สถานีคิดเลขที่ 12 : พรรคร่วมกับดิจิทัล1หมื่น
เดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนที่เปิดให้ประชาชนได้ลงทะเบียนแล้ว เท่ากับว่าใกล้จะถึงขั้นตอนแจกจ่ายเงิน 1 หมื่นบาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตให้กับประชาชนคนไทย 45-50 ล้านคน เพื่อจับจ่ายใช้สอย ซึ่งรัฐบาลเชื่อว่า ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับพายุหมุน
เริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ไปจนถึงวันที่ 15 กันยายน ซึ่งเท่าที่เห็น เป็นไปด้วยบรรยากาศคึกคักอย่างมาก
ขณะเดียวกัน เมื่อ 31 กรกฎาคม สภาผู้แทนฯ มีการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 67 จำนวนเงิน 1.22 แสนล้านบาท วาระที่ 2 และวาระที่ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
เป็นงบประมาณเพื่อโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนี่แหละ
หลังจากอภิปรายกันอย่างดุเดือด ผลการลงมติในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ส.ส.ส่วนใหญ่ลงมติเห็นด้วย ผ่านฉลุยทั้งวาระ 2 และวาระ 3
มติที่เห็นด้วยมาจาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เป็นไปอย่างเหนียวแน่น
ดังนั้น ที่ ส.ส.ฝ่ายค้านพยายามคัดค้านโครงการนี้ พยายามชี้ให้เห็นว่า ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง และที่สำคัญคือส่อผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง
หวังให้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ จะหวั่นไหวชะงักงัน
แต่เอาเข้าจริงๆ พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด ไม่ได้หวั่นไหวอะไร ยกมือสนับสนุนงบประมาณเพื่อโครงการดิจิทัลวอลเล็ตอย่างเป็นเอกภาพ
คาดได้ว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด คงมองเห็นว่า ในหมู่ชาวบ้าน มีความต้องการเงิน 1 หมื่นบาท เพื่อจับจ่ายใช้สอยอย่างมาก เพราะอยู่ในภาวะที่ฝืดเคือง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรฝืนกระแส
เมื่อสภาไฟเขียวให้งบประมาณเพิ่มเติมสำหรับดิจิทัลวอลเล็ตเดินหน้าไปได้ ก็เป็นจังหวะที่ประชาชนก็เริ่มเข้าแอพพ์ “ทางรัฐ” กันอย่างคึกคักพอดี เพื่อยืนยันตัวตนและลงทะเบียนรับสิทธิดิจิทัลวอลเล็ต
ส่วนประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ไปจนถึงผู้สูงวัย สามารถใช้บัตรประชาชนไปลงทะเบียนรับสิทธิได้ โดยรัฐบาลจัดสถานที่ให้วอล์กอินไปรับสิทธิครบถ้วนแล้ว ที่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน จำนวน 1,722 ศูนย์ทั่วประเทศ ที่ทำการไปรษณีย์ 1,200 แห่ง ธนาคารออมสิน 1,047 แห่ง และธ.ก.ส. 1,238 แห่ง ตั้งแต่ 16 กันยายน จนถึง 15 ตุลาคม
รวมทั้งล่าสุด รัฐบาลยอมรับปัญหาการใช้สิทธิดิจิทัลวอลเล็ต ในเขตอำเภอ ตามทะเบียนบ้าน ซึ่งเป็นหลักการที่ถูกต้อง เป็นผลให้การกระจายรายได้กระจายการกระตุ้นเศรษฐกิจไปทั่วทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่กระจุกแค่ใน กทม. แต่หมายถึงกระจายไปทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ
แต่เกิดข้อจำกัด มีประชาชนบางส่วน เข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ เข้ามาทำมาหากินใน กทม. ต้องเสียเวลาเดินทางกลับบ้าน เพื่อใช้สิทธิดิจิทัลวอลเล็ตในอำเภอตามทะเบียนบ้าน
การเปิดโอกาสให้ย้ายทะเบียนบ้าน จึงเป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน สามารถใช้จ่าย 1 หมื่น ในอำเภอที่อยู่ปัจจุบันได้
ดูแล้ว ก็คงไม่ขัดหลักการกระจายการจับจ่ายไปทุกอำเภอทั่วประเทศ เพราะประชากรตามอำเภอต่างๆ ก็มีมากมายเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ทั้งการปลดเงื่อนไข เพื่อให้คนสามารถใช้จ่ายตามโครงการได้มากที่สุด น่าจะส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจระดับพายุหมุนได้จริง
เหนืออื่นใดคือ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด ไม่มีข้อขัดแย้งอะไร แม้แต่พรรคภูมิใจไทยที่มีการปั่นอย่างหนัก ก็ยกมือให้กับดิจิทัลวอลเล็ตอย่างพร้อมเพรียง
รัฐบาลสามัคคีกันดีก็ส่วนหนึ่ง แต่ประโยชน์ของประชาชนที่จะได้จับจ่ายใช้สอย 1 หมื่นบาทดิจิทัลวอลเล็ต สำคัญที่สุด
เอาเป็นว่า ปลายปีนี้ เมื่อเริ่มใช้ดิจิทัลวอลเล็ตกันจริง จะได้รู้กันว่า รัฐบาลสอบผ่านหรือสอบตก
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

