เซอร์ไพรส์! ‘นฤมล’ นั่งหน.พรรคกล้าธรรม ลั่น! ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดัน พัฒนาเศรษฐกิจนักลงทุนต่างชาติเชื่อมสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคกล้าธรรม จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2567 เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคชุดใหม่ หลังจากนายเชวงศักดิ์ ใจคำ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคกล้าธรรม เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 ทำให้กรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ
โดยบรรยากาศที่ห้องจตุรทิศ แกรนด์ บอลรูม โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ เป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำพรรคและสมาชิกพรรคแต่ละจังหวัด เดินทางมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน กว่า 250 คน โดยผลการลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรคกล้าธรรมคนใหม่ ปรากฏว่า ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย ได้รับคัดเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ นายสัจจวิทย์ ลีลาวณิชย์ เป็นเลขาธิการพรรค นายอลงกลต พรมขัตแก้ว เป็นเหรัญญิกพรรค และนายศุภกิต ปัญญา เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรค ประกอบด้วย นายวิชัย เป็นพนัสสัก, นายกิจภพ กัณฑมิตร, นายธีระศักดิ์ สิทธิชัยธนะกิจ, น.ส.ธัศชล บุญแสนไชย, น.ส.คำแปง ทำนา, นายประสิทธิ์ หนักตื้อ และนางพนัฐดา กันทา

นางนฤมลกล่าวกับสมาชิกพรรคว่า รู้สึกตื่นเต้น ยินดี ที่ได้รับเกียรติและได้รับเลือกจากสมาชิกพรรคกล้าธรรมทุกท่าน ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคนใหม่ ยืนยันว่าตนพร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค จะตั้งใจสานงานต่อจากคณะกรรมการบริหารชุดเดิมอย่างเต็มที่ ตามปณิธานที่พรรคกล้าธรรมได้ประกาศเอาไว้
นางนฤมลกล่าวต่อไปว่า จะยึดแนวทางสำคัญ คือ การขับเคลื่อนภารกิจทางการเมือง ที่จะยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อาศัยหลักนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน จะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต สร้างสรรค์ และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ส่งเสริมให้คนไทยมีที่ทำกิน มีที่อยู่ และมีอาชีพรองรับ และพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโต เจริญก้าวหน้า ให้ประชาชนอยู่ดี กินดี และมีความสุข ส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งจารีต ประเพณี ธรรมเนียมอันดีงามของชาติ ศิลปวัฒนธรรม การศึกษา ศาสนา และความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งจะส่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ พร้อมรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอันดีตลอดไป


