‘วิษณุ’ ยัน ‘เศรษฐา’ แถลงปิดคดีสอยนายก ส่งทัน 31 ก.ค. ‘อนุทิน’ ชงแปรญัตติประชามติ ใช้แค่1ใน4ผู้มีสิทธิออกเสียง ‘ศิริกัญญา’ พร้อมนั่งหน.พรรค
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยกรณีที่ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องสมาชิกวุฒิสภา 40 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ กรณีนำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ทั้งที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ว่า นายเศรษฐาจะส่งแถลงการณ์ปิดคดี โดยตนไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด เพียงแต่ทราบกว้างๆ ว่าเป็นการสรุปประเด็นต่างๆ ที่เคยยื่นต่อสู้ไป แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยจะส่งแถลงการณ์ปิดคดีไปตามกรอบเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดไว้คือวันที่ 31 กรกฎาคมนี้
ขณะที่ นายนิกร จำนง เลขานุการ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการประชุมของ กมธ.วิสามัญฯหลังจากพิจารณามาแล้ว 4 ครั้ง ว่า ประเด็นเกณฑ์การออกเสียงประชามติที่เป็นข้อยุตินั้น พบว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งความเห็นของกระทรวงมหาดไทย ที่ขอให้แปรญัตติในประเด็นเกณฑ์ของผู้ออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
โดยขอให้ใช้เกณฑ์ไม่ต่ำกว่า 1 ใน 4 ของผู้มีสิทธิออกเสียง เพิ่มเติมจากเกณฑ์ผ่านประชามติที่ใช้เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้ ทั้งนี้ ความเห็นดังกล่าวตนรับเป็นผู้แปรญัตติด้วย และต้องรอการพิจารณาของ กมธ.อีกครั้ง เนื่องจากประเด็นดังกล่าว ต่างจากตามเนื้อหาที่เสนอต่อสภาที่กำหนดให้ใช้เกณฑ์ผ่านประชามติ เพียงแค่เสียงข้างมากของผู้ออกมาใช้สิทธิออกเสียง
นอกจากนี้ กมธ.ยังได้รับหนังสือจากภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย (ภรป.) ที่เสนอความเห็นต่อการจัดทำเนื้อหารวมทั้งขอให้ สภาและวุฒิสภา เร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โดยเร็วเพื่อให้ทันต่อการออกเสียงประชามติทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งแรกพร้อมกับการเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568
ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล( ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงการที่พรรคปล่อยคลิปวิดีโอโหมโรงก่อนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดียุบพรรค ซึ่งมีบทสัมภาษณ์ของตนเองมากกว่าคนอื่น ทำให้ถูกมองว่าอาจจะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ว่า น่าจะเป็นเพราะอยู่มานานกว่าคนอื่นในพรรค ตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ ส่วนหากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคพร้อมหรือไม่นั้น แล้วแต่ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากวันที่ 7 สิงหาคม
เมื่อถามว่าหากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค ต้องสู้กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ท้ายที่สุด พรรคตัดสินใจเสนอชื่อตน และมีสมาชิกพร้อมจะเลือก การที่ประเทศไทยมีผู้นำพรรคการเมืองที่เป็นผู้หญิงมากขึ้น
คิดว่าน่าจะเป็นมิติใหม่ที่ดี นอกจากเป็นตัวแทนของประชาชนทุกฝั่ง ทุกเพศ ทุกวัย จะยิ่งมีมุมมองใหม่ๆ ต่อการเมืองที่อาจแตกต่างจากที่ผ่านมา ที่ผู้นำทางการเมืองเป็นผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ คิดว่าจะสร้างมิติใหม่ให้กับการเมืองไทยได้ เมื่อถามว่า ไม่ติดใช่หรือไม่ ถ้ามีคนเสนอชื่อ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า แล้วแต่ทางพรรค

