หน้าแรก การเมือง คำนูณ ยก ม.16...

คำนูณ ยก ม.16รธน.ฝรั่งเศส ชี้ระบอบปชต.ก็เปิดให้มี’อำนาจเด็ดขาดหยุดวิกฤต’ได้

23.02.16 | 11:13 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก Kamnoon Sidhisamarn อธิบายที่มาและความสำคัญของ ‘มาตรา 16’ ของรัฐธรรมนูญประเทศฝรั่งเศส และความเห็นของคณะรัฐมนตรีต่อ กรธ. ‘ข้อ 16’ โดยระบุว่า

ความเห็นของคณะรัฐมนตรีต่อ กรธ. ‘ข้อ 16’ ไม่ใช่เรื่องแปลกเรื่องใหม่ให้ต้องตื่นเต้นอะไร นายกรัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้า คสช.ด้วยพูดมาตลอดว่าเราต้องตอบโจทย์ 2 ข้อให้ได้ว่าหลังใช้รัฐธรรมนูญใหม่หลังเลือกตั้ง หนึ่ง มีหลักประกันว่าการปฏิรูปประเทศที่เริ่มต้นไว้แล้วจะต้องดำเนินต่อไป สอง หากเกิดวิกฤตระดับที่องค์กรปกติเอาไม่อยู่จะต้องมีกลไกระงับยับยั้งไม่ใช่ด้วยการรัฐประหารอีก

นายกรัฐมนตรียังเคยยกตัวอย่างรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส ‘มาตรา 16’ ค.ศ. 1958 ที่ยังใช้บังคับอยู่จนถึงปัจจุบันด้วยมากกว่า 1 ครั้ง

เป็นมาตราที่อยู่ในบทบัญญัติปกติด้วยซ้ำ ไม่ใช่บทเฉพาะกาล

และก็เคยมีดำริให้เชิญผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมาเล่าประสบการณ์ของประเทศเขาให้คนไทยฟัง 3 คน

Advertisement

เพียงแต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้พูดชัดเจนว่าบทบัญญัติรัฐธรรมนูญควรเป็นอย่างไรในประเด็นนี้ เพียงแต่พูดด้วยประโยคฮิตเฉพาะตัวว่า

“ไปคิดกันมา…”

‘มาตรา 16’ รัฐธรรมนูญฝรั่งเศส 1958 นี้เป็นบรรพบุรุษของ ‘มาตรา 17’ ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2502 ที่พัฒนามาเป็น ‘มาตรา 44’ ในปัจจุบัน

วิกฤตระดับที่องค์กรปกติเอาไม่อยู่และประเทศเดินไม่ได้นั้นไม่เพียงแต่ตัวอย่างเช่น ช่วงก่อน 22 พฤษภาคม 2557 เท่านั้น อนาคตข้างหน้าของประเทศไทยยุคนี้อาจมีมากกว่านั้น

ที่จริง กรธ.ก็ไปคิดมาแล้ว และสร้างบทบัญญัติเนียนๆ ไว้ในบทปกติให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องพิจารณาประกอบกัน 2 มาตรา คือ มาตรา 205 (2) และมาตรา 207 โดยต้องจินตนาการอ่านความนัยที่เป็น between the lines กันหน่อย เรื่องนี้ผมเคยโพสต์ไว้ครั้งหนึ่งแล้ว

หากจะมีจุดอ่อนในมาตรการที่ กรธ.คิดมาในร่างฯแรก มุมมองของผมคือไม่มีฝ่ายความมั่นคงอยู่ในกระบวนการของ 2 มาตรานี้โดยตรง

ก็เป็นเรื่องที่ กรธ.จะต้องหารือกับ ครม.ต่อไป

ขอนำคำแปลของรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส ‘มาตรา 16’ สำนวนแปล ศ.นันทวัฒน์ บรมานันท์ มาลงให้ดูกันเป็นตัวอย่างเพื่อการศึกษา

อย่างน้อยก็เพื่อบอกว่าอำนาจเด็ดขาดยับยั้งวิกฤตไม่จำเป็นต้องอยู่ในระบอบเผด็จการเสมอไป