสำเร็จ
อันมาพร้อมกับความหงุดหงิดในทางเศรษฐกิจ
ก็เริ่มสัมผัสได้ในลักษณะแห่งการเปรียบเทียบ
แท้จริงแล้ว การเกิดขึ้นของสถานการณ์ #คิดถึงลุงตู่ มีพื้นฐานมาจากผลงานและความสำเร็จในยุค
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับที่เห็นในวันนี้
เป็นความหงุดหงิดต่อ รัฐบาลพิเศษ ด้านหนึ่ง รู้สึกว่ามีผลงานและความสำเร็จ
น้อยกว่า 8-9 ปีในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้านหนึ่ง เห็นว่าสมควรต้องมีการปรับเปลี่ยน
เป้าหมายจึงมิใช่ต่อ ภายนอก หากแต่เป็น ภายใน
จึ งเด่นชัดอย่างยิ่งว่า ในความ #คิดถึงลุงตู่ แฝงไว้ด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดและไม่พอใจต่อสภาพการณ์ปัจจุบันที่อยู่เบื้องหน้า เท่ากับมองตนเองใน กระจก แล้วรู้สึก ตำหนิ
จึงดำเนินไปในลักษณะอันเป็นผลพวงแห่งความร่วมมือที่มิได้เป็นการร่วมมืออย่างด้านเดียว หากแต่มีการต่อสู้ มีความขัดแย้ง
เป็นความขัดแย้งจาก ภายใน เป็นความหงุดหงิดต่อ พวกกันเอง

