หน้าแรก การเมือง ป.ป.ช. ชี้มูล...

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด บิ๊กท้องถิ่น ศรีสะเกษ-ชัยภูมิ ปลอมแปลงเอกสาร-เบิกจ่ายงบไม่โปร่งใส

9.08.24 | 12:19 น.

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด บิ๊กท้องถิ่น ศรีสะเกษ-ชัยภูมิ ปลอมแปลงเอกสาร-เบิกจ่ายงบไม่โปร่งใส 

เมื่อวันที่  ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 3 อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายณัฐวุฒิ ขมประเสริฐ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภาค 3 พร้อมด้วย นายยศกร ศรีคลัง ผอ. กลุ่มประสานการป้องกันการทุจริตภาค 3 และนางกัญณภัทร ทาศิริ ผอ. กลุ่มตรวจสอบทรัพย์สิน ภาค 3 ได้ร่วมกันแถลงข่าวรายงานผลการพิจารณาคดีทุจริตที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและชัยภูมิ โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติเห็นชอบให้ชี้มูลความผิดในหลายกรณีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว

ในกรณีแรก นายดำรงค์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเวียงเหนือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมพวก ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2552 สำหรับโครงการ 4 โครงการ ซึ่งไม่มีการส่งมอบงานจริง การควบคุมงาน และการตรวจรับงาน นอกจากนี้ยังมีการปลอมแปลงลายมือชื่อในเอกสารสอบราคา ส่งผลให้องค์การบริหารส่วนตำบลเวียงเหนือเสียหายเป็นเงินจำนวน 687,500 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ให้ชี้มูลความผิดของผู้ถูกกล่าวหา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และ 157 รวมถึงพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 123/1 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ มาตรา 10 และ 12

Advertisement

กรณีที่สอง นายกันตนา  นายกเทศมนตรีตำบลยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ กับพวก ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในการทุจริตหลายประการ รวมถึงการนำเงินของราชการไปใช้ในทางที่ผิดในการดำเนินโครงการแทรกแซงตลาดหอมแดง ซึ่งทำให้ราชการได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาและมีมติเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 ให้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีทางอาญาต่อไป

กรณีที่สาม นายสุริยน อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ กับพวก ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในการปกปิดประกาศประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อป้องกันการเสนอราคาที่ไม่เป็นธรรม คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วพบว่าข้อกล่าวหามีมูล และเห็นควรดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังคงถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดแล้ว