หน้าแรก การเมือง จาตุรนต์ ชี้แ...

จาตุรนต์ ชี้แปดริ้ว เจอปลาหมอคางดำ บุกแหล่งน้ำจืดแล้ว แนะรัฐรับมือให้ดี หวั่นซ้ำรอยฝั่งน้ำเค็ม

5.08.24 | 17:37 น.

จาตุรนต์ ไล่ดูบ่อปูกุ้ง แปดริ้ว เจอปลาหมอคางดำ ทำเสียหายหนัก แนะรัฐเตรียมรับมือแหล่งน้ำจืดให้ดี ล่าสุดมาถึงแล้ว หวั่นน้ำทะเลหนุน ซ้ำรอยฝั่งน้ำเค็ม 

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2567 นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กเล่า ภารกิจวันนี้ผมมาตามหา กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ฉะเชิงเทราว่า ยังอุดมสมบูรณ์อยู่หรือไม่? หรือเต็มไปด้วยปลาหมอคางดำ โดยมีเนื้อหาดังนี้

ผมมาเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงปูและกุ้ง บริเวณคลองสีล้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ 2 จังหวัด ทั้ง ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และพื้นที่ ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

จุดแรกอยู่ใกล้ทะเลเรียกว่าฝั่งน้ำเค็ม บ่อของพี่จำปีจำนวน 60 ไร่ ในปีนี้ปล่อยปูไปกว่า 9,000 ตัว และกุ้งร่วมล้านตัว

พอถึงเวลาจะจับไปขาย ได้ปูเพียงแค่ 20 กิโลกรัม และกุ้งแค่ 2 กิโลกรัม ส่วนที่เหลือเป็นปลาหมอคางดำถึง 3 ตัน !!!

Advertisement

ทราบกันภายหลังว่าปลาหมอคางดำเข้ามากับน้ำที่ผันจากทะเลเข้ามาใช้เลี้ยงปลา แล้วมาเติบโตขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว

ในตอนนั้นยังไม่มีมาตรการของรัฐบาลที่จะออกมารับซื้อปลาหมอคางดำในกิโลกรัมละ 15 บาท พี่จำปีจึงต้องขายปลาหมอคางดำไปเพียงกิโลกรัมละ 3 บาทเท่านั้น แต่ถ้าเป็นปูจะขายได้กิโลกรัมละ 400-900 บาท

พี่จำปีจะต้องหาค่าเช่าที่มาจ่ายปีละ 100,000 กว่าบาท ภายในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ จึงต้องเริ่มเลี้ยงปูและกุ้งในล็อตใหม่ แต่ก็ไม่สามารถทำได้เนื่องจากในบ่อยังมีปลาหมอคางดำเป็นจำนวนมาก

จุดที่ 2 บ่อกุ้งของพี่เสน่ห์ ก็เลี้ยงปูและกุ้งเช่นเดียวกัน ปีก่อนๆ พี่เสน่ห์จะขายปูและกุ้งได้กำไรปีละ 4-6 แสนบาท แต่ปีนี้ขายไม่ได้เลยสักบาท เพราะบ่อขนาด 60 ไร่ถูกแทนที่ด้วยปลาหมอคางดำที่คาดว่าน่าจะมีจำนวนมากกว่า 1 ตัน โดยจะจับขึ้นมาขายในวันพรุ่งนี้ เพราะจะมีหน่วยงานรัฐเข้ามารับซื้อ แต่ก็ไม่รู้ว่าการจ้างคนมาจับและค่าขนส่งนั้น จะมาชดเชยเพียงพอกับเงินที่ลงทุนไปหรือไม่

ขณะนี้เกษตรกรใช้กากชาในการกำจัดปลาหมอคางดำและพบว่า ลอยตายขึ้นมาจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่หมดไป เพราะว่าผมลองให้เกษตรกรทอดแห ลงไปในบ่อเพียงไม่กี่วินาที ก็จับปลาหมอคางดำได้ทั้งตัวผู้และตัวเมีย และตัวผู้ก็มีไข่อยู่ในปากพร้อมฟักออกมาเป็นลูกปลาในอีกไม่กี่วันนี้

ชาวบ้านพบความเสียหายที่ชัดเจนจากปลาหมอคางดำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งรัฐยังไม่มีมาตรการว่าจะเยียวยาค่าเสียหายเหล่านี้อย่างไร รวมทั้งยังไม่มีมาตรการว่าถ้าจะเลี้ยงปูและกุ้งล็อตใหม่นั้นจะต้องดำเนินการอย่างไร ที่สำคัญปลาหมอคางดำที่ยังอยู่เต็มบ่อและพร้อมที่จะฟักออกมาเป็นตัวอีกจำนวนมากนั้นจะกำจัดอย่างไร?

