เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่ ว่าได้ดำเนินการไปแล้วตามขั้นตอน ที่ผ่านมาต้องเข้าใจว่าเราให้มีการชะลอในเรื่องการทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ไว้ และวันนี้ไม่ต้องชะลอให้ไปศึกษาทำความเข้าใจกันใหม่ หากอีไอเอผลออกมาว่าทำไม่ได้ก็สร้างโรงไฟฟ้าไม่ได้ ทุกอย่างมีขั้นตอนทั้งการทำอีไอเอ และอีเอชไอเอ ขณะที่รัฐบาลก็เสนอให้มีคณะกรรมการระดับสูงเกี่ยวกับระดับนโยบายยุทธศาสตร์ เพื่อให้ทำอีไอเอเป็นโครงการ เพื่อให้รู้ว่าเราจะใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร ทั้งการเกษตรและอุตสาหกรรม ต้องมีนโยบายด้านยุทธศาสตร์ขึ้นมา จึงจะมีแผนงานนโยบายลงมาและไปทำอีไอเอและอีเอชไอเออีกครั้งหนึ่ง
“อย่าไปวิตกกังวล หรือมองว่ารัฐบาลถอยหลัง โครงการนี้จริงๆ มีมานานแล้ว เพียงแต่ชะลอให้มีคณะกรรมการ 3 ฝ่าย หรือที่เรียกว่าไตรภาคี และที่ผ่านมาอ้างว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในไตรภาคีตอนนี้ก็ร่วมเสีย เดี๋ยวเขาทำต่อก็ไปคุยกัน ทำได้ก็ได้ ทำไม่ได้ก็ไม่ได้ ต้องไปหาวิธีการว่าจะทำอย่างไร เพราะรัฐบาลมีหน้าที่จัดหาพลังงานและแหล่งพลังงานให้กับประเทศ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่มีไฟฟ้าใช้ในอนาคตใครจะรับผิดชอบไม่รู้เหมือนกัน ท้ายที่สุดจะกลับมาให้รัฐบาลนี้รับผิดชอบหรือเปล่า เพราะมีกฎหมายนี้มาตั้งแต่ปี 2550 อย่าหยิบยกมาเป็นประเด็นเลย พี่น้องเขากลับไปเขาพอใจแล้ว ก็ไปทำอีไอเอและอีเอชไอเอใหม่ ต้องใช้เวลาเท่าเดิมถ้าทำผ่านจะใช้เวลาก่อสร้างกว่าจะได้ใช้งานประมาณปี 2565 ไม่ใช่ทำวันนี้ผ่านวันนี้แล้วพรุ่งนี้เสร็จ ปี 2565 โน้น ถ้าทำใหม่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี ประมาณ 2566-2567 ถึงจะได้ใช้ หากสามารถสร้างได้ แต่จะทันต่อความต้องการการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันหรือเปล่า ฉะนั้น ไปดูรายละเอียดให้ดี” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีกลุ่มเครือข่ายปกป้องอันดามันจากโรงไฟฟ้าถ่านหินมาชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลนั้น รัฐบาลนี้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎหมายก็ทำเท่าที่จำเป็น และเห็นว่าพี่น้องประชาชนเหล่านี้ยังมีความเข้าใจที่เป็นปัญหาอยู่ ดังนั้น จึงไม่อยากดำเนินคดีอะไรทั้งสิ้น จึงต้องมีมาตรา 44 ซึ่งสามารถจะปลดล็อกได้ ก็ส่งกลับไปหลังจากพูดจาทำความเข้าใจก็ถือว่าใช้หลักรัฐศาสตร์แล้ว ไม่ใช่เรื่องว่ากลัวหรือไม่กลัวมาตรา 44 ไม่เกี่ยว จะใช้ให้เต็มที่ไม่กลัวก็ให้รู้ไป เราก็อย่าไปยุยงปลุกปั่นให้เขาปฏิบัติตามนี้
“ของเดิมที่ทำไว้ยังตอบคำถามได้ไม่หมดทุกข้อ แล้วไปหยุดไม่ให้เขาทำต่อ วันนี้ก็ไปทำต่อ ทำได้ก็คือได้ มีตั้งหลายร้อยข้อที่จะต้องทำก็แค่นั้น ถ้าทำไม่ได้จะไปสร้างโรงไฟฟ้าแบบใหม่ที่ไหนให้คุ้มค่ากับการลงทุน ตรงนี้สื่อต้องไปศึกษาข้อมูลรายละเอียดแล้วมาถามผม ไม่อ่านอะไรเลยแล้วเอาเหตุการณ์ต่อหน้าต่อตามาถาม มันไม่ใช่ ผมไม่ใช่รัฐบาลแบบนั้นจะตอบส่งเดชไม่ได้ วันนี้เอาไตรภาคีมาตั้งให้ รัฐบาลนี้ทำให้ทุกอย่าง และจะเอาอะไรอีก อย่าไปยุแหย่ประชาชนให้ขึ้นมา” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ทั้งนี้ ภายหลังแถลงข่าว พล.อ.ประยุทธ์ส่งเอกสารการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินให้กับทีมโฆษก เพื่อนำมาให้สื่ออ่านทำความเข้าใจ พร้อมกล่าวว่า “แสดงว่าการชี้แจงของโฆษกไม่ได้เรื่อง ผมพูดเองดีกว่า ชี้แจงอะไรไม่ได้เรื่องไม่เข้าใจสักอย่าง”

