เทพไท มองคดี 44 ส.ส.ก้าวไกล ไม่ผิดจริยธรรม ยันคนละประเด็น กับกรณียุบพรรค เตือนอย่ายกมาไล่บี้กัน ระวังคนจนตรอกลุกสู้ ทำขัดแย้งไม่รู้จบ
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช หลายสมัย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง “สอบจริยธรรม 44 ส.ส. อย่าต้อนคนให้จนตรอก” แสดงความคิดเห็นกรณี 44 ส.ส.พรรคก้าวไกล ถูกร้องผิดจริยธรรม หลังเข้าชื่อแก้ไข มาตรา 112 โดยมีเนื้อหาดังนี้
หลังจากมีผู้ยื่นเอาผิดทางจริยธรรมร้ายแรงกับ ส.ส.อดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีการเข้าชื่อกันเพื่อเสนอสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว ในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยอ้างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีการล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
แม้ว่าผลจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะมีผลผูกพันกับทุกองค์กร จะเป็น “สารตั้งต้น” ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบเอาผิดจริยธรรมร้ายแรง กับ นายพิธา และ ส.ส.พรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน ที่ยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย มาตรา112 ได้ แต่เป็นคนละประเด็นกัน เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ้างถึงการที่พรรคก้าวไกล นำเอาประเด็นการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไปใช้ในการรณรงค์หาเสียง ซึ่งเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็น ประมุข
ส่วนกรณีที่ 44 ส.ส.สังกัดพรรคก้าวไกล ยื่นญัตติร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นการกระทำตามข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ส.ส.ทุกคนสามารถใช้กระบวนการทางนิติบัญญัติแก้ไขกฎหมายได้ และไม่มีกฎหมายฉบับใด ห้ามไม่ให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เลย การยื่นญัตติร่างพรบ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จึงไม่เป็นการขัดต่อประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรงแต่อย่างใด
หลังจากมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคก้าวไกลแล้ว มีหลายฝ่ายเคลื่อนไหวกดดันให้ ปปช.เร่งรัดการไต่สวนเพื่อเอาผิดจริยธรรมร้ายแรง กับ นายพิธา และ ส.ส.พรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน ซึ่งเป็นการแทรกแซงการทำงานของ ป.ป.ช.หวังผลทางการ ต้องการทำลายล้าง 44 ส.ส.ของอดีตพรรคก้าวไกล ซึ่งไม่ควรกระทำ เพื่อกดดันให้คนกลุ่มหนึ่งจนตรอก ไม่มีทางออกทางการเมือง ซึ่งอาจจะลุกขึ้นสู้ เกิดความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไม่มีวันจบสิ้น

