สถานีคิดเลขที่ 12 : กรณี ‘ทักษิณ’

30.07.24 | 12:08 น.

ที่บ้านจันทร์ส่องหล้าเมื่อสัปดาห์ก่อนคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เมื่อนายทักษิณ ชินวัตร เจ้าบ้าน กลับมาอีกครั้ง

หลังจากต้องสัญจรอยู่ต่างประเทศเพราะภัยทางการเมือง

รวมระยะเวลาอยู่นอกแผ่นดินไทยประมาณ 17 ปี

ก่อนหน้านั้น นายทักษิณได้จัดเลี้ยงนำร่อง และมีโปรแกรมออกไปตีกอล์ฟในแวดวงคนคุ้นเคย

แลดูคร่าวๆ แล้ว สัมผัสได้ว่า บารมีนายทักษิณยังคงแน่นปึ้ก

Advertisement

ทำให้ต้องนึกย้อนกลับไปเมื่อประสบเภทภัยทางการเมืองจนต้องอยู่ต่างประเทศ

ปี 2544 พรรคไทยรักไทยได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นจนยึดเสียงข้างมากในสภา ครานั้น นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ

ปี 2548 เลือกตั้งอีกครั้ง คราวนี้ไทยรักไทยทำลายประวัติศาสตร์ ได้รับคะแนนเสียงท่วมท้น

เป็นแลนด์สไลด์ที่ยึดเก้าอี้ในสภาได้ถึง 377 ที่นั่งจาก 500 เสียง

ขณะนั้นประเทศไทยกลายเป็นเป้าสายตาของต่างชาติ เป็นประเทศที่มีอนาคต และเป็นที่ยำเกรงของหลายประเทศ

แต่หลังจากเกิดการรัฐประหาร 2549 ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลง

นายทักษิณ ตอนนั้นอยู่ต่างประเทศ และก็ไม่เดินทางกลับ

แม้จะมีช่วงหนึ่งกลับมาสู้คดี แต่สุดท้ายก็หลบหนีไปต่างประเทศอีกครั้ง

ปี 2550 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักไทย และสั่งห้ามกรรมการบริหารพรรคดำรงตำแหน่งทางการเมือง

กลายเป็นบ้านเลขที่ 111 บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกกล่าวหาหลายคดี โดยพุ่งเป้าไปที่ทุจริตคอร์รัปชั่น

ส่วนพรรคไทยรักไทยแม้จะถูกยุบ แต่สมาชิกก็ยังเกาะเกี่ยว ย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่พรรคพลังประชาชน

เลือกตั้งปี 2550 ก็ชนะการเลือกตั้ง

แม้จะยุบพรรคพลังประชาชนอีก จนสมาชิกไปสังกัดพรรคเพื่อไทย และมีการปรับเปลี่ยนตัวนายกฯตามเกมการเมืองตอนปี 2551

แต่พอเลือกตั้งปี 2554 พรรคเพื่อไทยก็ชนะการเลือกตั้งอีก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกฯ

พอปี 2557 เกิดการรัฐประหาร และยึดอำนาจยาวนานมาจนกระทั่งปี 2562 มีการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ

กระแสการปลุกระดมให้เกลียดชังนายทักษิณ ชินวัตร ยังดังอย่างต่อเนื่อง

การปลุกระดมเช่นนั้นสมควรจะทำให้นายทักษิณสิ้นมนต์ขลัง

แต่งานฉลองวันเกิด 75 ปีที่บ้านจันทร์ส่องหล้าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมายืนยันว่าบารมีนายทักษิณยังคับแก้ว

แตกต่างจากคู่ขัดแย้งนายทักษิณที่ปัจจุบันตกอยู่ในสถานะเงียบเหงา

หรือนี่จะเป็นข้อพิสูจน์ว่า การยึดอำนาจ การกล่าวหา การยุบพรรค ไม่สามารถทำให้คนเสื่อมศรัทธา

ตรงกันข้ามอาจกลับทำให้ประชาชนถูกแยกห่างจากรัฐไปเรื่อยๆ

เหตุการณ์ที่ผ่านมา ยืนยันว่าสังคมรับรู้ข้อเท็จจริงและมีวิจารณญาณ

อะไรชอบธรรม อะไรที่ไม่ชอบธรรม ในมุมมองของประชาชนสะท้อนออกมาในรูปของการเลือกตั้ง

ผลการเลือกตั้งเป็นข้อพิสูจน์หลายครั้งหลายครา

อีกปัจจัยหนึ่งที่กำลังรอท้าพิสูจน์ว่าจะเกี่ยวข้องกับศรัทธาประชาชนหรือไม่ นั่นคือ การบริหารราชการแผ่นดิน

หลังวันที่ 22 สิงหาคม นายทักษิณบอกว่ารัฐบาลน่าจะมีผลงานเป็นรูปธรรม

นายทักษิณ ณ วันนี้ว่าไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ขอทำหน้าที่ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็พอ

แต่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล และผลสำเร็จของรัฐบาลก็คือผลงานของพรรคเพื่อไทย

ดังนั้น นายทักษิณ พรรคเพื่อไทย และรัฐบาล จึงผูกโยงกันหลังวันที่ 22 สิงหาคมนี้แน่

ขณะที่รัฐบาลทำงานมาแล้วเกือบ 1 ปี เหลือเวลาอีก 3 ปีนิดๆ ในการสร้างความเชื่อมั่น

หลังวันที่ 22 สิงหาคมนี่แหละจะได้พิสูจน์

พิสูจน์ปัจจัยที่ทำให้ประชาชนศรัทธาว่าที่สุดแล้วคืออะไร

พิสูจน์ได้จากกรณีนายทักษิณ ชินวัตร นี่แหละ

นฤตย์ เสกธีระ