‘สรชาติ’ ชี้ ส.ว.ควรถอยบทบาทตรวจสอบ ‘รัฐบาล’ อ้างเป็นสภากลั่นกรอง ให้หน้าที่ตรวจสอบเป็นของฝ่ายค้าน
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ส.ว.กลุ่มวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร การพัฒนานวัตกรรม ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการอินไซด์รัฐสภาว่า ขณะนี้มี ส.ว.ที่ร่วมรับรองการยื่นร่างข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาฉบับใหม่เกือบครบแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการทำความเข้าใจกับ ส.ว.ในการเสนอร่างข้อบังคับที่มีข้อเสนอต่อการปรับลดจำนวนคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ และการกำหนดให้มี กมธ.วิสามัญประจำวุฒิสภา
ส่วนกรณีที่มี ส.ว. เตรียมเสนอร่างข้อบังคับฉบับอื่นเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ว.กลุ่มอิสระ และ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว.กลุ่มพันธุ์ใหม่นั้น เป็นสิทธิที่เสนอได้
นายสรชาติกล่าวต่อว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการฟังจากทุกฝ่ายทุกกลุ่ม เพื่อเป็นการส่งสัญญาณว่าเพียงพอหรือไม่ที่จะพิจารณาด้วยรูปแบบของ กมธ.เต็มสภา ส่วนตัวมองว่าการปรับลดจำนวนคณะกรรมาธิการสามัญ เหลือ 20 คณะ และมี กมธ.วิสามัญเพื่อทำงานประจำ อีก 3 คณะนั้น น่าจะเพียงพอ ส่วนการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องเฉพาะ หรือทำตามภารกิจตามกฎหมายต่างๆ ยังสามารถตั้งได้และทำงานได้
เมื่อถามถึงบทบาทของ ส.ว.ใหม่ ต่อการตรวจสอบรัฐบาล นายสรชาติกล่าวว่า ส.ว.ชุดปัจจุบันควรถอยห่าง เนื่องจากในสภาผู้แทนราษฎรมีฝ่ายตรวจสอบ คือ ฝ่ายค้าน ขณะที่บทบาทของ ส.ว. คือสภากลั่นกรอง เป็นสภาที่รวมผู้มีความรู้ความสามารถมาทำหน้าที่เป็นสภาวิชาการ เสนอแนวทางผ่าน กมธ.วิสามัญ ที่เสนอต่อรัฐบาล ขณะที่การควบคุมรัฐบาล เช่น กระทู้ถาม เชื่อว่ามีบ้างเล็กน้อยและตกลงว่าจะมีเท่าไร เพื่อเป็นความสร้างสรรค์ให้รัฐบาลเดินต่อในการทำงาน ดังนั้นการตรวจสอบรัฐบาลของ ส.ว.ปัจจุบันจะไม่เข้มข้นเหมือนที่ผ่านมา

