หน้าแรก การเมือง ส.ว.วุ่น! พัน...

ส.ว.วุ่น! พันธุ์ใหม่-สีขาว ไม่ยอม ก๊วนสีน้ำเงิน กินรวบชงชื่อ นั่งกมธ.สอบประวัติอสส. จนปธ.สั่งพักประชุม

5.08.24 | 18:30 น.

ที่ประชุมวุฒิสภา ป่วนแย่งเก้าอี้ กมธ.สอบประวัติ อสส. “ส.ว.พันธุ์ใหม่-สีขาว” เปิดหน้าสู้ “ก๊วนน้ำเงิน” ซัดเสนอชื่อก๊วนเดียว อาจถูกมองเป็นสภารีโมต-ใบสั่ง ทำ “ปธ.บุญส่ง”ต้องสั่งพัก 1 ชม.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมพิจารณาการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด ทั้งนี้เป็นการดำเนินการตั้ง กมธ.ขึ้นใหม่ เพื่อทำงานต่อเนื่องจาก กมธ.ชุดเดิม ซึ่งเป็น ส.ว.ชุดเก่า โดยตามกระบวนการต้องพิจารณาชื่อของอัยการสูงสุด (อสส.) ตามที่คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เสนอชื่อ นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ รองอัยการสูงสุด ให้ดำรงตำแหน่ง

ทั้งนี้ ในการพิจารณาของ ส.ว. มีความเห็นให้ส่งคืนชื่อนายไพรัช คืนให้ ก.อ.ทบทวนและเสนอกลับมาใหม่ โดย ส.ว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ อาทิ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส และ นางอังคณา นีละไพจิตร อภิปรายให้ ส.ว.ส่งคืนรายชื่อดังกล่าว เพื่อไม่ให้ภาพการทำงานของ ส.ว.ปัจจุบันเป็นการทำงานที่รับมรดกจาก ส.ว.ชุดเก่า อีกทั้งเพื่อทำให้เกิดความโปร่งใส

โดย น.ส.นันทนาอภิปรายว่า เข้าใจว่าบุคคลที่ถูกเสนอชื่อนั้นไม่มีความอาวุโสสูงสุด จึงอยากให้ส่งชื่อเพื่อให้ยืนยันกลับมาอีกครั้ง อีกทั้งการเห็นชอบบุคคลเข้าสู่ตำแหน่ง ควรทำให้เกิดความโปร่งใสและตอบคำถามกับประชาชนได้ว่าเป็นผลงานของ ส.ว.ปัจจุบันตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ได้รับมรดกของ ส.ว.ชุดใดมา ดังนั้น ขอให้เริ่มต้นจากการตรวจสอบที่เข้มข้นจาก กมธ.ใหม่ ไม่รับข้อมูลที่เป็นของเดิม ที่ กมธ.ทำเป็นการลับ และไม่รู้ว่าการตรวจสอบเป็นอย่างไร

ขณะที่ นางอังคณาอภิปรายสนับสนุนให้ส่งรายชื่อให้หน่วยงานเป็นผู้พิจารณาและเสนอกลับมาให้ ส.ว.ใหม่ โดยไม่ควรคำนึงถึงเวลาเร่งรีบที่ต้องให้ได้บุคคลในเดือนตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ส.ว.ชุดก่อนมีมติไม่เห็นชอบตุลาการที่เสนอชื่อจากกรรมการตุลาการศาลปกครอง ในช่วงเวลาเดือนเศษก่อนหมดวาระ เมื่อเวลาหน่วยงานเสนอมาใหม่ ถูกปฏิเสธจากวุฒิสภา เชื่อว่าหน่วยงานไม่กล้าเสนอคนเดิม ดังนั้น ตนสนับสนุนให้ส่งคืนรายชื่อให้หน่วยงานและเสนอกลับเข้ามาใหม่

Advertisement

ทั้งนี้ มี ส.ว.ที่แสดงความเห็นคัดค้าน อาทิ พล.ต.ท. บุญจันทร์ นวลสาย, นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม อภิปรายว่า การแต่งตั้งอัยการสูงสุดและศาลปกครองสูงสุด หากถอยแล้วกลับไปเริ่มต้นใหม่ อาจจะไม่ทันต่อการได้ตำแหน่งดังกล่าวในเดือนตุลาคมนี้ ดังนั้น ควรพิจารณาเสนอชื่อ กมธ.เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองและพิจารณา

