หน้าแรก การเมือง สุวัจน์ ยืนยั...

สุวัจน์ ยืนยันไม่มีปฏิญญาเขาใหญ่ ไม่มีนัยทางการเมือง ‘ทักษิณ’ แค่พาครอบครัวมาเที่ยว

29.07.24 | 10:44 น.

สุวัจน์ ยันแกนนำรัฐบาลพบกับ ‘ทักษิณ’ ที่เขาใหญ่ไม่มีนัยทางการเมือง ยอมรับประชาชนเดือดร้อนจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาจริง ระบุรัฐกำลังเร่งฟื้นฟู ทั้งแจกเงินดิจิทัล ดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ คาดปลายปีนี้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัว

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาประเทศของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนว่า ตอนนี้ต้องเร่งรัดการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจของเรายังไม่โตตามเป้าหมาย การกระตุ้นและสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศก็เป็นเรื่องสำคัญ วันนี้จะต้องสร้างกำลังซื้อ สร้างกิจกรรมเศรษฐกิจภายใน คิดว่าเรื่องที่จะช่วยได้คือ 1.เรื่องงบประมาณแผ่นดิน ทั้งปี 2567-2568 ถ้าเร่งรัดใช้ปี 2567 และเร่งของปี 2568 ให้สามารถดำเนินการให้รวดเร็วได้ เม็ดเงินจำนวนมาก 3 ล้านล้านกว่าบาท จะมาช่วยเศรษฐกิจได้

นายสุวัจน์กล่าวว่า 2.โครงการดิจิทัลวอลเล็ตอีก 4-5 แสนล้านบาท เป็นส่วนหนึ่งที่จะเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชนเอามาใช้จ่าย ฉะนั้น โดยภาพรวมวันนี้นอกจากจะต้องปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันแล้ว เฉพาะหน้าต้องลงมากระตุ้นเศรษฐกิจกันทั้งเงินของภาครัฐและเงินภาคประชาชน คิดว่าประมาณปลายปีนี้น่าจะเห็นการขยับเขยื้อนตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ

“ที่สำคัญตอนนี้คือต้องเร่งโปรโมตเรื่องการท่องเที่ยว ต้องทุ่มเทเชิญชวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามา ลองสร้างแผนงานอะไรก็ได้ที่จะปรับแผนงานนักท่องเที่ยวปีนี้ ต้องเอาให้ได้ 40 ล้านคน เพราะการท่องเที่ยวจะเป็นตัวช่วยพี่น้องประชาชนได้เร็วที่สุด ให้ทุกคนลอยคอได้ ไม่จมน้ำ นักท่องเที่ยวเข้ามาจะมีการใช้จ่ายไปยังทุกอาชีพ ทุกเมือง ทั้งเมืองรอง เมืองหลัก ฉะนั้น ระยะสั้นต้องอาศัยการท่องเที่ยวมากๆ ผมคิดว่าถ้าทำได้ก็พยายามปรับแผนเร่งรัดเพิ่มนักท่องเที่ยว 35-36 ล้านคน ดันให้เต็มที่ถึง 40 ล้านคน ก็จะช่วยวิกฤตเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง” นายสุวัจน์กล่าว

นายสุวัจน์กล่าวถึงกระแสข่าวดีลเขาใหญ่ “ปฏิญญาเขาใหญ่” ที่มีการพบกันกับอดีตนายก นายทักษิณ ชินวัตร, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าเท่าที่ตนอยู่ในเหตุการณ์ก็ไม่มีอะไร อดีตนายกทักษิณบอกว่าไม่ได้มาเขาใหญ่ตั้ง 20 ปีแล้ว และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้เชิญคุณพ่อมาเที่ยว ไปเที่ยวที่สนามกอล์ฟ แล้วก็ได้เชิญตนไปร่วมงานด้วย บรรยากาศเหมือนกับท่านมาเที่ยวเขาใหญ่

