‘ศักดินัย’ พร้อมดันคนรุ่นใหม่ลงชิง ส.ส.ตราด หากถูกตัดสิทธิทางการเมือง ปม 112 ลั่นไม่ใช่น้องชายแน่
จากกรณีที่นายศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชนในปัจจุบันได้ร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 112 นั้น
นายศักดินัยกล่าวว่า ทางพรรคก้าวไกลโดยคณะผู้บริหารได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของการสู้คดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการดำเนินการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเพื่อตัดสิทธิสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกลที่ร่วมงานแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจจะต้องถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ทั้งนี้ ทางพรรคก้าวไกลได้เตรียมความพร้อมหากจะต้องถูกดำเนินการในเรื่องนี้
“มีผู้ร้องกับ ป.ป.ช.เพื่อให้ดำเนินคดีครั้งนี้ให้เร็วขึ้น และมีการขานรับกันออกมา ซึ่งผมพร้อมทำงานจนถึงวาระของการดำรงตำแหน่ง ส.ส.เหมือนเช่นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้ทำหน้าที่จนถึงวินาทีสุดท้าย ในบทบาทของอดีตหัวหน้าพรรค ในการนำเสนอปัญหาของพี่น้องประชาชนในสภาก็ถือว่าเป็นการทำหน้าที่ในวาระสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง”
นายศักดินัยกล่าวว่า สำหรับตนนั้นเป็น 1 ใน 44 ส.ส. ที่ลงนามแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 112 นั้นก็ไม่ได้มีความกังวล เพราะไม่ได้กิจกรรมอื่นเลย แค่ลงลายมือชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 112 เท่านั้น หากมีการนำคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญที่พูดถึงการกระทำโดยชอบ ผ่านกลไกโดยชอบซึ่งขบวนการในรัฐสภาเป็นการดำเนินการโดยชอบตามกฎหมาย คิดว่าตนไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ เพราะทำภายใต้กระบวนการนิติบัญญัติ และเป็นกลไกที่คนที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถที่จะกระทำได้
นายศักดินัยกล่าวว่า หากต้องถูกคำพิพากษาให้สิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง ส.ส.จริง ก็ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อมขึ้นใหม่ เราก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมส่วนตัว ซึ่งตนเองก็ต้องมีการเตรียมในเรื่องการเลือกตั้งครั้งใหม่เช่นกัน แต่ระยะเวลาน่าจะใช้อีกระยะหนึ่ง ส่วนใครจะเป็นผู้สมัครแทนนั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการพรรคประชาชนตราดที่จะมีการจัดตั้งขึ้นใหม่ อย่างไรก็ตามทั้งพรรคยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องนี้ และไม่ผลักดันให้น้องชาย คือนายชลธี นุ่มหนู ซึ่งเป็นว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.ตราด มาเป็นผู้สมัครแทนตนนั้นคงไม่ใช่ เพราะนายชลธีต้องการที่จะทำงานการเมืองในระดับท้องถิ่นมากกว่า ขณะเดียวกันทางพรรคประชาชนตราดก็มีตัวบุคคลที่มีคุณภาพที่สามารถที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งแทนตนได้

