หน้าแรก การเมือง จาตุรนต์ แนะแ...

จาตุรนต์ แนะแก้ให้ชัด กม.ยุบพรรค ห่วงผู้แทนทำหน้าที่ ชี้พวกรปห.ต่างหากล้มล้าง ไม่ใช่ส.ส.เสนอกม.

8.08.24 | 11:02 น.

จาตุรนต์ แนะแก้ให้ชัด กม.ยุบพรรค ห่วงผู้แทนทำหน้าที่ ชี้พวกรปห.ต่างหากล้มล้าง ไม่ใช่ส.ส.เสนอกม. 

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2567 นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กภายหลังยุบพรรคก้าวไกลว่า ขอแสดงความเสียใจต่อกรรมการบริหาร ส.ส. สมาชิก และประชาชนผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลทุกท่านที่พรรคก้าวไกลถูกยุบ และคณะกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลาถึง 10 ปี

ขอให้กำลังใจทุกท่านในการที่จะทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไปครับ

นอกจากเสียใจแล้ว ที่น่าห่วงใยอย่างมากก็คือความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับการทำหน้าที่ของระบบรัฐสภา หลักนิติธรรม และความเป็นประชาธิปไตยของประเทศ

ผมแสดงความเห็นมาตลอดว่า ระบบกฎหมายว่าด้วยการยุบพรรคเป็นปัญหา ทำให้พรรคการเมืองและระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ ไม่สามารถเป็นเครื่องมือของประชาชนในการกำหนดความเป็นไปของบ้านเมืองได้อย่างที่ควรจะเป็น ส่วนการเพิกถอนสิทธิ์ในการสมัครรับเลือกตั้ง และการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองก็เป็นการขัดต่อหลักสากลว่า ด้วยสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ผมก็ยังยืนยันความเห็นนี้เช่นเดิม

Advertisement

การจะยุบพรรคการเมือง ถ้าจะมีก็น่ามีเหตุผลเพียงประการเดียวคือพรรคการเมืองนั้นมีการกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองฯ แต่การดำเนินการด้วยกระบวนการทางรัฐสภาย่อมไม่อาจนำไปสู่การล้มล้างการปกครองฯ เนื่องจากมีระบบกลไกตามรัฐธรรมนูญป้องกันไว้อยู่แล้ว ดังนั้นมาถึงวันนี้ น่าจะต้องย้ำว่าการกระทำที่เป็นการล้มล้างการปกครองต้องเป็นการกระทำที่อาศัยกำลังความรุนแรงเช่นการทำรัฐประหารหรือการสร้างเงื่อนไขและชักชวนให้เกิดการรัฐประหาร หรือการใช้กำลังความรุนแรงเข้ายึดอำนาจเป็นต้น

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนเนื่องจากอาศัยข้อเท็จจริงและหลักเหตุผลรวมทั้งข้อกฎหมายเช่นเดียวกันกับคำวินิจฉัยที่ 3/2567 นั่นเอง

เมื่อวินิจฉัยไว้ว่า “พรรคก้าวไกลมีพฤติการณ์ การกระทำเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและเข้าลักษณะการกระทำอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ดังนั้นจึงยุบพรรคและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค

ผมเคยแสดงความเห็นต่อคำวินิจฉัยครั้งก่อนไว้แล้ว ขอย้ำและเพิ่มเติมว่าที่จะเป็นปัญหาต่อการทำหน้าที่ของระบบรัฐสภา ความเป็นประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมก็คือการกระทำหลักและการกระทำประกอบเกือบทั้งหมดที่ถือว่าเป็นปัญหานั้นไม่อาจเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญได้

อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย การแก้กฎหมายและออกกฎหมายเป็นอำนาจของรัฐสภา การเสนอแก้ไขกฎหมายเป็นการกระทำโดยอาศัยกระบวนการทางรัฐสภา มิได้ใช้กำลังความรุนแรง จึงไม่อาจเป็นการล้มล้างการปกครองไปได้

การเสนอกฎหมาย พิจารณาหรือลงมติแก้ไขกฎหมายย่อมไม่อาจเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และหากร่างกฎหมายนั้นมีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญก็มีระบบที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้กฎหมายนั้นตกไปโดยผู้เสนอหรือลงมติกฎหมายนั้นไม่ว่าในทางเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบไม่มีความผิดใดๆ ดังที่รัฐธรรมนูญทุกฉบับได้กำหนดให้เอกสิทธิ์สมาชิกรัฐสภาในการทำหน้าที่ในสภาไว้

การถือว่าการเสนอกฎหมายอาจเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือขัดรัฐธรรมนูญมีความผิดและมีโทษร้ายแรงย่อมเป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระและไม่อยู่ใต้อาณัติใดๆของสมาชิกรัฐสภาและรัฐสภาโดยรวม

การถือว่าการเสนอกฎหมายอาจเป็นความผิดร้ายแรงจึงกระทบต่อการทำหน้าที่ของผู้แทนปวงชนชาวไทยกระทบต่อรากฐานความเป็นประชาธิปไตยของประเทศโดยตรง

ส่วนการกำหนดนโยบายและการหาเสียงมีกกต.และกฎหมายกำกับอยู่ ถ้าผิดระเบียบกกต.ก็ห้าม ถ้าผิดกฎหมายก็ดำเนินคดี ซึ่งไม่พึงเอาเรื่องนี้ไปรวมกับเรื่องอื่นที่ไม่อาจผิดกฎหมายได้แล้วทำให้กลายเป็นขัดรัฐธรรมนูญ การล้มล้างการปกครองฯหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อระบบการปกครองฯก็คือขัดรัฐธรรมนูญ

ส่วนการประกันตัวผู้ต้องหา หรือการตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยเสียเองในคดีใดๆของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดีหรือของบุคคลอื่นใดก็ดี เป็นสิทธิและได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญโดยถือว่าทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์หากถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นส่วนประกอบของการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญย่อมกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหา จำเลยและผู้ประกัน ส่งผลเสียหายต่อการยึดหลักนิติธรรมได้

โดยสรุประบบกฎหมายว่าด้วยการยุบพรรคควรต้องมีการแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยและสอดคล้องกับหลักนิติธรรมและการจัดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภากับองค์อิสระและศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นเรื่องที่ต้องมีการพิจารณาอย่างจริงจังในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จำเป็นจะต้องมีขึ้นให้ได้ครับ

ในฐานะที่เป็นผู้ถูกกระทำจากการยุบพรรค การเพิกถอนสิทธิ์และทำให้เสียสิทธิ์ รวมทั้งได้เห็นความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนที่เป็นผลตามมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ขอแสดงความเห็นไว้ในโอกาสนี้