ครูใหญ่ เทียบโมเมนต์ ยุบอนาคตใหม่ ลั่น ต้องย้อนไกลถึงไทยรักไทย รอดูพรรคใหม่ ยัน อยู่เส้นทางเดิม
สืบเนื่องกรณี ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกล วันนี้ (7 ส.ค.) เวลา 15.00 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะตัวแทนพรรค จะเดินทางเข้าฟังการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นั้น
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่พรรคก้าวไกลสำนักงานใหญ่ อาคารอนาคตใหม่ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้า 10.00 น. มีประชาชนและผู้สนับสนุนของพรรค หลั่งไหลเดินทางมาให้กำลังและร่วมลุ้นผลการวินิจฉัยอย่างล้นหลาม โดยมีการจัดเตรียมลานจอดรถขนาดใหญ่ เพื่อรองรับประชาชนที่จะมาร่วมรับชมถ่ายทอดสดศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยกรณียุบพรรคก้าวไกล พร้อมตั้งรถโมบายฉายภาพ

บรรยากาศเวลา 15.00 น. เริ่มอ่านคำพิพากษา ประชาชนต่างนั่งเฝ้าหน้าจอด้วยใจจดจ่อ ร่วมรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยร่วมกัน บริเวณ ชั้น 1, 2 และลานกิจกรรมหน้าพรรค ซึ่งฉายภาพบรรยากาศที่ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในคดี ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งโดยนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล ซึ่งมี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคฯ เดินทางมารับฟังคำวินิจฉัยด้วยตัวเอง

กระทั่งเวลา 15.40 น. ทันทีที่ ศาลรัฐธรรมนูญ ยกคำวินิจฉัยที่ 3/2562 มาเทียบกับกรณีปัจจุบัน โดยระบุว่า ผู้ถูกร้อง (พรรคก้าวไกล) กระทำการที่เซาะกร่อน บ่อนทำลาย สถาบันฯ และใช้ประโยชน์จากการหาเสียงด้วยนโยบายแก้ไขกฎหมายประมวลอาญา มาตรา 112 จึงตัดสินเป็นเด็ดขาด ให้ยุบพรรค และตัดสิน สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดที่มีการกระทำผิด ให้ไม่สามารถไปจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่หรือเป็นกรรมการบริหารพรรค มีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ภายในกำหนดเป็นเวลา 10 ปี

บรรยากาศเวลา 16.10 น. หลังอ่านคำวินิจฉัย นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อดีตแกนนำกลุ่ม ‘ขอนแก่นพอกันที’ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคก้าวไกล เดินทางมาร่วมพูดคุยกับประชาชนที่มาร่วมลุ้นผลคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล
นายอรรถพล ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้เรื่องการวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะต้องใช้เวลาในการดูทิศทาง
“ผมยังไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ตอนนี้ แต่ถ้าพูดว่า เราจะไปยังไงกันต่อ ก็ต้องยืนยันว่าคงอยู่ในเส้นทางแนวทางเดิม เรามองพรรคการเมืองเป็น นิติบุคคล ที่เป็นเหมือนยานพาหนะ ดังนั้นก็รอดูพรรคใหม่ ที่พี่น้อง ส.ส.จะเข้าไปทำงาน แล้วเราก็คงจะกลับเข้าไปสมัครสมาชิกพรรคเช่นเคย” นายอรรถพลเผย

เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในการออกมาร่วมชุมนุมกับเยาวชน นิสิต นักศึกษา ช่วงปี 2563 จากเหตุการยุบพรรคอนาคตใหม่ หากเทียบกับความรู้สึกตอนนั้นเหมือนหรือต่างอย่างไร ?
นายอรรถพลกล่าวว่า คงไปเทียบแค่อนาคตใหม่ไม่ได้ คงจะต้องพูดตั้งแต่พรรคไทยรักไทย, พลังประชาชน, รวมไทยสร้างชาติ, มาจนถึงอนาคตใหม่ และก้าวไกล
“ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยคือการยุบพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เพราะพรรคการเมืองคือจุดร่วมในการรวมอุดมการณ์ของคน ทั้งคนที่เป็นสมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรค หรือเป็นโหวตเตอร์ หรือซัพพอร์ตเตอร์ พรรคการเมืองจะอยู่ได้หรือไม่ได้ มันควรจะอยู่ได้หรือไม่ได้ด้วยสิ่งที่ว่า ประชาชนจะเอาด้วยหรือไม่
เราคงจะเห็นชัดๆ ว่า พรรคการเมืองที่อาจจะบอกว่าอยู่ มานาน พอสุดท้ายพอเริ่มไม่ตอบโจทย์ประชาชน ก็มีจำนวน ส.ส. ผู้แทนเข้าสู่สภาฯ น้อยลงเองตามลำดับ ดังนั้น ด้วยแนวทางนี้ ถ้าเมื่อไหร่ก็ตาม ที่ประเทศไทย หรือประชาชนไม่ได้ต้องการพรรคไหนแล้ว จำนวนผู้ได้รับเลือกตั้ง หรือจำนวน ส.ส.ก็คงจะน้อยลง และหายไปเองในที่สุด” นายอรรถพลกล่าว

ทั้งนี้ บรรยากาศที่พรรคก้าวไกล มี รศ.ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ รองคณะบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เขียน ‘ข้างหลังภาพ 14 ตุลาฯ จากระบอบปฏิวัติของเผด็จการสู่การปฏิวัติของประชาชน’ รวมถึง นายศักดิ์ชัย ตั้งจิตสดุดี หรือเฮียซ้ง ผู้ถูกกล่าวหาคดีทุบรถในการชุมนุมช่วงปี 2563 เดินทางมาร่วมด้วย


