หน้าแรก การเมือง วิโรจน์ มั่นใ...

วิโรจน์ มั่นใจ เช็กแค่ใจก็รู้ ส.ส.ก้าวไกลพร้อมเพรียงเข้าพรรคใหม่แน่ ยังอุบชื่อคนชิงส.ส.พิษณุโลก

8.08.24 | 13:22 น.

‘วิโรจน์’ เผย ส.ส.ก้าวไกล เช็กแค่ใจแล้วพร้อมเพรียงกันเข้าบ้านใหม่ ชี้ อุณหภูมิการเมืองวันนี้ไม่จำเป็นต้องซื้อตัวแล้ว ระบุหัวหน้าพรรคใหม่ไม่เกี่ยวเป็นเพศไหน ขออย่าเปรียบเทียบหัวหน้าเก่า-ใหม่ เชื่อมั่นทุกคนมีเคล็ดวิชาเด่นในตัวเอง อุบชื่อคนลงชิง ส.ส.พิษณุโลก

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดตัวพรรคใหม่ในวันพรุ่งนี้ (9 ส.ค.) ว่า หลายคนถามว่าเราได้เช็กชื่อ ส.ส.ที่จะไปพรรคใหม่หรือไม่นั้น ต้องบอกว่าเราไม่ได้เช็กชื่อแต่เราเช็กหัวใจกัน เราพูดคุยกัน เท่าที่หารือกันตนคิดว่าน่าจะไปสมัครพรรคใหม่พร้อมกัน ส่วนชื่อพรรคใหม่นั้นให้รอฟังทีเดียวเลย ซึ่งตนก็ยังไม่รู้ชัดเหมือนกัน แต่ยืนยันว่าพวกเราจะไปในที่ใหม่อย่างพร้อมเพรียง ส่วนการต้านกำลังคนที่จะมาซื้อ ส.ส.ของเรานั้นตนคิดว่าทุกคนก็รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันอธิบายยากในเรื่องของความยุติธรรม และเราก็รู้ว่าที่มาของเรามาจากความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชน 14 ล้านเสียง และทุกคนตระหนักดีว่าในอดีตคนที่เป็นงูเห่า หักหลังกับความไว้วางใจของประชาชนก็มีจุดจบอย่างไร ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ต้องบอกกันอยู่แล้วทุกคนตระหนักอยู่ในใจอยู่แล้ว และตนว่าปัจจุบันวันนี้ดินฟ้าอากาศ อุณหภูมิทางการเมืองไม่ได้มีความจำเป็นที่จะมาซื้อตัวกัน และความมุ่งมั่นของ ส.ส.เราก็ต่างไปจากเดิม ดังนั้นตนจึงมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาอะไรในรอบนี้

เมื่อถามว่ามีการซื้อ ส.ส.ในราคา 20-30 ล้านบาทจริงหรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า สำหรับตนว่าไม่จริง ไม่รู้ว่าจะซื้อไปทำไมเขาก็คงเป็นการทาบทามกันเองตามประสาคนที่เคยทำคงลองถามไถ่ดู ได้ก็ดีฟรีก็เบิ้ล

เมื่อถามอีกว่าการเปิดตัวพรรคใหม่ทันทีถือเป็นการกันเรื่องซื้อตัวด้วยหรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า เรื่องนี้เราตกลงร่วมกันตั้งแต่แรกที่เราเข้ามาทำงานพรรคก้าวไกลอยู่แล้ว ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นกับการขับเคลื่อนอุดมการณ์ของพรรคก้าวไกล เราเรียกว่าวิธีนี้เป็นแผน 2 หรือแพลนบี ซึ่งจริงๆ เราตกลงเรื่องแพลนนี้กันมาแล้วว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุอะไรเราจะร้อยรักดวงใจกันไปอย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่มีการบังคับแต่เป็นการตกลงกันแต่แรกอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่เป็นชื่อ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ไว้ นายวิโรจน์กล่าวว่า รอการแถลงอย่างเป็นทางการดีกว่า ส่วนถ้าถามว่าคุณสมบัติจะเป็นอย่างไรนั้นคงต้องเป็นคนที่สามารถที่จะขับเคลื่อนอุดมการณ์ของพรรคต่อไปได้อย่างมั่นคง ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นผู้หญิง เพราะพรรคเราเคารพความหลากหลายเพศวิถีอยู่แล้ว

Advertisement

เมื่อถามย้ำว่าจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า หัวหน้าแต่ละคนมีจุดเด่นแตกต่างกัน ดังนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะเอาหัวหน้าแต่ละคนมาเปรียบเทียบ แต่ตนเชื่อว่าหัวหน้าพรรคแต่ละคนก็มีท่าไม้ตายเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง และตนยืนยันว่าเคล็ดวิชาต่างๆ ของหัวหน้าพรรคเราล้ำเลิศ

เมื่อถามว่าอารมณ์ตอนนี้ยังเสียใจหรือโกรธอยู่หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ถ้าต้องยอมรับก็มี เฮ้อบ้าง แต่เราต้องทำงานต่อ คือแผนงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นเราว่างไว้เลยวันที่ 7 สิงหาคมไปแล้ว เพราะเรารู้ว่าต่อให้ 7 สิงหาคมจะเกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่หยุด เราก็ต้องเดินหน้าต่อ ดังนั้นมีงานอะไรเราก็ทำต่อ

เมื่อถามถึงการเลือกตั้ง ส.ส.ซ่อมที่เขต 1 พิษณุโลก แทน นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ที่ถูกตัดสิทธิจากคำวินิจฉัยยุบพรรค นายวิโรจน์กล่าวว่า ส่งลงแน่นอน จะเป็นใครก็อุบไว้ก่อน แต่เป็นคนที่ทำงานกับพรรคเรามานาน

เมื่อถามถึง 40 ส.ส.ของพรรคที่ถูกยื่นตรวจสอบจริยธรรมไปยัง ป.ป.ช. นายวิโรจน์กล่าวว่า ตนคิดว่าพรรคการเมืองที่พยายามสร้างการเปลี่ยนแปลงและผลักในประเทศพัฒนานั้นส่วนมากจะมีวิบากกรรมเช่นนี้ แต่ก็คิดว่าคนที่ทำให้เกิดวิบากกรรมแบบนี้เขาต้องการให้บ้านเมืองอยู่ในกรอบในแบบที่เขาอยากให้เป็นแบบเดิมใช่หรือไม่ แต่ถ้าเรารู้ว่าวิบากกรรมเหล่านั้นเขาสร้างเพื่อสิ่งนั้นเราเองจะยอมให้เขาได้สิ่งนั้นหรือ ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้คือสร้างระบบงาน ระบบพรรคที่ประชาชนไว้วางใจและขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

เมื่อถามว่า การยุบพรรคครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย นายวิโรจน์กล่าวว่า เราคาดหวังว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าพวกเราร่วมมือกับพรรคในรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทยร่วมกันแก้ไข พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดสรรอำนาจ ที่พอควรให้กับหน่วยงานองค์กรอิสระ

เมื่อถามอีกว่าจะมีผลอะไรในสภาหรือไม่เพราะเสียโควต้านายปดิพัทธ์ ไม่ได้เป็นรองประธานสภาแล้ว นายวิโรจน์กล่าวว่า คงต้องรอติดตาม เชื่อว่าคนที่ขึ้นมาเป็นรองประธานสภาคงต้องมีความเป็นกลาง ดังนั้นรองประธานสภาจะเป็นใครเราก็ทำงานได้เหมือนเดิม