แต่นายบุญส่งยืนยันให้พิจารณาเสนอชื่อ กมธ.เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ และขอให้มีการเสนอชื่อ ทำให้ที่ประชุมเข้าสู่กระบวนการเสนอชื่อ กมธ. แต่มีการเสนอชื่อ ส.ว.เป็น กมธ.ตรวจสอบประวัติเกินกว่า 15 คน ทำให้ที่ประชุมต้องใช้การลงมติผ่านบัตรลงคะแนนเพื่อตัดสิน

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ามีการเสนอรายชื่อแบบเป็นกลุ่มก้อน โดย นายนิรัตน์ อยู่ภักดี ส.ว. เสนอรายชื่อ กมธ. 15 คน พบว่าเป็นสัดส่วนที่เตรียมมาแล้วล่วงหน้าและเป็นกลุ่มก้อนชัดเจน ขณะที่ นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย ส.ว. อภิปรายว่า การเสนอชื่อ ส.ว.ให้เป็น กมธ.ถือเป็นภาพที่สำคัญ หากภาพออกไป 15 คนเรียงกันตามที่เสนอ ประชาชนที่ดูในขณะนี้ต้องมีข้อสงสัยและไม่มั่นใจ จึงขอหารือเสนอตนเองก่อนที่จะเสนอเป็นชุด เพื่อให้เกิดความหลากหลายไม่เป็นกลุ่มเดียวเกินไป

จากนั้น นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ว. อภิปรายว่า ตนเสนอชื่อตนเองก่อนหน้านี้ จำได้หรือไม่ ส่วนการเสนอเป็นชุดใหญ่นั้นมาทีหลัง หากเป็นแบบนี้ภาพที่ออกไป คือ สภารีโมต สภาใบสั่ง ซึ่งตนอายและไม่ยอม จะสู้ให้ถึงสว่าง เพราะการตั้งองค์กรอิสระถือเป็นหัวใจของวุฒิสภา และขอให้ท่านต้องตอบให้รู้ว่าจะต้องขออนุญาตจากใครที่เป็นเจ้าของสภา ที่เสนอมาเป็นชุดแสดงว่าอย่างไร ที่เสนอรวดเดียว โดยไม่ฟังว่าคนที่ต้องการเป็น อย่างตนนั้นถูกมองข้าม หากเสนอแบบนี้จะเกิดปัญหาเรื่อยๆ

นายบุญส่งชี้แจงว่า ไม่ห้ามเสนอตนเอง เพราะเป็นสิทธิ ส.ว. ใครจะได้เป็นยึดตามมติของ ส.ว. อย่าลืมว่าเราเป็นสมาชิกปวงชนชาวไทยที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลแล้ว

ขณะที่ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ส.ว. เสนอรายชื่อ ส.ว.ในกลุ่มพันธุ์ใหม่ 10 คน อาทิ นายประภาส ปิ่นตบแต่ง, นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย, นางอังคณา นีลไพจิตร, น.ส.นันทนา นันทวโรภาส, นายวีรยุทธ์ สร้อยทอง, นางประทุม วงศ์สวัสดิ์ ให้เป็น กมธ.ด้วย

ด้าน พล.ต.ท.วันไชย เอกพรพิชญ์ ส.ว. อภิปรายว่า ส.ว.เป็นผู้ตรวจสอบรัฐบาล การปฏิบัติหน้าที่ ส.ว. ประชาชนติดตามทุกจังหวัด ขอให้เป็นไปตามบทบาทของกฎหมาย รู้เจตนาอยู่แล้ว ทุกอย่างสังคมเห็นเจตนา ขอให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส และความถูกต้องของบ้านเมือง

อย่างไรก็ตาม มีการเสนอชื่อ รวม 34 คน ซึ่งเป็นจำนวนเกินกว่าที่กำหนด ทำให้ต้องใช้การตัดสินด้วยการออกบัตรลงคะแนน และด้วยระยะเวลาเตรียมบัตรออกเสียงต้องใช้เวลา ทำให้นายบุญส่งแจ้งให้พักการประชุม 1 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการก่อนออกเสียงลงคะแนนเพื่อตัดสิน