หน้าแรก การเมือง ศปปส. ร่วมสัง...

ศปปส. ร่วมสังเกตการณ์หน้าศาลรธน. ฟังคดียุบก้าวไกล พร้อมจับตาท่าที 18 ทูตหลังรู้ผล

7.08.24 | 13:58 น.

ศปปส. ร่วมสังเกตการณ์หน้าศาลรธน. ฟังคดียุบก้าวไกล พร้อมจับตาท่าที 18 ทูตหลังรู้ผล

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 สิงหาคม ที่ศาลรัฐธรรมนูญ กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) นำโดยนายอานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานกลุ่มศปปส. พร้อมด้วยกลุ่มมวลชน เดินทางมาติดตามสถานการณ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัย กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยนายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล

เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้กลุ่ม กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เข้ามายัง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคารราชบุรีดิเรกฤทธ์) อาคาร A โดยชี้แจงเหตุผลว่า เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุม เพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อย และแนะนำให้ไปติดตามรับฟังคำวินิจฉัยในพื้นที่ที่จัดเตรียมให้บริเวณลานเสาธง หน้าอาคารA

โดยนายอานนท์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาติดตามฟังคำวินิจฉัยและสังเกตุการณ์ว่า ทูต 18 ประเทศที่นายพิธาเคยไปพบ จะมาติดตามฟังในวันนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งหากมีคำวินิจฉัยออกมาและทางสถานทูตต่างๆ มีแสดงความคิดเห็นในทางลบ เราก็จะไปประท้วงตามสถานที่นั้นๆ ยืนยันไม่ได้มาป่วน อยากมานั่งฟังและสังเกตุการณ์เท่านั้น

เมื่อถามความคิดเห็นต่อการยุบพรรค นายอานนท์ กล่าวว่า ที่จริงเราไม่มีความคิดเห็นอะไร ยุบหรือไม่ยุบก็ได้ ไม่มีผลอะไรต่อกลุ่ม ศปปส. หากผลออกมา ตนก็เคารพคำวินิจฉัย

Advertisement

เมื่อถามว่า มีบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคก้าวไกล นายอานนท์ กล่าวว่า การยุบพรรคมีมาตั้งแต่อดีต หากพรรคก้าวไกลถูกยุบในวันนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ขอไม่แสดงความคิดเห็นอะไร “คุณทำผิดกฎหมายหรือไม่ ที่ คุณบอกว่าทำเป็นประชาธิปไตย ก็ต้องยอมรับคำวินิจฉัยของศาล”

เมื่อถามความเห็นกรณีพรรคก้าวไกลหาเสียง แก้ไขมาตรา 112 นายอานนท์ ยืนยันว่า กลุ่ม ศปปส.ออกมาต่อต้านและตอบโต้ทุกครั้งที่มีพรรคการเมืองคิดอยากแก้ไขมาตรา 112 หรือ นิรโทษกรรมผู้ถูกดำเนินคดี มาตรา112 ซึ่งพวกเราไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว

เมื่อถามกังวลหรือไม่ หากพรรคก้าวไกลถูกยุบจะทำให้พรรคเพื่อไทยกลับมามีอำนาจมากกว่าเดิมอีกครั้งหรือไม่ นายอานนท์ กล่าวว่า เราไม่มีความกังวลเรื่องการเมือง แต่เรากังวลว่าประชาชนในประเทศทุกวันนี้จะมีอยู่มีกินอย่างไร ขอให้ใครก็ได้ที่มาบริหารประเทศ ให้ไปคิดถึงปากท้องประชาชน ดีกว่าที่จะมาคิดแก้ไข มาตรา 112 หรือ นิรโทษกรรม

ทั้งนี้ยังฝากถึงแกนนำพรรคก้าวไกลว่า ตอนนี้สุดที่จะบอก หากยังมีพฤติกรรมเดิมๆ นโยบายเก่าโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ มาตรา112 เราก็หมดทางที่จะบอกยืนยันไม่เห็นอยู่แล้ว ที่ผ่านมา ศปปส. ดำเนินการแจ้งความกับพวกที่จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด