สถานีคิดเลขที่ 12 : ทาง ‘หนาม’ ทาง ‘เหนื่อย’

11.08.24 | 12:37 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : ทาง‘หนาม’ทาง‘เหนื่อย’

เป้าหมายที่จะระเบิดหีบเลือกตั้งปี 2570 เพื่อนำไปสู่การกุมเสียงส.ส.ให้ได้มากเกิน 250 เสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว

ถือเป็นความมุ่งมั่น ของพรรคประชาชน (ใหม่) ที่มากด้วยความทะเยอทะยาน

ถามว่ามีโอกาสไหม ก็คงบอกว่ามี แต่ก็เป็นเรื่องยากถึงยากมาก

และคงเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส

Advertisement

ท้าทาย ทีมงานใหม่ ภายใต้การนำของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อย่างยิ่ง

เพราะจะทำได้ พรรคประชาชนต้อง มี “เอกภาพ” สูง

แม้ในเบื้องต้น ก็คงเบาใจในระดับหนึ่ง เพราะ ส.ส.ก้าวไกล ย้ายเข้าไปอยู่พรรคใหม่ ถึง 100%

ปัญหาที่เคยหนักใจ ว่าจะมี “งูเห่า” เลื้อยไปพรรคอื่น ก็ไม่ได้รุนแรงอย่างที่คาดหมายไว้

แต่กระนั้น ภายใต้การนำของผู้บริหารชุดใหม่ ต้องเร่งสร้างศรัทธา ความเชื่อมั่น ให้กับ ส.ส.และสมาชิกพรรคโดยเร็ว

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่านายณัฐพงษ์ หากเทียบกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นายชัยธวัช ตุลาธน ยังห่างชั้นกันอยู่ตามสมควร

คงต้องเร่งทำการบ้านอย่างหนักเพื่อสร้างการยอมรับ ในการที่จะชูธงนำพรรคให้รุดหน้าไป

และการ “รุดหน้า” ที่ว่า มิใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากแต่เป็นเส้นทาง “หนาม” ที่พร้อมจะทิ่มแทงอยู่ตลอดรายทาง

พรรคประชาชนแม้จะไม่มีปัญหางูเห่าอย่างที่ว่า

แต่สิ่งที่มีการพูดกันก่อนหน้านี้คือ “หนอน” ในพรรค ก็สามารถบ่อนเซาะ ทำลาย ได้ร้ายแรงไม่แพ้งูเห่า

ยิ่งตอนนี้ อยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ภูมิคุ้มกันยังมีไม่มาก

ขณะที่ ความเห็นต่าง ความไม่ลงรอย มีโอกาสเกิดขึ้นสูง

สูงเช่นเดียวกับการอาจถูกแทรกแซงหรือมีแรงกระแทกจากภายนอก จนทำให้เกิดความระส่ำระสายได้

ที่รู้กันทั่วไปตอนนี้ก็คือ ชะตากรรมของ 44 ส.ส.ก้าวไกล ที่กำลังต้องเผชิญกับการถูกกล่าวหากระทำละเมิดจริยธรรม กรณียื่นแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเมื่อดูแนวโน้มการพิจารณาขององค์กรอิสระต่างๆ แล้ว
มีแนวโน้มที่จะ “หักโค่น” มาตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล และเมื่อมาเป็นพรรคประชาชน ทิศทางก็ไม่น่าแตกต่างกัน

ซึ่งนั่นก็อาจทำให้พรรคประชาชน “สะดุด” อีกครั้ง

และแน่นอน การสะดุดนั้น ย่อมทำให้ยุทธศาสตร์ที่จะใช้เลือกตั้งทุกระดับ ตั้งแต่การเลือกตั้งท้องถิ่นไปจนถึงการเลือกระดับชาติ ปูทางไปสู่หมุดหมายการเลือกตั้งปี 2570 ที่ต้องกุมเสียงข้างมาก “จัดตั้งรัฐบาล” ให้ได้ เป็นไปได้ยาก

และยิ่งจะยากมากขึ้น เพราะยุทธศาสตร์รวมถึงเป้าหมาย “พรรคเสียงข้างมาก” พรรคเดียว

ทำให้เพื่อนหรือพันธมิตรทางการเมืองหายไปด้วย

ซึ่งตอนนี้ ว่าไปแล้วพรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชนในวันนี้ แทบจะไม่มีพันธมิตรหรือเพื่อน

เราได้เห็น ปรากฏการณ์ “สามัคคีส่วนบน” ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกับฝ่ายจารีตที่กระชับแน่นกันมากขึ้นทุกที

และการสามัคคีส่วนบนนั่น มิได้ทำให้พรรคประชาชนโดดเดี่ยวเท่านั้น

หากแต่เจือสม แนวทาง บ่อนเซาะ ทำลาย เพื่อไม่ให้พรรคประชาชนเติบโตด้วย

ทั้งนี้เพื่อสกัดกั้นเป้าหมายอันทะเยอทะยานทางการเมือง

ซึ่งคงมิใช่เพียงการเป็นรัฐบาลพรรคเดียว หากแต่ย่อมนำไปสู่การสั่นสะเทือนระบอบและโครงสร้างเดิม อย่างถึงรากด้วย

ดังนั้น พรรคประชาชนจึงต้องถูกรุมต่อต้านอย่างรุนแรงและอาจจะหนักกว่าที่พรรคก้าวไกลเผชิญ

เส้นทางของพรรคประชาชน จึงต้องเหนื่อยสาหัส

จะผ่านไปได้คงต้องอาศัยศักยภาพ “กระบวนทัพใหม่” สูงอย่างยิ่ง

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร