‘เศรษฐา’ ย้ำรับฟังทุกเสียง บอก ‘บิ๊กตู่’ มาให้กำลังใจส่วนตัว ลั่นไม่ได้ตีตัวออกห่าง ‘ทักษิณ’ ชี้บนสถานะนายกฯต้องทำงานแก้ปัญหา ปชช. ลงพื้นที่แม้เป็นวันหยุด บางครั้งไม่สามารถพบบางท่านได้ ยอมรับเป็นธรรมดานักลงทุนกังวลช่วงเดือน ส.ค. อีเวนต์การเมืองเยอะ
เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 6 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณี นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ในงานสวดพระอภิธรรม นางชดช้อย ทวีสิน มารดานายกฯ โดยนายเศรษฐากล่าวย้อนถามว่า ท่านอยากให้ผมมองอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า วันนี้สถานะ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เหมือนในอดีตแล้ว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ท่านไปในนามส่วนตัว และตนก็พบปะกับท่านในหลายๆ โอกาส คุณแม่ตนเสียท่านก็มาให้กำลังใจ และท่านเองก็ได้เจอบุคคลที่คุ้นเคยสมัยเป็นนายกฯมา 8 ปี คิดว่าทุกท่านน่าจะมีข้อคิดเห็นของแต่ละคนได้อยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ในการรับฟังความคิดเห็นต่างๆ แม้จะบอกว่ารับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย แต่ดูเหมือนที่ผ่านมาจะได้เจอและรับฟัง พล.อ.ประยุทธ์กับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มากกว่า จะมีการบาลานซ์สองคนนี้อย่างไร นายเศรษฐากล่าวปฏิเสธว่า ไม่จริงครับ เจอ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ก็รับฟัง และไม่ได้รับฟังแค่อดีตนายกฯอย่างเดียว รองนายกฯ หรืออดีตรัฐมนตรีต่างๆ ก็เจอ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง เจอกัน ก็มีการพูดคุยกันตลอด เรื่องนี้แล้วแต่โอกาสมากกว่า
เมื่อถามว่า ดูเหมือนนายกฯตีตัวออกห่างนายทักษิณ นายเศรษฐากล่าวว่า ผมไม่ได้ตีตัวออกห่างใครทั้งนั้น ทำงานอย่างเดียว แต่การทำงานบางครั้งอาจไม่สามารถไปพบกับบางท่านได้ ซึ่งเชื่อว่าทุกท่านคงเข้าใจว่าผมมีหน้าที่ในฐานะนายกฯที่เราต้องทำงานอยู่แล้ว และผมก็ลงพื้นที่ตลอด สื่อก็เห็นวันเสาร์ก็ยังทำงานอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเดือน ส.ค.อาจมีหลายเรื่องที่เกี่ยวกับทางการเมือง ได้เช็กกระแสโดยเฉพาะเรื่องนักลงทุนว่ามีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ได้เช็กกระแสอะไรทั้งสิ้น เพราะความจริงแล้วปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ ผมใช้เวลาส่วนมากเกือบทั้งหมดเลยก็ว่าได้เพื่อแก้ไขปัญหาอยู่ ส่วนกระแสจะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ ซึ่งอย่างที่สื่อพูดถูกแล้ว ช่วงเดือน ส.ค.นี้มีอีเวนต์ต่างๆ เยอะมาก ไม่ว่าจะวันที่ 7 ส.ค. หรือ 14 ส.ค.ก็ตามที แน่นอนว่าเป็นธรรมดา นักลงทุนก็ย่อมมีความกังวล

