ปธ.สภากทม. รับมีส.ก.ห่วงซ้ำรอย อดีตตั้งคนนอก ร่วมถกงบ ไม่เคารพข้อบังคับ พูดเสียดสีขรก.

30.07.24 | 16:32 น.

ดร.จอห์น โต้ วิโรจน์ ปม พท. ขวาง ‘คนนอก’ นั่งกก.พิจารณางบ กทม. 68 ปัด กดดันชัชชาติ รับมีส.ก.ห่วงซ้ำรอย  ไม่เคารพข้อบังคับ พูดเสียดสีขรก. 

จากกรณีที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ประธานคณะกรรมการยุทธนโยบาย กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ส.ก. ของพรรคก้าวไกล จะเสนอคนนอกนั่งเป็นคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณ กทม. 2568 จำนวน 2 คน ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล แต่ทางพรรคเพื่อไทย มีแนวคิดที่จะไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการวิสามัญฯ ดังกล่าว

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ประธานสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภา กทม.ระบุชัดเจน สามารถตั้งคนนอกมาเป็นคณะกรรมการวิสามัญฯ ได้ แต่ต้องผ่านความเห็นของสภา กทม.ซึ่งต้องมีการเสนอรายชื่อและมีการโหวต โดยระเบียบวาระของการพิจารณางบประมาณ ปี 68 จะเข้าสภาในช่วงบ่ายนี้

ดังนั้น สิ่งที่บุคคลนั้นกล่าวอ้างมายังไม่ทราบข้อมูล และยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ สก.ของพรรคเพื่อไทยมี 25 เสียง แต่ในฐานะที่ตนเป็นประธานสภา และมีรองประธานสภาคนที่ 1 งดออกเสียง ก็จะเหลือเพียง 23 เสียง ส่วนพรรคก้าวไกลและพรรคอื่นๆ มี 25 เสียง โดยมีรองประธานคนที่ 2 ที่เป็นของพรรคก้าวไกล งดออกเสียงก็ จะเหลือ 24 เสียง เท่ากับว่า สัดส่วนพรรคเพื่อไทยต่อพรรคอื่นมี 23 ต่อ 24 เสียง

นายสุรจิตต์กล่าวว่า ส่วนเรื่องประธานคณะกรรมการวิสามัญฯ ที่มีข่าวว่าเป็นโควต้าของพรรคเพื่อไทยนั้น จะต้องให้สภา กทม.ผ่านการพิจารณาร่างงบประมาณในวาระที่หนึ่งก่อน ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่า ใครจะเป็นประธานกรรมการวิสามัญ ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญฯ มีทั้งหมด 36 คน เป็น สก. 27 คน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 14 คน พรรคก้าวไกล 6 คน พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทยสร้างไทย 6 คน อิสระ 1 คน และฝ่ายบริหาร กทม. 9 คน ซึ่งคณะกรรมการจะมีการพูดคุยกัน และเลือกประธาน รองประธาน และเลขานุการ ในที่ประชุม เพื่อกำหนดว่า แต่ละคณะอนุกรรมการวิสามัญฯ จะมีใครเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องใดบ้าง ซึ่งเป็นเป็นอำนาจของคณะกรรมการ ที่ตนไม่สามารถก้าวล่วงได้

Advertisement

นายสุรจิตต์กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่มีคนมองว่า ส.ก.ไปกดดันผู้ว่าฯ กทม.นั้น มองว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าเอามาคิด เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในข้อบังคับการประชุมเนื่องจากสามารถตั้งคนภายนอกเข้ามาได้ แต่ก็มีบางประเด็นที่ ส.ก.มีข้อกังวลกรณีเคยเกิดเหตุการณ์ที่มีบุคคลภายนอกเข้ามาในที่ประชุมพิจารณางบประมาณ โดยไม่เคารพข้อบังคับการประชุม พูดจาเสียดสีหมิ่นประมาทข้าราชการ และอีกประเด็นที่กังวลคือคนภายนอกที่ตั้งมามาจากประชาชนอย่างแท้จริงไหม หรือมาจากพรรคการเมือง โดยเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ซึ่งสุดท้ายต้องให้เป็นมติของสภา กทม.

“ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วประมูลนั้น สภา กทม.เปิดเผย ให้ติดตามผ่านทางออนไลน์ผ่านช่องทางของ สภา กทม.ได้ ยืนยันว่าสภา กทม.และ ส.ก. มีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยประชาชนสามารถติดตามการพิจารณางบประมาณของ กทม.ได้ ซึ่งทางสภา กทม.จะมีการถ่ายทอดสดผ่าช่องทางโซเชียลในวาระร่างข้อบัญญัติงบประมาณ” นายสุรจิตต์กล่าว