วิโรจน์ ลั่นก้าวไกล เหลือโควต้า แค่ 4 ก็ไม่ถอย ประกาศขวาง พวกจ้องแปรงบกทม. หาประโยชน์

1.08.24 | 13:35 น.

วิโรจน์ ลั่นก้าวไกล เหลือโควต้า แค่ 4 ก็ไม่ถอย ประกาศขวาง พวกจ้องแปรงบกทม. หาประโยชน์

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2567 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ถึงกรณีที่สภา กทม.ลงมติลับ ตัดชื่อ 2 คนนอกที่พรรคก้าวไกลเสนอ เป็นกรรมการพิจารณางบ กทม. โดยมีเนื้อหาดังนี้

ผมขอโทษประชาชนทุกท่าน โดยเฉพาะชาว กทม. ทุกคนด้วยนะครับ ที่พรรคก้าวไกลของพวกเราไม่สามารถส่งบุคคลภายนอกทั้ง 2 ท่าน เข้าไปตรวจสอบงบ กทม. ให้มีความโปร่งใสเพิ่มขึ้นได้

แม้ว่าสุดท้ายคณะกรรมการงบ กทม. ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล จะเหลือเพียง 4 ท่าน จากสัดส่วนที่เราพึงได้รับ คือ 6 ท่านก็ตาม นั่นเป็นเพราะว่าเรา ไม่ยอมตระบัดสัตย์ ไม่ยอมถอนรายชื่อคนนอกทั้ง 2 ท่านออกไป

แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการงบ กทม. ทั้ง 4 ท่านของพวกเรา จะพยายามทำงานร่วมกับข้าราชการน้ำดี อย่างเต็มที่ที่สุด ในการสกัดกั้นการคอร์รัปชั่น การเรียกรับผลประโยชน์ การฮั้วประมูล การเอาผู้รับเหมา และพ่อค้าในเครือข่ายของตนมาหาผลประโยชน์จาก งบแปร

Advertisement

พวกเรายืนยันว่า พวกเราเคารพเสียงข้างมาก และแม้ว่าเสียงข้างมากในสภา กทม. จะใช้กลวิธีที่เราคิดว่า ไม่เหมาะสมในการสกัดกั้นคนนอกให้เข้ามาเป็นคณะกรรมการงบ กทม. ก็ตาม แต่เราก็น้อมรับผลลัพธ์ตามมตินั้น

เพียงแต่ผมมีข้อสังเกตว่า โดยทั่วไปแล้ว เสียงข้างมาก ก็มักจะต้องเคารพเสียงข้างน้อยด้วยเช่นกัน เพราะเสียงข้างมาก ก็จะตระหนักอยู่ในใจว่าเสียงข้างน้อย ก็เป็นเสียงที่มาจากประชาชน

และเสียงที่สำคัญที่สุด คือ เสียงของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนกลุ่มมาก หรือกลุ่มน้อย จะเลือกเรา หรือไม่เลือกเรา เราก็ต้องรับฟัง และนำไปพิจารณา และต้องมีคำตอบให้กับประชาชนทุกฝ่าย ทุกคน อย่างเหมาะสม

มาตรการใดที่แม้ว่าจะมาจากมติเสียงข้างมากในสภา แต่ถ้าหากมาตรการนั้นส่งผลกระทบเชิงลบต่อประชาชนกลุ่มหนึ่ง เสียงข้างมากก็มักจะพิจารณาหาทางเลือกอื่นที่มีขนาดของผลกระทบที่ลดลง หรืออย่างน้อย ก็จะหามาตรการรองรับในการดูแล ชดเชย ที่เหมาะสมให้กับประชาชนกลุ่มนั้น

ระบบเสียงข้างมากที่ดี จะต้องไม่ใช่ระบบที่ เสียงข้างมากทำอะไรก็ได้ และเสียงข้างน้อยต้องแบกรับผลกระทบทุกสิ่งทุกอย่าง

ผมยืนยันว่า เสียงที่สำคัญกว่าเสียงข้างมาก หรือเสียงข้างน้อย ก็คือ เสียงของประชาชน

ผมเชื่อว่าประชาชนชาวไทย และชาว กทม. ต้องการเห็นความโปร่งใส ต้องการการมีส่วนร่วมทางการเมืองที่ไม่ใช่แค่การออกไปกากบาท 3 วินาที ในคูหา ผมเชื่อว่าประชาชนต้องการให้งบประมาณที่มาจากเงินภาษีที่เป็นหยาดเหงื่อแรงงานของพวกเขา ตกถึงประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ในเมื่อวันนี้พวกเราเป็นเสียงข้างน้อย ก็ยินดีที่จะน้อมรับเสียงข้างมาก แต่ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า เสียงของประชาชนที่เป็นเสียงที่สำคัญที่สุด จะรับรู้ว่าพวกเราพรรคก้าวไกลพยายามที่จะทำอะไร และผมเชื่อว่าเมื่อประชาชนได้มีโอกาสได้เลือกตั้งอีกครั้ง ประชาชนจะตัดสินใจเลือกสิ่งที่ต้องการเห็น อยากให้เกิดขึ้นกับประเทศนี้อย่างแน่นอนครับ

และผมยืนยันว่า หากพรรคก้าวไกลได้เป็นเสียงข้างมากในสภา ไม่ว่าสภาใด เราจะเป็นเสียงข้างมากที่เคารพเสียงข้างน้อย และคอยเงี่ยหูฟังเสียงของประชาชนอยู่เสมอ ทุกๆ มาตรการที่เป็นมติเสียงข้างมาก จะมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลถึงประชาชนทุกคน และจะพยายามทางออกอื่นที่ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนไม่ว่ากลุ่มใดก็ตาม ตลอดจนจะพยายามกำหนดมาตรการในการชดเชย เยียวยา ประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างดีที่สุด

เพราะเราตระหนักอยู่เสมอว่า เจ้านายของพวกเรา คือ ประชาชนทุกคน ไม่ว่าประชาชนท่านนั้นจะเลือก หรือไม่เลือกเรา เราก็ต้องทำงานให้กับประชาชนทุกคน อย่างเสมอภาคกัน