หมายเหตุ – นักวิชาการวิเคราะห์กรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ชูภารกิจสร้างรัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลงในการเลือกตั้งปี 2570 ตั้งเป้าหมายชนะการเลือกตั้งรัฐบาลพรรคเดียว

ธเนศพล อินทร์จันทร์
อดีตรองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา มหาวิทยาลัยพิษณุโลก
หากให้มองพรรคประชาชนในขณะนี้ ถือว่าเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ วิสัยทัศน์ภาพรวมนั้นยอมรับได้ เพราะหลายคนมีความรู้ มีความสามารถ และการตั้งชื่อพรรคในครั้งนี้มีคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด 5 คน ผมมองว่าขณะนี้พรรคประชาชนมีความเสี่ยง อาจจะมีอุบัติเหตุทางการเมือง และอาจจะถูกตัดสิทธิทางการเมือง คณะกรรมการบริหารพรรคจึงเลือกตั้งขึ้นมา เอาแค่ครบองค์ประกอบของกฎหมายเท่านั้น เพื่อให้ทำงานการเมืองต่อไปได้ แต่พรรคประชาชนจะเน้นในเรื่องสมาชิกพรรคมากกว่า โดยเน้นการเพิ่มสมาชิกพรรค เพื่อเลือกตั้งคราวหน้าให้มี ส.ส.มากขึ้นกว่าเดิม
หากให้มองนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นั่งหัวหน้าพรรค ถือว่าโอเค เป็นคนรุ่นใหม่ แต่ด้านประสบการณ์อาจจะต้องมีที่ปรึกษา แต่ในอดีตหัวหน้าพรรคของแต่ละคนที่ถูกตัดสิทธิ ยังสามารถทำงานอยู่เบื้องหลังได้ ยังอยู่ในทีมเดียวกัน จึงไม่น่าเป็นห่วง ส่วน นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค เห็นว่าเหมาะสมเพราะมีประสบการณ์มากพอสมควร ประกอบกับคุณวุฒิ วัยวุฒิ ไม่ค่อยแตกต่างกันกับหัวหน้าพรรค ทำให้สามารถสื่อสารกันได้ เพราะพรรคประชาชนเป็นคนรุ่นใหม่ อายุน้อย และสามารถทำงานร่วมกันได้
การเกิดของพรรคประชาชนขึ้นมาใหม่ มองว่าเป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อและกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น ส่วนการขับเคลื่อนยังคงเหมือนเดิม กล่าวง่ายๆ เหมือนกับอยู่บ้านหลังเดิม มารีโนเวตใหม่ แต่โครงสร้างฐานรากเหมือนเดิม ส่วนนโยบายเดิมที่ชูไว้ เชื่อว่ายังยึดอยู่ แต่อาจจะลดกำลังลงในบางนโยบายที่ถูกต่อต้าน และสุ่มเสี่ยงจะโดนยุบพรรคอีก จึงต้องลดบทบาทลง
การที่พรรคประชาชนประกาศว่าการเลือกตั้งในปี 2570 จะยึดสภาทั้งหมดในเรื่องนี้มองว่ามีโอกาส ส่วนกลยุทธ์อาจจะใช้ AI ทุกคนที่จะเข้าสู่การเมือง แต่ละภูมิภาคจะระดมพล โดยจับบุคคลสำคัญในแต่ละท้องถิ่น อาทิ อบจ. เพื่อเชื่อมกับ ส.ส.เขตเลือกตั้ง และลงพื้นที่เพื่อปูเส้นทางทางการเมือง กระแสของเยาวชนนับวันจะมีแต่เพิ่มขึ้น เพราะคะแนนเสียงของคนรุ่นใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา
พรรคประชาชนต้องการคนรุ่นใหม่ก็จะหาเสียงรอไว้ก่อนล่วงหน้า สมมุติว่าไปคุยกับเยาวชนอายุ 16 ปี อีก 3 ปีข้างหน้า ตัวเลขของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่จะเห็นแต่สิ่งใหม่ ส่วนการเมืองแบบเดิมจะอยู่ในรุ่นของพ่อแม่เยาวชน ทำให้พรรคประชาชนมีโอกาสโตขึ้นเรื่อยๆ ส่วนที่มีปัญหาคือเรื่องของกฎหมายเท่านั้น
การเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดหากให้เปรียบเทียบระหว่าง อบจ.พิษณุโลกกับ อบจ.ราชบุรี กรณีที่อดีตพรรคก้าวไกลสนับสนุน ผมมองว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่าง เนื่องจากจะมีกลุ่มแกนนำการเมืองบ้านใหญ่ ยังมองว่าพรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชนสนับสนุนผู้ลงสมัครในระดับท้องถิ่น โอกาสชนะยังยากอยู่เหมือนกัน เพราะว่า อบจ.จะมีบ้านใหญ่เยอะ และมีการลงทุน แต่คนรุ่นใหม่ใช้กระแส
ส่วนการที่พรรคประชาชนต้องการ 1 แสนเสียงภายในเดือนสิงหาคม ผมมองว่าโอกาสเป็นไปได้สูง เพราะกระแสคนรุ่นใหม่กำลังดีมาก
กรณีที่มีกระแส ส.ส.ก้าวไกล 44 คน อาจจะถูกตัดสินให้หมดสิทธิทางการเมือง จะบั่นทอนกำลังของพรรคประชาชนหรือไม่ ในเรื่องนี้มองว่าการเมืองจะมีทั้งส่วนหน้า และส่วนสนับสนุนที่ยังไม่เปิดตัว อย่างไรก็ตามอย่างน้อยก็จะมีกำลังเสริม ที่จะสานต่อการเมืองได้เหมือนเดิม ถึงแม้จะตัดกำลังออกไปก็ตาม ก็ยังจะมีนักสู้ทางการเมืองพรรคประชาชนเกิดขึ้นมาใหม่ เชื่อว่าจะมีกำลังเดินตามนโยบายที่วางไว้แต่เดิม แต่ต้องหลบเลี่ยงการฝ่าฝืนกฎหมายที่จะส่งผลให้ถูกยุบพรรค ก็จะทำให้พรรคประชาชนเดินหน้าต่อไปได้
หากเปรียบกันผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองของพรรคก้าวไกลก็เหมือนกับข้าราชการเกษียณ เมื่อเกษียณอายุราชการไป คนที่ขึ้นมาใหม่ ก็ต้องยึดถืออุดมการณ์เดิม อยู่ที่ว่าจะนำนโยบายไหนมาขับเคลื่อนก่อน โดยดูกระแสความต้องการของประชาชน
ถ้าให้มองในฐานะนักวิชาการเกี่ยวกับย่างก้าวของพรรคประชาชน ตัวบุคลากรภายในพรรคมีหลายคนที่พร้อมมานั่งตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะอายุเกิน 35 ปี ในการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2570 หากพรรคประชาชนได้รับเสียงข้างมากในสภา โอกาสที่ ส.ส.ของพรรคประชาชนจะนั่งรัฐมนตรีก็จะมีจำนวนมากขึ้นอีกด้วย หากมามองพรรคการเมืองอื่นๆ อาจจะมีการสลายกลุ่ม สลายขั้ว เพราะ ส.ส.ส่วนใหญ่อายุมากขึ้น บางคนที่เป็นแกนนำพรรคการเมือง 70-80 ปี ย่อมจะมีอาการอ่อนล้าทางการเมือง
ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ หากมองไปแล้วจะเห็นว่า พรรคของขั้วรัฐบาลเดิมก็จะมีคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมบ้างแล้ว โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ อย่างไรก็ตามเชื่อว่ายังมีพรรคการเมืองอื่นที่พร้อมจะลงสนามเลือกตั้ง หากให้มองพรรคภูมิใจไทย หากจะขึ้นมาเป็นผู้นำทางการเมือง ก็สามารถขึ้นได้ แต่ต้องยอมรับว่าพรรคนี้จะเน้นธุรกิจการเมือง และไม่ใช่ทำการเมืองเพื่อประชาชน

สุดเขต สกุลทอง
อาจารย์และนักวิจัย วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
