หน้าแรก การเมือง สหรัฐ-อียู กั...

สหรัฐ-อียู กังวลยุบก้าวไกล ชี้ลิดรอน 14 ล้านเสียง ทำประชาธิปไตยไทยชะงัก

7.08.24 | 21:10 น.

สหรัฐ-อียู กังวลยุบก้าวไกล ชี้ลิดรอน 14 ล้านเสียง ทำประชาธิปไตยไทยชะงัก

จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นชอบตามคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ยุบพรรคก้าวไกล และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล จำนวน 11 คน เป็นเวลา 10 ปี ส่งผลให้มี ส.ส. 6 คน ที่ต้องหลุดจากการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรนั้น

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม สถานทูตสหรัฐฯและสถานกงสุลในประเทศไทย ออกแถลงการณ์โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ “แมทธิว มิลเลอร์” ระบุว่า

กรณีการยุบพรรคก้าวไกลในประเทศไทย สหรัฐอเมริกามีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไทยในวันนี้ ซึ่งมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกลและตัดสิทธิทางการเมืองของแกนนำพรรค 11 คน

คำตัดสินนี้ลิดรอนสิทธิของชาวไทยกว่า 14 ล้านคนที่ลงคะแนนเสียงให้พรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 และทำให้เกิดคำถามว่าพวกเขาสามารถเลือกผู้แทนของตนในระบบการเลือกตั้งของไทยได้หรือไม่ คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญยังเสี่ยงต่อการบั่นทอนกระบวนการประชาธิปไตยของไทย และขัดกับความปรารถนาของชาวไทยต่ออนาคตที่มั่นคงและเป็นประชาธิปไตย

Advertisement

การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนโดยทั่วถึงเสริมสร้างความสมานฉันท์ในสังคม และเป็นองค์ประกอบสำคัญของสถาบันระดับชาติที่เข้มแข็ง สหรัฐฯ ไม่ได้สนับสนุนพรรคการเมืองใด แต่ในฐานะพันธมิตรและมิตรใกล้ชิดที่มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นยาวนาน เราเรียกร้องให้ไทยดำเนินการเพื่อให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง และเพื่อปกป้องประชาธิปไตย รวมถึงเสรีภาพในการสมาคมและการแสดงออก

ขณะที่ สหภาพยุโรป ได้ออกแถลงการณ์กรณียุบพรรคก้าวไกล โดยระบุว่า การตัดสินยุบพรรคก้าวไกลของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหญ่อีกพรรคหนึ่ง เป็นการทำให้ระบบการเมืองแบบหลายพรรคในไทยถดถอย พรรคก้าวไกล เป็นพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 กว่า 14 ล้านเสียง จากทั้งหมด 39 ล้านเสียง

ระบอบประชาธิปไตย ไม่สามารถทำงานได้ หากไม่มีพรรคการเมืองและผู้สมัครจากหลากหลายฝ่าย ข้อจำกัดใดๆ ต่อการใช้เสรีภาพในการรวมตัวและการแสดงออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านกิจกรรมและการจัดตั้งพรรคการเมือง จะต้องสอดคล้องกับบทบัญญัติและหลักการที่เกี่ยวข้องของตราสารระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองระหว่างประเทศ หรือ ICCPR

เป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรที่มีอำนาจจะต้องรับรองสิทธิว่า ส.ส.ที่ได้รับเลือกมาอย่างถูกต้อง จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภาต่อได้ โดยไม่คำว่าตนได้รับเลือกจากพรรคการเมืองใด

สหภาพยุโรปพร้อมที่จะขยายการมีส่วนร่วมกับประเทศไทยภายใต้ความตกลงความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือที่ลงนามเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565 รวมถึงในประเด็นของความหลากหลายทางประชาธิปไตย เสรีภาพขั้นพื้นฐาน และสิทธิมนุษยชน

อ่านรายละเอียด ที่นี่