พื้นที่ตรงนี้เป็นคลองที่ติดทะเล ส่วนอีกจุดเราจะไปดูตรงคลองน้ำจืดว่ามีปัญหาเหมือนกันหรือไม่

หลังจากไปดูพื้นที่คลองที่เป็นน้ำเค็มมาแล้ว และพบว่า ปลาหมอคางดำสร้างความเสียหายอย่างหนัก ผมเลยมาสำรวจพื้นที่น้ำจืดบ้าง โดยจุดแรกอยู่ที่ ต.บางเกลือ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทราครับ พื้นที่นี้เกษตรกรเล่าว่าบ่อเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลานิล และปลากะพงยังไม่พบการเล็ดลอดเข้ามาของปลาหมอคางดำ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เลี้ยงสัตว์น้ำโดยระบบปิด มีการกรองระดับไมครอนที่สามารถกรองไข่ปลาได้

แต่ 1 เดือนที่ผ่านมาเพิ่งสังเกตว่าคลองสำโรงเก่าเริ่มมีปลาหมอคางดำมาติดยอมากขึ้น ถ้าวางยอไว้ข้ามคืนก็จะพบปลาหมอคางดำติดมาสักประมาณ 5 กิโลกรัม ส่วนใหญ่ก็จะนำตัวที่มีขนาดเล็กไปเลี้ยงปลากะพง หรือถ้ามีขนาดใหญ่ก็จะนำไปทำปลาเค็มไว้ทานเองหรือนำไปขาย

ผมมาดูการยกยอที่ทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ก็พบว่า มีปลาหมอคางดำติดมาด้วยจำนวนหนึ่ง แม้ไม่มากเท่าพื้นที่น้ำเค็ม แต่จากการให้ข้อมูลของประมงจังหวัดพบว่า เริ่มมีปลาหมอคางดำขนาดเล็กที่เพิ่งเกิดตามคลองสำโรงเก่านี้แล้ว และเตรียมที่จะแพร่พันธุ์ต่อไปมากขึ้น อีกมุมหนึ่งมีชาวบ้านเล่าว่ามีนกที่คาบปลาหมอคางดำที่มีไข่ปลาอยู่ในปาก ก็อาจไปทิ้งไว้ในบ่อกุ้งได้

สิ่งที่น่ากังวลอีกด้านคือ แม้ว่า ในน้ำจืดอาจยังไม่พบปลาหมอคางดำมากนัก หรืออาจเป็นแหล่งน้ำที่ไม่เหมาะสมกับการแพร่พันธุ์ แต่เมื่อถึงฤดูที่น้ำทะเลหนุนสูงและผลักดันน้ำเค็มเข้ามา นอกจากอาจทำให้แหล่งน้ำจืดอย่างเช่นคลองสำโรงเก่าที่เชื่อมโยงไปยังคลองอื่นๆในบางปะกงได้รับผลกระทบแล้ว น้ำเค็มที่มักจะขึ้นสูงไปถึง อ.บ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ก็อาจทะลักหรือเล็ดลอดเข้าไปตามคลองต่างๆจนกลายเป็นพื้นที่แพร่พันธุ์ปลาหมอคางดำที่ส่งผลเสียหายไปทั่วได้

ส่วนจุดสุดท้ายของวันนี้ เพื่อนพาไปดูปลาในคลองน้ำจืดแห่งหนึ่ง เผอิญฝนเพิ่งตกเมื่อวานน้ำจึงขุ่น มองเห็นปลาไม่ชัด แต่ก็พอมองออกว่า มีสัก 20-30 ตัว

เพื่อนบอกว่า ตอนน้ำใสเคยเห็นชัดว่า เป็นปลาหมอคางดำเยอะเลย ช่วงหลังน้อยลงไป เพราะมีเจ้าตัวเงินตัวทองมาป้วนเปี้ยนอยู่เป็นประจำ ไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้เพราะไม่มีใครลองจับขึ้นมาดู ที่น่าคิดก็คือคลองที่ผมมาดูเป็นคลองโสธร ในเมืองแปดริ้วครับ กลางเมืองเลยครับ

ดังนั้น ใครว่าแหล่งน้ำจืดที่ฉะเชิงเทราไม่มีปลาหมอคางดำ ถ้าไม่เตรียมการให้ดีจะเสียหายหนักไม่แพ้น้ำเค็ม