Advertisement

นายสุวัจน์กล่าวต่อว่า ส่วนตนกับนายอนุทินก็เป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาร่วมรัฐบาลท่านอยู่แล้ว เหมือนกับท่านมาเจอลูกน้องเก่า มาเจอพี่น้องประชาชนที่ไปต้อนรับบ้าง แต่สำคัญที่สุดเหมือนกับการมาใช้เวลาช่วงวันหยุดกับครอบครัว ไม่ได้มีนัยทางการเมือง ไม่ได้มีปฏิญญาเขาใหญ่ตามที่เป็นข่าว คิดว่าเป็นการคาดการณ์ เป็นการวิเคราะห์ แต่เนื้อหาจริงๆ เท่าที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่มีอะไรอย่างนั้น ไม่มีเรื่องการเมือง มีแต่เรื่องการบ้าน เรื่องครอบครัว เรื่องลูกน้องกับท่านทักษิณ

“ผมเคยเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาสมัยท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ผมก็เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายอนุทินก็เคยร่วมรัฐบาล บรรยากาศการพบเจอกันค่อนข้างอบอุ่น อุ๊งอิ๊งก็ชวนคุณพ่อมาพักผ่อนช่วงวันหยุด ยืนยันว่าไม่มีนัยทางการเมือง เป็นเรื่องของบุคคลที่เคารพนับถือกัน คุ้นเคยกัน

สำหรับพรรคชาติพัฒนาที่ได้รับคำเชิญจากท่านทักษิณเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทย เรื่องนี้ได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว ผมทำงานกับท่านมานาน รู้จักท่านมานาน ถือว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ท่านจะมีความหวังดี มีความปรารถนาดีต่อผมมาตลอด” นายสุวัจน์กล่าว

นายสุวัจน์กล่าวอีกว่า เรื่องหน้าตาของ ส.ว.ตอนนี้ออกมาแล้ว รวมทั้งเสถียรภาพของรัฐบาลต่อนี้ไปจะมั่นคงไปครบเทอม ถือเป็นครั้งแรกที่เรามีระบบการได้มา ส.ว.ลักษณะนี้ ฉะนั้น อาจเป็นอะไรที่เราไม่มีประสบการณ์กับรูปแบบในการได้ ส.ว.แบบนี้ หลากหลายอาชีพ 20 อาชีพตามเป้าหมาย แต่ก็เสียดายที่ไม่ได้หลากหลายจังหวัด บางจังหวัดไม่มีตัวแทน คงต้องเป็นภารกิจหน้าที่ของ ส.ว.คนใหม่ทั้ง 200 คนว่าจะทำงานอย่างไรให้เป็นการพิสูจน์ว่าระบบการได้มาครั้งนี้สามารถที่จะสร้างเจนใหม่ๆ หรือสร้างแนวคิดวิธีการใหม่ๆ ในการทำหน้าที่ของ ส.ว.

“อยากจะฝากให้ท่านได้ดูแลในหลายๆ จังหวัดที่ยังไม่มี ส.ว.ที่มีพื้นฐานจากจังหวัดนั้น โดยภาพรวมจะต้องดูการทำงานของท่านไป เพราะทุกคนมาด้วยความถูกต้อง มาตามรัฐธรรมนูญ ส.ว.ใหม่มาแล้ว แต่รัฐบาลก็ใกล้ 1 ปี ตอนนี้เสถียรภาพของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร คิดว่าด้วยความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลขณะนี้เท่าที่ดูก็ยังไม่มีประเด็นอะไรที่จะเป็นร่องรอยว่ามีอะไรไม่เข้าใจ หรือขัดแย้งกัน ยังมีความเรียบร้อย มีความสามัคคีกันอยู่

เรื่องเสียงในสภาก็ดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ต้องดูศาลรัฐธรรมนูญด้วยในการตัดสินคดีที่สำคัญที่จะกระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลขณะนี้ก็จะต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชนอยู่ได้ อันนั้นคือโจทย์ใหญ่มากกว่าเสถียรภาพของรัฐบาล” นายสุวัจน์ระบุ