หลังอดีตพรรคก้าวไกลเปิดตัวพรรคประชาชน และเลือกสมาชิกเป็นกรรมการบริหารเพียง 5 คน เชื่อว่าเพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หลังถูกยุบพรรคมาแล้วถึง 2 ครั้ง จนทำให้บุคคลสำคัญหลายคนถูกตัดสิทธิทางการเมืองถึง 10 ปี ทั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุลน.ส.พรรณิการ์ วานิช นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซึ่งเป็นแกนนำสำคัญที่ทำให้ทั้งพรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล ได้รับคะแนนนิยมและชนะการเลือกตั้ง
ขณะที่แกนนำที่ถูกเลือกมาครั้งนี้ถือเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว โดยพรรคยังยึดแพตเทิร์นเดิมคือคนที่มีภาพลักษณ์เป็นคนรุ่นใหม่ ทั้งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และนายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค โดยเฉพาะนายณัฐพงษ์ มีคุณสมบัติเหมาะสมมากที่สุดในเวลานี้ เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ มีความพร้อมด้านฐานะ และการศึกษา ส่วนนายศรายุทธิ์ ก็เป็นนักกิจกรรมทางการเมือง และอดีตเลขาธิการ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) มาก่อน
ส่วนที่พรรคประชาชนประกาศว่า จะชนะการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าและได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว มีโอกาสเป็นไปได้หากรัฐบาลเพื่อไทยไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ภายในปี 2568-2569 การเลือกตั้งใหญ่ในปี 2570 พรรคประชาชนอาจชนะการเลือกตั้ง เหมือนที่อดีตพรรคก้าวไกลเคยชนะการเลือกตั้งมาแล้วเมื่อปี 2566 ได้คะแนนเสียงมากที่สุดถึง 14 ล้านเสียง ซึ่งพรรคประชาชนก็ค่อนข้างมั่นใจเพราะมีการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ มาแล้ว
สำหรับสนามเลือกตั้งท้องถิ่น เช่น อบจ. พรรคประชาชนอาจต้องทำการบ้านหนักขึ้น เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นแตกต่างกับการเลือกตั้งใหญ่ เนื่องจากท้องถิ่นมีระบบอุปถัมภ์ ดังนั้นแกนนำต้องลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชนให้มากขึ้น ที่ผ่านมาการเลือกตั้งท้องถิ่นบ้านใหญ่ยังคงยึดพื้นที่ได้ทั้งหมด เพราะมีกลุ่มตระกูลที่มีบารมีและทรงอิทธิพลอยู่ ขณะที่ระบบการเมืองในต่างจังหวัดไม่ได้อิงตามกระแส หรือเทรนด์การเคลื่อนไหวทางสังคมเหมือนเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ที่แม้ไม่ลงพื้นที่ก็สามารถชนะการเลือกตั้งได้
อย่างไรก็ตามในจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีสภาพสังคมใกล้เคียงเมืองใหญ่ และมีสถาบันการศึกษาตั้งอยู่หลายแห่ง เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น การใช้โมเดลผู้นำพรรคที่เป็นคนรุ่นใหม่ ก็อาจเจาะฐานเสียงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ เพราะการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา อดีตพรรคก้าวไกลก็ได้ที่นั่ง ส.ส.มาถึง 7 เขต จากทั้งหมด 10 เขต ดังนั้นเป้าหมายการเลือกตั้งท้องถิ่นที่พรรคประชาชนจะให้การสนับสนุนควรเน้นเป้าหมายเจาะพื้นที่จังหวัดใหญ่ ที่มีกลุ่มคนรุ่นใหม่อยู่

